ท่านแม่ของข้าเป็นหวางเฟย (มี e-book จ้า)
นิยาย Dek-D
อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 03.06 น. • เรื่องเล่าในความฝัน.ข้อมูลเบื้องต้น
ฝากเรื่องใหม่จ้าาา
สายฟีลกู้ดเชิญทางนี้
ช่วงนี้ชีวิตมีแต่เรื่องเครียดๆ แวะมาผ่อนคลายกันนน
…..
หรงเยว่จำได้ว่ากำลังทำงานหัวฟูแบบหามรุ่งหามค่ำอยู่ในบริษัทด้วยโปรเจ็คที่ยุ่งยากเป็นพิเศษ
เพราะเจ้าของโครงการพาซินแสมาทำงานออกแบบร่วมกัน
เพื่อนร่วมงานพยายามชวนออกไปฉลองวันอันสุดแสนพิเศษอย่างวันวาเลนไทน์
แต่ตนบอกว่าไม่สนใจเรื่องแบบนี้
ยามฟุบหลับไปตื่นหนึ่ง พลันพบว่าตนเองกำลังสวมชุดแดงนั่งอยู่ในห้องหอ
เอ๊ะ หรือว่านี่คือความฝัน ชุดแดง กำลังฝันว่าตนเองจะแต่งงานงั้นหรือ
เดี๋ยวนะ
งานคอสเพลย์หรือเปล่า เดี๋ยวนี้วันวาเลนไทน์จัดงานสมจริงขนาดนี้เลยเหรอ!!!
…..
ขาทองคำเรื่องที่แล้วใหญ่แค่ไหน ก็สู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะว่าหญ่ายมากกก ก
ปล. เรื่องนี้โฟกัสไปที่ขาทองคำ พระนางเป็นแค่ตัวประกอบ
ตามจริงควรจะชื่อเรื่องว่า ชีวิตประจำวันของลูกพี่ใหญ่
…..
ฝากคำแนะนำตัวเล็กๆน้อยๆของลูกพี่ใหญ่
ข้าคือเฟิ่งเยว่มี่แห่งจวนตระกูลเฟิ่ง
ปีนี้ข้าอายุสี่ขวบแล้ว
ความใฝ่ฝันสูงสุดของข้าคือการถูกเรียกว่าต้ามี่มี่
และได้เป็นพี่ใหญ่ของอำเภอเซ่าจื่อแห่งนี้
….
ฝากเอ็นดู ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ
❤️❤️❤️❤️
โชคชะตาช่างน่าขัน
1.โชคชะตาช่างน่าขัน
แคว้นต้าเทียน รัชศกเทียนเต๋อปีที่สิบหก องค์ชายลำดับที่ห้า ฉีอ๋องเฟยหมิงเย่จัดงานสมรส ทั้งจวนประดับด้วยผ้าสีแดง ร่ำสุราครื้นเครง เสียงร้องประสานเอ่ยคำอวยพรท่วมท้น
ทว่าเจ้าสาวเล่า
บนเตียงกว้างมีร่างระหงของสตรีในชุดแดงกำลังนอนอยู่ บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความรื่นเริง เสียงเพลงขับกล่มลอยแว่วเข้ามาตามลม พร้อมกับผ้าม่านสีแดงที่โบกสะบัดทำให้แสงของเปลวเทียนสีแดงวูบไหว กลายเป็นเงามืดครู่หนึ่ง
หรงเยว่สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงงงวย เมื่อพบว่าบรรยากาศรอบตัวแปลกตาออกไป ผ้าม่านสีแดง เทียนสีแดง เตียงแบบโบราณ สถานที่แห่งนี้คืออะไร
ความทรงจำสุดท้ายคือตนเองกำลังทำงานหัวฟูแบบหามรุ่งหามค่ำอยู่ในบริษัทด้วยโปรเจ็คที่ยุ่งยากเป็นพิเศษ เพราะเจ้าของโครงการพาซินแสมาทำงานออกแบบร่วมกัน
เพื่อนร่วมงานพยายามชวนออกไปฉลองวันอันสุดแสนพิเศษอย่างวันวาเลนไทน์ แต่หรงเยว่ปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าไม่สนใจในเรื่องแบบนี้
