โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AOT วอลุ่มเริ่มปูด ...ลุ้นงบพลิกกำไรรอบ 11 ไตรมาส !

efinanceThai

เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2565 เวลา 05.57 น.

เช้านี้ AOT บวกสูงสุด 2.37% รับจีนยกเลิกกัดตัว – 7 สายการบินจ่อลดค่าโดยสารเดือน ม.ค. หนุนผู้ใช้บริการสนามบินพุ่ง ขณะที่โบรกฯมองงบ Q1/65-66 พลิกกำไรครั้งแรกรอบ 11 ไตรมาส ราว 844 ลบ. ตามผู้โดยสารฟื้นแรง ส่วนทั้งปีคาดพลิกกำไรราว 1.1 - 1.3 หมื่นลบ.

*** บวกสูงสุด 2.37% รับจีนยกเลิกกักตัว

ราคาหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ช่วงเช้าวันนี้ (27 ธ.ค.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 75.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.37% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 75.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.5 บาท หรือ 2.03% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 392.69% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น AOT เช้านี้ ปรับตัวขึ้นสูงสุด 2.37% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก หลังจีนประกาศยกเลิกมาตรการกักตัว สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่ 8 ม.ค.66 เป็นต้นไป อีกทั้ง จีนยังเตรียมตัวผ่อนคลายมาตรการควบคุมโตวิด-19 ลงจากการควบคุมสูงสุดอีกด้วย

นอกจากนี้ ราคาหุ้น AOT ยังได้แรงหนุน จากกระแสข่าว 7 สายการบิน ร่วมกันจัดโปรโมชั่นพิเศษลดค่าตั๋วโดยสารในประเทศสูงสุด 20% ในช่วงเดือน ม.ค.66 หวังกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศให้ฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อ AOT ทางอ้อม ในแง่จำนวนผู้ใช้สนามบินในช่วงดังกล่าว มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

*** โบรกฯชี้ งบ Q1/65-66 จุดพลิกกำไร

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65-66 (ต.ค. – ธ.ค.65) ของ AOT มีแนวโน้มพลิกกลับมารายงานกำไรสุทธิได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส มีปัจจัยหนุนจากจำนวนผู้โดยสารในประเทศจะฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 78% ของช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะที่ ผู้โดยสารต่างประเทศ จะฟื้นตัวสู่ระดับ 53% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19

ทั้งนี้ ประเมินว่า ผู้โดยสารรวมของ AOT ในช่วงไตรมาส 1/65-66 จะฟื้นตัวสู่ระดับ 62% ของช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะที่ AOT ได้ระบุว่า จุดคุ้มทุนในด้านปริมาณผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 60 – 70% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เพราะฉะนั้น จึงทำให้เรามั่นใจว่า AOT จะสามารถะลิกกลับมารายงานกำไรสุทธิได้ในช่วงดังกล่าว

เช่นเดียวกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่ประเมินว่า AOT จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/65-66 ราว 844 ล้านบาท พลิกเป็นกำไรสุทธิครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส สะท้อนจากปริมาณผู้โดยสารมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 66% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และปริมาณเที่ยวบิน ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 77% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศ (6 สนามบิน ทั้งขาเข้า – ออก) เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.5 ล้านคน เติบโตขึ้น 15% จากเดือนก่อน (คิดเป็น 49% ของเดือน พ.ย.62) ส่วนผู้โดยสารในประเทศอยู่ที่ 3.9 ล้านคน ทรงตัวจากเดือนก่อน (คิดเป็น 82% ของเดือน พ.ย.62) ทั้งนี้ ผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 7.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6% จากเดือนก่อน (คิดเป็น 64% ของเดือน พ.ย.62)

*** กูรูประเมิน ผู้โดยสารปี 66 เพิ่ม 105%

บล.พาย ประเมินว่า ผู้โดยสารปี 66 ของ AOT จะอยู่ที่ 96 ล้านคน เพิ่มขึ้น 105% จากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากการเปิดประเทศเต็มปีครั้งแรก นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งจะหนุนให้เที่ยวบินเพิ่มขึ้น 59% จากปีก่อน อยู่ที่ราว 6.31 แสนเที่ยว

