โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่! สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ยังมีด่าน "ทดสอบภาษาอังกฤษ" อีก

Dek-D.com

เผยแพร่ 19 ก.ค. 2566 เวลา 02.28 น. • DEK-D.com
มารู้จัก! ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของนิสิต-นักศึกษาแต่ละมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

สวัสดีค่ะน้องๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ” เป็นสิ่งสำคัญในยุคปัจจุบันค่อนข้างมาก โดยใน พ.ศ. 2559 ทางคณะกรรมการอุดมศึกษา ก็มีกำหนดนโยบายยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษในสถาบันอุดมศึกษา ส่งผลให้แต่ละมหาวิทยาลัยมีการวัดระดับภาษาอังกฤษของนิสิต-นักศึกษา

แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดรายละเอียดในส่วนนี้ไว้แตกต่างกัน ซึ่งบางมหาวิทยาลัยจะมีการทดสอบภาษาอังกฤษทั้งก่อนเข้าศึกษา และก่อนจบการศึกษา หรือบางมหาวิทยาลัยอาจจะเพียงแค่ก่อนเข้าศึกษา หรือก่อนจบการศึกษาเท่านั้น หรือบางมหาวิทยาลัยก็อนุญาตให้ใช้คะแนนสอบมาตรฐานตัวอื่นๆ ที่สามารถเทียบเคียงผลได้

วันนี้พี่แนนนี่เลยจะพาน้องๆ มาดูตัวอย่างการทดสอบภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยจัดสอบขึ้นเพื่อวัดระดับความสามารถนิสิต/นักศึกษา รวมไปถึงบางมหาวิทยาลัยยังใช้เพื่อจัดห้องเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐานด้วย

เตรียมตัวให้ดี! สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ยังต้องทดสอบภาษาอังกฤษกันอีก

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การสอบ KET1 (เคอีที-วัน)เป็นการสอบวัดผลภาษาอังกฤษของนิสิตปี 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่สามารถเทียบเคียงกับมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ CEFR ได้ โดยนิิสิตทุกคน ทุกคณะ ทุกวิทยาเขตจะต้องเข้าสอบตัวนี้ เพื่อนำคะแนนไปใช้จัดห้องเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ซึ่งก็ไม่สามารถคะแนนสอบตัวอื่นๆ เช่น KU-EPT, TOEFL , IELTS, SAT เป็นต้น มายื่นแทนได้ แต่สามารถใช้เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับจัดห้องเรียนได้ นอกจากนี้ผลคะแนนจะถูกนำไปเปรียบเทียบ และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านภาษาก่อนจบการศึกษา หรือการสอบ KU-EXITE ต่อไปด้วย

ข้อสอบนี้จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 : Listening, ส่วนที่ 2 : Structure & Writing Ability และ ส่วนที่ 3 : Reading Comprehension

การสอบ KU-EXITEเป็นการสอบวัดทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนิสิตระดับปริญญาตรี ก่อนที่จบการศึกษาตามหลักสูตร โดยจะเป็นข้อสอบที่เทียบเคียงกับมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ CEFR เช่นกัน

ข้อสอบนี้จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 : Listening, ส่วนที่ 2 :Language Usage and Writing Ability และ ส่วนที่ 3 : Reading Comprehension

ทั้งนี้นิสิตยังสามารถใช้คะแนน KU-English Proficiency Test (KU-EPT), TOEIC, TOEFL, IELTS เพื่อเทียบเคียงคะแนน แทนการสอบ KU-EXITE ได้เช่นกัน

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

SWU-SET (Srinakharinwirot University Standardized English Test)การทดสอบวัดระดับสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษของนิสิตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยจะมีจัดสอบให้ฟรี 2 ครั้ง คือ ปี 1 และ ปี 3 โดยถ้าใครสอบตอนปี 1 ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสอบใหม่อีก แต่ถ้าใครไม่ผ่านเกณฑ์ ก็จะต้องเข้าสอบใหม่ตอนปี 3 และจะต้องได้คะแนนมากขึ้นจากครั้งแรกตามช่วงคะแนนที่กำหนด จึงจะผ่านเกณฑ์ แต่ถ้ายังไม่ผ่านการเกณฑ์ จะต้องลงเรียนรายวิชาตามที่กำหนด ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะใช้ SWU-SET สำหรับดูพัฒนาการความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ

โดยทางมหาวิทยาลัยจะใช้คะแนน SWU-SET สำหรับ EXEMPTION เพื่อขอยกเว้นการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษศึกษาทั่วไป และ EXIT-EXAM เพื่อวัดระดับก่อนจบการศึกษาด้วย แต่ถ้าใครมีคะแนน TOEIC, TOEFL, IELTS ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ก็สามารถขอยกเว้นการสอบ SWU-SET ได้

ข้อสอบ SWU-SET นั้น จะประกอบไปด้วย 5 ส่วน ได้แก่ (1) Listening, (2) Vocabulary, (3) Usage and Functional Language , (4) Structure และ (5) Reading

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

มหาวิทยาลัยกำหนดให้มีการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาเพื่อวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ก่อนสำเร็จการศึกษา โดยจะต้องยื่นผลคะแนนการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษ King Mongkut's Standardized English Proficiency Testหรือ K-StEP Test ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (หลักสูตร 4 ปี เริ่มสอบได้เมื่อผ่านการเรียนไม่น้อยกว่า 6 ภาคเรียน หรือช่วงปี 4 นั่นเอง) หรือสามารถนำผลการทดสอบสถาบันอื่นๆ มาเทียบเคียงได้ เช่น TOEFL, TOEIC, IELTS, CU-TEP ที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี

ข้อสอบนี้จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ (1) Listening Comprehension, (2) ส่วนที่ 2 Reading Comprehension, (3) Structure and Usage

มหาวิทยาลัยบูรพา

การสอบ BUU-CET Uหรือ Burapha University Communicative English Test for University เป็นการสอบวัดความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ โดยนิสิตระดับปริญญาตรี จะต้องเข้าสอบทั้งหมด 2 ครั้ง คือ

  • การสอบ English Proficiency Test สำหรับปี 1 เพื่อวัดระดับความรู้และทักษะของนิสิต และใช้ประกอบการเรียนการสอนกระบวนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน
  • การสอบวัดความรู้และทักษะภาษาอังกฤษก่อนจบการศึกษา สำหรับนิสิตชั้นปีสุดท้าย โดยใช้ข้อสอบมาตรฐานเทียบเคียง CEFR

สำหรับข้อสอบนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ (1) Reading ที่วัดทักษะด้าน Vocabulary, Grammar, Reading Comprehension และ (2) Listening ที่วัดทักษะด้าน Listening Comprehension

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำหนดให้มีการทดสอบความรู้และทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษา โดยจะเป็นการสอบ English Proficiency Test สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และการสอบวัดความรู้และทักษะก่อนจบการศึกษา โดยข้อสอบจะต้องเทียบเคียงมาตรฐาน CEFR ได้

CMU-eProเป็นการสอบวัดความรู้และทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เพื่อทราบระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษของนักศึกษา และนำไปจัดกลุ่มการเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน รวมถึงยังเป็นแนวทางให้มหาวิทยาลัยพัฒนาความรู้และทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาด้วย โดยข้อสอบจะแบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่ Listening, Oral Expression, Reading, Vocabulary และ Grammar and Written Expression

CMU-eGradเป็นการสอบวัดความรู้และทักษะภาษาอังกฤษก่อนจบการศึกษา หรือสอบในชั้นปีสุดท้าย โดยนักศึกษารหัสตั้งแต่ 61 ต้องเข้าสอบทุกคน ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขในการจบการศึกษา

สำหรับข้อสอบนี้ จะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ Listening, Reading และ Use of language

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

นักศึกษาตั้งแต่รหัส 61 เป็นต้นไป ทุกคนจะต้องเข้ารับการทดสอบ Test of English for Thai Engineers and Technologists (TETET)ก่อนจบการศึกษา เพื่อประเมินสมรรถนะภาษาอังกฤษ โดยจะมีการบันทึกผลการทสดสอบครั้งที่ดีที่สุดลงในใบรายงานผลการเรียน หรือ Transcprit แต่ไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการจบการศึกษา

สำหรับข้อสอบนี้จะมีทั้งหมด 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่ Reading, Writing, Listening, Speaking

มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยมีนโยบายยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษ โดยนิสิตปริญญาตรี ตั้งแต่รหัส 65 ทุกหลักสูตร ทุกคน เข้ารับการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษ ภายในปีการศึกษาแรก หรือปี 1 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเองก็มีการจัดสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ ที่ได้มาตรฐานเทียบเคียง CEFR อย่าง CEPT : Cambridge English Placement Testโดยนิสิตจะต้องสอบผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ แต่ภ้าหากไม่ผ่านเกณฑ์จะต้องเข้าอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง แต่ถ้านิสิตมีคะแนนมาตรฐานอื่นๆ ก็สามารถใช้แทนกันได้ เช่น TOEFL, TOEIC, IELTS, CU-TEP, TEC-W Score

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

มหาวิทยาลัยจัดทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาปริญญาตรี เพื่อวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาทุกคนจะต้องทำการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษแรกเข้า หรือEnglish Placement Testในชั้นปีที่ 1 และการทดสอบวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษก่อนสำเร็จการศึกษา หรือ English Proficiency Examซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะจัดสอบให้ฟรีอย่างละ 1 ครั้ง

ในกรณีที่คะแนนสอบ English Placement Test อยู่ในระดับที่กำหนดไว้ ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ English Proficiency Exam แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าสอบอีก และยังสามารถขอยกเว้นรายวิชาภาษาอังกฤษ บางรายวิชาได้อีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สามารถใช้คะแนนภาษาอังกฤษอื่นๆ (ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด) เช่น TOEFL, TOEIC, IELTS ยื่นทดแทนได้

มหาวิทยาลัยมหิดล

มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีนโยบายยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษ นักศึกษาจะต้องมีความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ เทียบเคียงมาตรฐาน CEFR ก่อนสำเร็จการศึกษา โดยทางมหาวิทยาลัยจะจัดสอบMU-ELT หรือ Mahidol University English Language Test ให้กับนักศึกษาใหม่ฟรี 1 ครั้ง โดยสามารถเข้ารับการทดสอบได้ทุกภาคเรียนก่อนจบการศึกษา หรือยื่นคะแนนสอบอื่นๆ เทียบเคียงได้ เช่น TOEIC, TOEFL, IELTS, MU GRAD Test, Duolingo English Test โดยจะต้องส่งคะแนนสอบภายใน 2 ปี เข้าเป็นนักศึกษา และคะแนนสอบจะต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปีด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้นนักศึกษาทุกคนจะต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ จึงจะสามารถพิจารณาอนุมัติปริญญาได้

มหาวิทยาลัยศิลปากร

STEP หรือ Silpakorn Test of English Proficiencyคือ แบบทดสอบวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยศิลปากร ตามกรอบมาตรฐาน CEFR โดยนักศึกษารหัส 61 เป็นต้นไป จะต้องเข้าสอบตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 และจะต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ จึงจะจบการศึกษาได้ รวมไปถึงจะใช้คะแนนสำหรับจัดกลุ่มรายวิชาภาษาอังกฤษในหมวดศึกษาทั่วไป แต่สำหรับใครที่คะแนนไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็สามารถเข้ารับการพัฒนาความรู้ความสามารถภาษาอังกฤษเพิ่มพิเศษในหลักสูตรเร่งรัด หรือ intensive course ได้

นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถเลือกยื่นคะแนน TOEIC, TOEFL, IELTS, Cambridge English, CU-TEP แทนได้

สำหรับข้อสอบ STEP นี้จะทดสอบกันทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่ Listening, Semi-Speaking, Semi-Writing และ Reading

ข้อมูล/รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง/แก้ไข
แนะนำให้สอบถามไปยังคณะ/มหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่เพิ่มเติม

ข้อมูลข้างต้นเป็นตัวอย่างข้อมูลจากบางมหาวิทยาลัยเท่านั้น เนื่องจากการยกระดับภาษาอังกฤษ เป็นนโยบายจากหน่วยงานกลางที่นักศึกษาจะต้องมีระดับความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ น้องๆ คนไหนที่เพิ่งเข้าไปเป็นเฟรชชี่ใหม่ อย่าลืมติดตามข้อมูลการสอบของมหาวิทยาลัย/คณะที่กำลังเรียนอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...