สุดท้ายจึงถูกเพื่อร่วมกันหัวเราะเยาะ กึ่งหยอกล้อกึ่งสาปแช่ง คนหนึ่งบอกว่าระวังทำงานหนักจนตายนะ แต่อีกคนกลับบอกว่าคนที่กล่าวเช่นนี้มักจะแต่งงานก่อนเพื่อน ถ้าไม่ท้องก่อนแต่งก็เป็นการคลุมถุงชนของพวกผู้ใหญ่
หรงเยว่จำได้ว่าตนเองยังหัวเราะให้กับเพื่อน ว่าผู้ใหญ่ของตนจากไปหมดแล้ว ไม่มีใครมาบังคับให้ไปดูตัวหรอก
จากนั้น อืมม ความทรงจำเริ่มคลุมเครือ ดูเหมือนว่าจะฟุบหลับลงบนโต๊ะ ใช่ไหมนะ
ไม่อยากจะเชื่อเลย ในฐานะพนักงานกินเงินเดือน หรงเยว่กลัวตายจากการเป็นโรคประจำตัวมากที่สุด ตอนเช้ายังปั่นน้ำผักผลไม้ไปกินที่ทำงาน ถามกูเกิลทุกครั้งที่ปวดหัวว่ากำลังใกล้ตายหรือไม่ อาการแบบนี้เป็นโรคหัวใจหรือมะเร็งระยะสุดท้าย แต่อนิจจาหลังจากฟุบลงบนโต๊ะไปวูบหนึ่ง ดูเหมือนว่ามุมมองทั้งห้าของนางก็เปลี่ยนไป
เอ๊ะ หรือว่านี่คือความฝัน ชุดแดง นางกำลังฝันว่าตนเองจะแต่งงานงั้นหรือ
หรงเยว่หัวเราะเบาๆ สำรวจลายปักบนชุดของตนด้วยความสนใจ ครู่หนึ่งจึงลุกขึ้นดูเหมือนว่าจะนั่งนานเกินไป ทำให้สะดุดจนหัวเข่าชนโต๊ะไม้ตรงหน้า
"อ๊ะ"
'ความฝัน เหตุใดในฝันถึงเจ็บได้เล่า'
หรงเยว่เริ่มตื่นตระหนกแล้วจริงๆ นางสะบัดผ้าคลุมหน้าที่ติดอยู่บนปิ่นปักผมหมิ่นเหม่ให้ร่วงลงบนพื้น ถกกระโปรงหนักอึ้งแล้วก้าวยาวๆ ออกไปด้านนอก
"หวางเฟย ท่านจะไปไหนเพคะ"
"หวางเฟย? ที่นี่ที่ไหน? พวกเจ้าเป็นใคร?"
"หวางเฟย ท่านออกจากห้องหอไม่ได้นะเพคะ หวางเฟย ท่านอย่าวิ่งเพคะ"
"เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย หนีก่อนดีกว่า"
หรงเยว่ไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น นางถกกระโปรงออกตัววิ่งไปตามทางเดินเรื่อยๆ ทัศนียภาพแปลกตายิ่งทำให้นางตื่นตระหนก ความเจ็บบนหัวเข่าทุกครั้งที่ก้าวเท้าเตือนนางว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
'งานคอสเพลย์หรือเปล่า เดี๋ยวนี้วันวาเลนท์ไทน์จัดงานสมจริงขนาดนี้เลยเหรอ'
"อ๊ะ"
หรงเยว่ใช้มือค้ำเสาข้างตัวเองไว้เมื่อภาพบางอย่างค่อยๆ แล่นเข้ามาในหัวนาง มันไม่เหมือนกับการดูหนัง ทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับว่าเป็นเรื่องจริง ภาพมากมายไหลบ่าออกมาราวกับน้ำหลาก เพียงชั่วครู่หน้าผากของหรงเยว่ก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
"เยว่หรงหรง? ข้าคือเยว่หรงหรง"
"สมรสพระราชทาน ฉีอ๋อง เฟยหมิงเย่ เยว่หรงหรง เยว่ฉง"
"เหตุใดชื่อพวกนี้จึงคุ้นๆ นะ"
หรงเยว่พิงกายกับเสาด้านข้าง ยังไม่ทันแยกแยะความทรงจำวุ่นวายในหัว เสียงของสตรีแรกรุ่นที่วิ่งตามนางมาก็เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
"หวางเฟย หวางเฟยเพคะ ท่านเป็นอะไรไป"
"อี้เหยา?"