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประมาณการตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างสอดคล้องกับประมาณการณ์ของ AOT ที่คาดการณ์ผู้โดยสารปี 66 ไว้ที่ 95.7 ล้านคน และปี 67 คาดการณ์ผู้โดยสารไว้ที่ 141.5 ล้านคน ภายใต้สมมติฐานจีนเปิดประเทศให้ประชาชนเดินทางต่างประเทศ ตั้งแต่ ม.ค.66 เป็นต้นไป

*** งบปี 65 – 66 จ่อพลิกกำไร 1.1 – 1.3 หมื่นลบ.

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิปี 65 – 66 (ต.ค.65 – ก.ย.66) ของ AOT ไว้ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุนสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท มีปัจจัยหนุนจากปริมาณผู้โดยสารในประเทศฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 85% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และจำนวนผู้โดยสารต่างประเทศ ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 72% ของช่วงก่อนเกิดโควิด-19

ทั้งนี้ สมมติฐานของเรา ถือว่าสูงกว่าของ AOT ที่ประเมินผู้โดยสารในประเทศ และต่างประเทศฟื้นตัวในระดับ 82% และ 58% ตามลำดับ เนื่องจากเราคาดว่า จีนจะเปิดพรมแดนในช่วงไตรมาส 1/66 และคาดว่าจะมีความต้องการที่อั้นอยู่เป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี 66 นอกจากนี้ การประกันรายได้ขั้นต่ำของสัมปทานกับ King Power จะเริ่มต้นตั้งแต่ เม.ย.66 เป็นต้นไป น่าจะช่วยหนุนกระแสกำไรที่ดีอีกด้วย

ส่วน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิปี 65-66 ของ AOT ไว้ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุนสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท มีปัจจัยหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยปี 66 อยู่ที่ราว 20 – 25 ล้านคน คิดเป็น 50 – 60% ของช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ประมาณการนักท่องเที่ยวดังกล่าว ยังมีอัพไซด์จากการเปิดประเทศของจีน

ขณะที่ มาตรการเยียวยาที่ AOT ให้กับผู้ประกอบการรวมถึง King Power จะสิ้นสุดลง 31 มี.ค.66 เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่า AOT จะได้รับรายได้ Concession ตั้งแต่เดือน เม.ย.66 ที่อัตรา Revenue per head ที่มาจากสัญญาการประมูล * จำนวนนักท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจริง การปรับมาใช้อัตราราคาที่เกิดจากการประมูลหมายถึงรายได้ต่อนักท่องเที่ยว 1 ราย ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 3 เท่า

*** โบรกฯมองหุ้นยังน่าสนใจสะสม

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า AOT ยังมีความน่าสนใจ สะท้อนจากหุ้นซื้อขายบน P/E ปี 66-67 ที่ระดับ 32 เท่า (ปีปกติปีแรก) ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ที่เทรด P/E เฉลี่ย 46 เท่า พร้อมทั้งกำไรสุทธิยังมีอัพไซด์ จาก 3 สนามบินแห่งใหม่ (อุดรธานี, บุรีรัมย์ และกระบี่) ซึ่งน่าจะโอนจากกรมท่าอากาศยานไปยัง AOT ภายในปี 66 หลังได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า เลือก AOT เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มการท่องเที่ยว สะท้อนจากผลการดำเนินงานปี 66 – 67 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มลดความรุนแรงลงในวงกว้าง

*** ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ"

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ AOT กำลังจะกลับเข้าสู่ช่วงรายงานกำไรสุทธิได้อีกครั้ง หลังขาดทุนต่อเนื่องมาถึง 10 ไตรมาส ขณะที่ การเปิดประเทศเต็มปี จะยิ่งหนุนให้ผลการดำเนินงานฟื้นตัวขึ้นิย่างมีนัยสำคัญ

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.) ฟินันเซียฯ ซื้อ 85.00 บัวหลวง ซื้อ 85.00 หยวนต้า ซื้อ 84.00 เอเชีย พลัส ซื้อ 80.00 โนมูระฯ ซื้อเก็งกำไร 78.00 ราคาเฉลี่ย + 82.40+

แม้ราคาหุ้น AOT ในระยะหลังจะปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จากความคาดหวังนักท่องเที่ยวฟื้นตัว และเช้าวันนี้ ที่รับอานิสงส์ยกเลิกกักตัวของจีน จนทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นได้ต่อ แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังเหลืออัพไซด์ให้นักลงทุนได้ลุ้นอีกราว 10% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ….

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...