โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ประวัติโลโก้ Porsche มีที่มาจากไอเดียง่าย ๆ แต่ผู้ก่อตั้งบริษัทไม่ได้คิดเอง

AutoFun Thailand

อัพเดต 22 มี.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2566 เวลา 13.19 น. • Mr.Argus
ตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ของผู้ผลิตรถยนต์จากสตุ๊ดการ์ด โดดเด่นมากพอๆ กับเอกลักษณ์การวางเครื่องยนต์วางหลังและรหัสรุ่น 3 หลัก หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไอเดียง่ายๆ

ตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ของผู้ผลิตรถยนต์จากสตุ๊ดการ์ด โดดเด่นมากพอๆ กับเอกลักษณ์การวางเครื่องยนต์วางหลังและรหัสรุ่น 3 หลัก หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไอเดียง่ายๆนี้

เปิดตัวบริษัทแบบไม่มีโลโก้

เมื่อเร็วๆ นี้ ปอร์เช่ได้เปิดเผยคำอธิบายอย่างเป็นทางการว่าตราสัญลักษณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร กับประวัติของโลโก้ที่น่าแปลกใจ เพราะสัญลักษณ์ที่เราคุ้นตาทุกวันนี้ มันเกิดขึ้นตามหลังการเปิดตัวบริษัทหลายปี ปอร์เช่ได้เปิดขายรถยนต์ไปแล้วกับรุ่น 356 ตั้งแต่ปี 1948 โดยที่ตัวถังไม่มีโลโก้ใด ๆ มีเพียงตัวอักษรของปอร์เช่เท่านั้นที่จะระบุยี่ห้อได้

ตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ของผู้ผลิตรถยนต์จากสตุ๊ดการ์ด โดดเด่นมากพอๆ กับเอกลักษณ์การวางเครื่องยนต์วางหลังและรหัสรุ่น 3 หลัก หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไอเดียง่ายๆ

การเริ่มแรงบรรดาลใจ

ในเดือนมีนาคม 1949 บริษัทได้เปิดการแข่งขันการออกแบบระหว่างสถาบันสอนศิลปะของเยอรมันโดยมอบคะแนน 1,000 ดอยช์มาร์กให้กับผู้ชนะ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการออกแบบใดที่ชนะใจกรรมการของบริษัท

กำเนิดจากงานเลี้ยงอาหารค่ำทางธุรกิจในปี 1951 เมื่อนาย Ferry Porsche บุตรชายของผู้ก่อตั้งบริษัท Ferdinand ได้พบกับ Max Hoffman ผู้นำเข้ารถในสหรัฐฯ เพื่อรับประทานอาหารค่ำและเจรจาธุรกิจในเมืองนิวยอร์ก ซึ่งนาย Hoffman มีโชว์รูมรถขนาดใหญ่มากพอที่ทำให้นายปอร์เช่ต้องยอมบินไปเจรจาด้วยตัวเอง ทำให้ในตอนนั้นเองแนวคิดเกี่ยวกับโลโก้ก็ผุดขึ้นอีกครั้ง

ตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ของผู้ผลิตรถยนต์จากสตุ๊ดการ์ด โดดเด่นมากพอๆ กับเอกลักษณ์การวางเครื่องยนต์วางหลังและรหัสรุ่น 3 หลัก หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไอเดียง่ายๆ

จากไอเดียวันนั้น

นายฮอฟฟ์แมนเป็นผู้มีอิทธิพลด้านธุรกิจรถยนต์ เขาเคยนำเมอร์เซเดส-เบนซ์ 300 SL มาสู่สหรัฐอเมริกา และจากการเจรจาในโต๊ะอาหารครั้งนั้น เขาก็ได้ยอมเป็นผู้แทนจำหน่ายรถปอร์เช่แห่งแรกในอเมริกา นอกจากนี้นาย Hoffman ผลักดันให้บริษัทรถรายนี้ต้องมีโลโก้ เพราะในยุคนั้นรถอเมริกันทุกยี่ห้อ ต่างก็มีโลโก้เป็นของตัวเอง

ทำให้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2494 ขณะที่ Ferry Porsche ประชุมกับ Hoffman เขาได้จดบันทึกว่า "อยากได้ดุมพวงมาลัยที่มีตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่จากสตุตการ์ต หรืออะไรที่คล้ายกัน" หลังจากกลับมาที่เยอรมนี ได้มอบหมายให้นักออกแบบ Franz Xaver Reimspieß ออกแบบโลโก้จากไอเดียนั้น

ตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ของผู้ผลิตรถยนต์จากสตุ๊ดการ์ด โดดเด่นมากพอๆ กับเอกลักษณ์การวางเครื่องยนต์วางหลังและรหัสรุ่น 3 หลัก หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไอเดียง่ายๆ

ไอเดียตราประจำเมือง

ตราแผ่นดินของเมือง Stuttgart (สตุตการ์ต) นี้กลายมาเป็นตราประจำตระกูลของปอร์เช่ เมื่อนักออกแบบพร้อมกับภาพม้าในโล่ทองคำ ซึ่งเป็นตัวแทนของบ้านเกิดของปอร์เช่ โดยมีพื้นหลังแบบตราแผ่นดินของรัฐในเยอรมันตะวันตกสมัยก่อน ที่เมืองสตุตการ์ตเป็นส่วนหนึ่งในขณะนั้น และภายหลังมันถูกรวมเข้ากับรัฐ Baden-Württemberg ที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1952 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ตราปอร์เช่เปิดตัว ทำให้ตราประจำเมืองทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ ถูกรวมกันเป็นตราปอร์เช่ที่จดเครื่องหมายการค้าอย่างเป็นทางการ

ตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ของผู้ผลิตรถยนต์จากสตุ๊ดการ์ด โดดเด่นมากพอๆ กับเอกลักษณ์การวางเครื่องยนต์วางหลังและรหัสรุ่น 3 หลัก หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไอเดียง่ายๆ

ใช้ในรุ่น 356

ตราโล่ปอร์เช่นี้ ถูกใช้ติดบนดุมพวงมาลัยของรุ่น 356 เป็นครั้งแรกในปี 1952 จากนั้นเพิ่มตราไปติดที่ฝากระโปรงหน้าในปี 1954 และลามไปติดที่ฝาครอบดุมล้อในปี 1959 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โลโก้ปอร์เช่ก็ปรากฏตัวในทุกรุ่นการผลิต และแม้ว่าจะผ่านการปรับปรุงเล็กน้อยถึง 5 ครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็ยังคงรูปแบบโดยรวมเหมือนเดิม ทำให้ผู้คนสามารถจดจำได้ทันที

อ่านเพิ่มเติม : 4 โลโก้แบรนด์รถยนต์ความหมายดี แล้วคุณจะรู้ว่า Alfa Romeo ไม่ใช่แค่งูกินเด็ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...