"เจ้าคะ เอ้ยย เพคะ หวางเฟย ท่านไม่สบายหรือเพคะ อี้เหยาจะพาท่านกลับไปห้องหอ อีกไม่นานท่านอ๋องก็จะเสด็จกลับมาแล้ว"
หรงเยว่ปล่อยให้สตรีข้างกายพยุงนางกลับไป สมองยังคงประมวลผลความทรงจำเหล่านั้นช้าๆ หวังจะแยกแยะว่าตอนนี้นอกจากงานแต่งงานแล้ว นางกำลังอยู่ในสถานที่เช่นไร
มีราชโองการประทานสมรสพระราชทานให้นางเยว่หรงหรง บุตรสาวของนายกองผู้หนึ่งให้กับฉีอ๋องเฟยหมิงเย่
ท่านย่าของเยว่หรงหรงแทบจะอยากจะใช้สายตาเผาสมรสพระราชทานให้เป็นเถ้าถ่าน เมื่อพบว่าเรื่องดีๆ เช่นนี้กลับตกถึงมือนางได้ มิใช่เยว่เหยาหลานสาวคนโปรดของนาง
ช่างเถอะ คนพวกนั้นจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับนาง เวลานี้มากังวลเรื่องตรงหน้าดีกว่า น่าตายนัก เมื่อวานไม่มา พรุ่งนี้ไม่มา ดันมาวันแต่งงานพอดิบพอดี อย่างน้อยก็น่าจะมาก่อนวันแต่งงานสิ เช่นนั้นนางจะได้หาทางยกเลิกงานแต่งหรือหนีได้ทัน ไม่ใช่มาตอนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องหอเช่นนี้
แล้วเยว่หรงหรงเป็นอะไรไป ไม่ใช่เสียชีวิตแล้ววิญญานของหรงเยว่จึงมาเข้าร่างของสตรีผู้นี้ เอ๊ะ ถ้าหากเป็นเช่นนี้ ก็แสดงว่านางตายแล้วเช่นกัน
นี่ข้าหรงเยว่ ทำงานหนักจนตายจริงเหรอ น้ำผักทุกเช้าไม่ได้ช่วยอะไรเลย หรือว่าจะเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอย่างที่กูเกิลบอกจริงๆ
หรงเยว่เคาะกะโหลกของตัวเองแรงๆ ทีหนึ่ง จากนั้นนางก็เริ่มระลึกได้ว่าความคุ้นมาจากตรงไหน ชื่อตัวละคร แคว้นต้าเทียน ฉีอ๋องเฟยหมิงเย่ ตัวนางเยว่หรงหรง ยังมีหลานสาวคนโปรดของท่านย่าเยว่เหยา
นี่มันคือตัวละครในนิยายเรื่องหนึ่งไม่ใช่หรือ
……
เอาล่ะ เปิดเรื่องใหม่ ฮิฮิ
ฝากเอ็นดูด้วยน้าาา
นางร้ายตัวประกอบ
2.นางร้ายตัวประกอบ
หรงเยว่จำได้ว่าเคยหัวเราะเพื่อนร่วมงานที่นั่งอ่านนิยายเรื่องนี้ จากนั้นเพื่อนคนนั้นก็ปานิยายใส่นางแล้วบอกว่าให้ลองอ่านดู ไม่ใช่วันวันทำแต่งาน
ที่จริงแล้ว หรงเยว่ไม่ใช่คนที่บ้างานขนาดนั้น แต่ความใฝ่ฝันสูงสุดในชีวิตก็คือการเป็นคนว่างงานที่ร่ำรวย
ฉะนั้นในวัยยี่สิบห้า ตั้งความหวังไว้ว่า ก่อนจะสามสิบ ถ้ายังไม่ถูกรางวัลจากการจับฉลากได้เงินหลายล้าน ก็ต้องตั้งใจทำงานหามรุ่งหามค่ำไปก่อน ภายในห้าปีนี้ รอเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จะไปเที่ยวรอบโลกให้หนำใจ
ด้วยความที่กำลังเบื่อๆ นึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาชั่วขณะ เลือกเปิดนิยายขึ้นอ่าน เนื่อเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก
พระเอกเป็นท่านอ๋อง นางเอกเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ที่วันวันตบตีกับคนในจวน เพื่อแย่งชิงความโปรดปรานจากคนนู้นคนนี้
จากนั้นพระนางก็เจอกันเพราะคุณหนูท่านนั้นถูกโจรปล้นระหว่างทาง พระเอกจึงเข้าไปช่วยเหลือ และติดอยู่ในป่าด้วยกันสองต่อสอง ความกลัว ความมืด ความอ่อนแอ ความแข็งแกร่ง สุดท้ายความรักก็บังเกิด
พระเอกช่วยเหลือนางเอก นางเอกคอยดูแลเอาใจใส่ ยามที่พระเอกออกรบ นางเอกที่เป็นคุณหนูจวนโหวก็ไม่หวาดกลัวความลำบาก แอบลักลอบเข้าไปในกองทัพเพื่อคอยดูแลพระเอก
เนื้อเรื่องครึ่งหนึ่งคือฉากรักของพระนาง อีกครึ่งคือฉากตบตีกันในจวนและระหว่างงานเลี้ยง
ส่วนเยว่หรงหรง นับนิ้วดูแล้วเหมือนจะเป็นนางร้ายลำดับที่สองสามสี่ เพราะขาดมารดาตั้งแต่ยังเด็ก บิดาออกรบปีปีหนึ่งกลับจวนไม่ถึงหนึ่งครั้ง
บางคราหายไปสามปีห้าปีไม่กลับจวน เยว่หรงหรงที่อาศัยในจวนตระกูลเยว่มีเพียงแม่นมและบ่าวรับใช้หนึ่งคนคอยดูแล
ความอิจฉาริษยาค่อยๆ เพิ่มพูนเมื่อเห็นว่าเยว่เหยาผู้เป็นบุตรสาวของท่านอาในตระกูลเยว่มีท่านแม่คอยดูแล มีชุดใหม่ ปิ่นปักผมใหม่ ทุกๆ ปี ส่วนเยว่หรงหรงไม่มีคนใส่ใจเรื่องนั้น มักจะได้รับเพียงของเหลือที่ไม่มีคนเลือกเท่านั้น
บ่าวรับใช้ก็ดูแลเพียงแค่เรื่องทั่วไปเท่านั้น เด็กน้อยไม่มีคนคอยสั่งสอนเรื่องมารยาท
นานวันเข้าจึงเลือกที่จะใช้วิธีเรียกร้องความสนใจเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ หลายครั้งมักจะอ้างว่าจะฆ่าตัวตายจนทุกคนเอือมระอา
จวบกระทั่งถึงวันที่ไม่อาจสั่งสอนได้อีกต่อไป ชื่อเสียงของเยว่หรงหรงเสื่อมเสียมากขึ้นทุกวัน นิสัยเอาแต่ใจร้ายกาจ ตบตีบ่าวไพร่ กระทั่งยั่วยวนบุรุษไม่เลือกหน้า
อายุสิบแปดปีนางก็ยังไม่ออกเรือน ท่านพ่อไม่รู้เรื่องหาแม่สื่อเทียบเชิญ
แม้ท่านพ่อจะเป็นบุตรชายคนโต แต่อยู่ในกองทัพมาหลายปีก็ยังรั้งตำแหน่งนายกองเท่านั้น ต่างจากบุตรชายคนเล็ก ที่เติบโตในราชสำนักทุกวันจนได้กลายเป็นท่านโหวในฐานะขุนนางฝ่ายบุ๋น
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเยว่ไม่ออกหน้า บ้านท่านอาไม่ใส่ใจ เรื่องการออกเรือนของเยว่หรงหรงจึงยืดเยื้อเรื่อยมา
แม่นมจากไปเมื่อนางอายุสิบเจ็ด หลังจากพ้นวันเกิดอายุสิบแปดปีของเยว่หรงหรงยังไม่ถึงสามเดือน ข่าวร้ายก็มาถึงจวนตระกูเยว่
กล่าวว่าบิดาของนาง เยว่ฉง สิ้นชีพในสนามรบ ฝังร่างไว้ที่ชายแดนเหนือ เหลือเพียงสิ่งของไม่กี่ชิ้นส่งกลับมาที่จวน
งานศพผ่านพ้นไป หลายคนหันมามองเยว่หรงหรงว่าชีวิตนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าบิดาของเยว่หรงหรงจะจัดการงานแต่งงานของนางไว้ก่อนตาย
กลายเป็นที่กล่าวขานทั่วเมืองหลวง ว่าบิดาของนางสละชีพเพื่อท่านอ๋องผู้นี้ ทำให้ท่านอ๋องต้องการตอบแทนน้ำใจ จึงได้รับนางเข้าจวน
ทว่าสิ่งที่นึกไม่ถึงคือฐานะของนางมิใช่อนุหรือชายารอง แต่กลับเป็นถึงชายาเอก
จวนอ๋องไม่มีสตรี เมื่อแต่งเข้ามาจึงมีเยว่หรงหรงปกครองแต่เพียงผู้เดียว แต่แต่งงานยังไม่ทันไร สามีก็ไปออกรบ ทิ้งนางไว้ในจวนคนเดียว
เยว่หรงหรงผู้ต้องการให้คนใส่ใจตลอดเวลาไหนเลยจนทนรับได้ จึงริเริ่มใช้อำนาจของตนสร้างความวุ่นวายไปทั่ว เมื่อมีฐานะเป็นหวางเฟย คนตระกูเยว่ก็หันมาทำดีกับนาง
ฮูหยินบ้านท่านอาผู้เป็นมารดาของเยว่เหยาถึงกับพานางไปร่วมงานเลี้ยงที่เมื่อก่อนเยว่หรงหรงไม่อาจเข้าร่วม ด้วยสมองของนางไม่ฉลาดนัก คิดว่าเขานับถือตน อยากจะให้เยว่เหยาผู้เคยอยู่เหนือนางเป็นฝ่ายตกต่ำดูบ้าง
หารู้ไม่ว่ายิ่งนางทำท่าทางเย่อหยิ่งจองหอง เมื่อผู้คนเห็นพวกเขาพร้อมกันก็มักจะแอบหัวเราะเยาะ กล่าวว่าหวางเฟยที่ท่านอ๋องแต่งมาช่างไร้การศึกษา ไม่เหมือนบุตรสาวบ้านรองเลยสักนิด
จุดจบของเยว่หรงหรงในฐานะตัวร้ายลำดับล่างไม่หวือหวานัก นางถูกโยนออกไปให้ออกรับความผิดแทนตัวร้ายลำดับที่หนึ่ง จากนั้นก็ถูกตัวร้ายฝ่ายชายสังหารทิ้งแต่ทำเป็นว่านางฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในชีวิตการแต่งงาน
ส่วนฉีอ๋องเองก็ไม่ได้ใส่ใจกับการตายของนาง เพียงแค่สั่งให้จัดการทุกอย่างตามฐานะ ท้ายที่สุดเยว่หรงหรงยังมีโอกาสฝังร่างไว้ในสุสานหลวงในฐานะหวางเฟยของฉีอ๋อง
เมื่อไร้ซึ่งชายาเอก ตอนจบของนิยายฉีอ๋องผู้เป็นพระเอกของเรื่องจึงแต่งนางเอกผู้มีนามว่าเยว่เหยาเข้ามาในจวนอ๋อง
……..
นางเอกไม่ได้มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ แก้แค้นอะไรทั้งนั้น เป้าหมายสูงสุดในชีวิต คือเป็นคนว่างงานที่ร่ำรวย
นี่กำลังพูดถึงนางเอกนิยายน่ะเนี่ยยยย หุหุ
ความผิดของกำยาน
3.ความผิดของกำยาน
หรงเยว่ เยว่หรงหรง โคชะตาช่างน่าขัน ชื่อของพวกนางเพียงแค่สลับตัวอักษรและเพิ่มคำมาอีกหนึ่งคำเท่านั้น
หลังจากนั่งก่นด่าโชคชะตาอยู่ในใจ นางเปิดผ้าคลุมหน้าที่พึ่งออกเพราะรู้ดีว่าวันนี้เจ้าบ่าวคงไม่โผล่หน้ามาแล้ว
นางลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มเดินไปเดินมา ไม่ถูกสิ เหตุใดเยว่หรงหรงตัวจริงถึงตายแล้วล่ะ
วันนี้เป็นวันแต่งงานของนาง จากเนื้อเรื่องเดิม ควรเป็นวันที่นางมีความสุขมากที่สุด
"หวางเฟยเพคะ ท่านอ๋องกล่าวว่าที่ค่ายทหารมีเรื่องด่วน วันนี้ไม่กลับจวนแล้วเจ้าค่ะ"
"ได้ เตรียมน้ำเถอะ"
"หวางเฟย คืนนี้เป็นคืนแต่งงาน ท่านอ๋องทำเช่นนี้ วันหน้า.."
หรงเยว่ยกมือห้ามอี้เหยา สาวใช้ข้างกายนางที่ติดตามมาจากบ้านเดิมที่กำลังเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
"วันพรุ่งนี้อย่างไรก็ต้องเข้าวังไปถวายพระพรฝ่าบาทกับพระสนม พวกเรานอนเร็วหน่อย จะได้ตื่นทัน ไปเตรียมเสื้อผ้า ข้าจะอาบน้ำแล้ว"
อี้เหยามองท่าทีไร้กังวลของคุณหนูด้วยสีหน้าหนักใจ ก่อนมาคุณหนูยังทำหน้าดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เหตุใดผ่านไปไม่กี่ชั่วยาม สีหน้าคุณหนูจึงสงบนิ่งเช่นนี้
หรงเยว่แช่กายอยู่ในอ่างน้ำอย่างไม่สบอารมณ์ แม้ว่าคืนนี้ฉีอ๋องจะไม่กลับมา แต่ปัญหาที่เจอก็ทำให้นางอยู่ไม่สุข เหตุใดเรื่องแบบนี้จึงเกิดกับตน
วันๆ นางทำแต่งานไม่เคยระรานใคร หรือเป็นเพราะการที่ไม่ยอมแก้แบบตามที่ลูกค้าต้องการทำให้ถูกเหล่าซินแสตัวดีสาปให้นางต้องมาเจอกับความวุ่นวายในรูปแบบใหม่
หรงเยว่ตบตีกับตัวเองในหัว หารู้ไม่ว่าความวุ่นวายอีกรูปแบบกำลังวิ่งเข้าหานางโดยไม่รู้ตัว ภายใต้ควันของน้ำอุ่นที่นางกำลังแช่ ปะปนไปด้วยควันจากกำยานไร้ที่มาจนแยกไม่ออก
ฉีอ๋องที่ออกเดินทางได้ครึ่งทาง ถูกคนจากวังหลวงขวางเอาไว้ พร้อมกับพระเสาวนีย์จากฮองเฮากล่าวว่าวันแต่งงานไม่ควรละทิ้งห้องหอ
เฟยหมิงเย่ไม่อยากขัดใจมารดาซึ่งจะนำมาด้วยเสียงบ่นไม่รู้จบ จึงเลือกที่จะหันหัวม้ากลับจวนด้วยสีหน้าบึ้งตึง
เทียนแดงในห้องหอยังคงส่องสว่าง ยามที่ฉีอ๋องก้าวเข้าไปในห้องหอ พบเพียงหวางเฟยของตนกำลังนั่งหน้าแดงก่ำอยู่ในอ่างอาบน้ำ
ร่างสูงกวาดสายตาไปรอบๆ ควันในอ่างน้ำเริ่มหายไปเหลือเพียงควันจากกำยานที่ตั้งอยู่กลางห้องเท่านั้น ฉีอ่องทำหน้าทะมึน นึกถึงมารดาของตนขึ้นมา
กำยานปลุกกำหนัดเพียงหยิบมือมูลค่าเทียมเมือง มีเพียงฮองเฮาของแคว้นต้าเทียนเท่านั้นที่กล้าใช้!
"ลุกขึ้น"
"หืม ท่านคือ เฟยหมิงเย่?"
หรงเยว่ไม่ได้รู้สึกมึนเมา เพียงแค่รู้สึกว่าภายในกายของนางกำลังร้อนแปลกๆ แต่นึกได้ว่าอาจจะเป็นเพราะตัวเองแช่น้ำนานเกินไปหรือไม่วิญญานก็ยังไม่ชินกับร่างใหม่
'น่าเสียดายที่นี่ไม่มีกูเกิลให้ถาม'
ผู้ที่สามารถเข้ามาในห้องหอของฉีอ๋องได้ก็ไม่น่าจะเป็นใครอื่น หรงเยว่มองอีกฝ่ายผ่านแสงเทียนสีแดงที่ส่องประกายทั่วห้องหอ พลางจุ๊ปากในใจว่านักเขียนช่างบรรจงปั้น
ใบหน้าคมคายแม้จะยังโกรธกรุ่นแต่ทุกองศากลับทำให้รู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขาม หากหรงเยว่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงตัวละครในนิยายที่เกิดขึ้นจากตัวอักษร นางก็อยากจะย่นคอทุกครั้งที่มองหน้าเขา
ฉีอ๋องมองเนินอกขาวผ่องที่โผล่พ้นยอดน้ำด้วยหางตาแวบหนึ่ง ก่อนจะเผลอกลืนน้ำลายแล้วโทษว่าเป็นความผิดของกำยานที่แสนล้ำค่าของมารดา
เขาคิดคำนวนในใจว่าถ้าหากคืนนี้ไม่ทำเรื่องที่ควรทำของการเข้าหอให้เสร็จ เสด็จแม่คงไม่ยอมปล่อยเขาออกจากเมืองหลวงเป็นแน่
"เปิ่นหวางบอกให้ขึ้นจากน้ำ"
"ท่านก็ออกไปก่อนสิ มายืนจ้องเช่นนี้ ข้าจะลุกจากอ่างได้อย่างไร"
หรงเยว่ทักท้วงขึ้น ทำให้อีกฝ่ายทำหน้าบึ้งกว่าเดิม ก่อนจะผลุนผลันออกไปอยู่ด้านนอกของฉากกั้น นางหยิบเสื้อคลุมตัวหนึ่งออกมา
ด้วยความรู้สึกอึดอัดจากภายใน หรงเยว่จึงหันกลับมาใช้นิสัยเดิมๆ โดยไม่สนสถานการณ์ เลือกเสื้อคุลมที่บางที่สุดจากทั้งหมด สวมทับทั้งๆ ที่ยังปียกหมาดๆ แล้วใช้เชือกที่พาดอยู่บนราวมัดช่วงเอวไว้ เปลี่ยนเสื้อคลุมตัวนอกจากเสื้อผ้าทั้งหมดให้กลายเป็นชุดคลุมอาบน้ำ
แม้ว่าชุดแดงเข้มจะทำให้มองไม่เห็นภายในแต่ด้วยความที่เป็นเพียงเสื้อตัวนอก ความชื้นจากร่างกายทำให้เนื้อผ้าแนบติดผิวกาย ยามที่นางเดินพ้นฉากกั้นออกมา คนอีกคนที่นั่งอยู่ในห้องถึงกับลำคอแห้งผาก
ครั้งนี้ก็เป็นเพราะกำยานของเสด็จแม่อีกเช่นเคย ฉีอ๋องปลอบใจตนเอง
ฉีอ๋องซดน้ำชาอึกใหญ่ แต่ผู้ใดจะไปคิดว่าแม้กระทั่งในน้ำชาเสด็จแม่ก็ยังทรงรอบคอบ เขามองร่างบางที่อยู่ในชุดคลุมแปลกประหลาดทว่ากลับแฝงไปด้วยความยั่วยวน
อิงเถาเม็ดเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมซ้ายขวา พยายามดุนดันผ่านความบางของเนื้อผ้าออกมาอวดโฉมภายนอก ทำให้ฉีอ๋องกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
"เจ้า เหตุใดไม่แต่งตัวให้เรียบร้อย"
"เพราะข้าจะนอนแล้ว เดิมทีท่านเองก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ"
"คืนนี้เป็นคืนแต่งงาน ถ้าเปิ่นหวางไม่อยู่ในห้องหอแล้วควรจะอยู่ที่ไหน"
"เป็นท่านที่ให้คนมาบอกว่าคืนนี้จะไปนอนที่ค่ายทหาร แล้วก็เป็นท่านที่เปลี่ยนใจ เหตุใดจึงทำหน้าราวกับคนผิดเป็นข้า"
"เยว่หรงหรง เปิ่นหวางจะเอ่ยกับเจ้าไม่กี่คำ พวกเราทุกคนมีหน้าที่ของตน ฉะนั้นจงรู้จักฐานะและหน้าที่ของเจ้า"
หรงเยว่เลิกคิ้วมองคนตรงหน้า นางไม่รู้ว่าเป็นเพราะภาษาโบราณหรือสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเข้าใจได้ แต่นางไม่เข้าใจความหมายของประโยคเมื่อครู่เลยจริงๆ
"ขออภัย ท่านหมายความว่าอย่างไร ฐานะ? หน้าที่?"
หรงเยว่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนกระทั่งได้กลิ่นกายของเขา กลิ่นอายของบุรุษทำให้ทั้งกายของนางเต้นตุบๆ จนเกือบควบคุมมือและเท้าของตนไม่ได้
นางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สมองพลันว่างเปล่าถึงขั้นล่องลอย กว่าจะรู้ตัว ริมฝีปากร้อนๆ ของคนตรงหน้าก็ทาบทับลงมาอย่างแรง
เพียงแค่มือหนาลูบผิวกายของนางผ่านเนื้อผ้า ทั้งกายก็สะท้านเฮือกราวกับรอคอยสิ่งนี้มาเนิ่นนานและค้นพบสิ่งที่ตามหา หรงเยว่อดไม่ได้ที่จะบดเบียดกายเข้าหาไอร้อนของคนตรงหน้าให้มากขึ้น
จวบกระทั่งทั้งกายของนางถูกรั้งให้นั่งลงบนตักแกร่ง สัมผัสถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่ายและกลิ่นกายที่กระตุ้นลมหายใจของนางให้หอบถี่
รสจูบและแสงเทียนมึนเมาหรงเยว่ ไปพร้อมๆ กับความคิดหนึ่งวูบเข้ามาในหัว บอกนางว่าสิ่งที่พระเอกนิยายผู้นี้พยายามจะพูด ก็คือหน้าที่ของภรรยาที่นางควรจะทำในคืนเข้าหอ
….
ไม่มีอะไรมากก ตอนหน้าเข้าหอแบบจัดเต็ม ไม่งั้นขาทองคำจะมาทันใจได้อย่างไรร