โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รอยเลื่อนสะกาย” แผลงฤทธิ์ระดับ 4 ในอนาคต

INN News

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2566 เวลา 07.04 น. • INN News

อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ชี้ "รอยเลื่อนสะกาย" แผลงฤทธิ์ระดับ 4 ในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญยันอาคารสร้างหลังปี 50 ไม่น่าห่วง หากสร้างถูกต้องตามมาตรฐานหลักวิศวะกรรม

วันนี้(20 มิ.ย. 66) ดร.อรนุช หล่อเพ็ญศรี อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วย ดร. ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นายธนิต ใจสะอาด ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวะกรรม และ สุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี ร่วมกันแถลงข่าวในหัวข้อ "แผ่นดินไหว 6.0 ในทะเลอันดามัน ผลกระทบกับประเทศไทย และตึกสูง กทม."

ดร.อรนุช อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการมุดตัวของแผ่นทวีป ซึ่งก่อให้เกิดรอยเลื่อนทั้งในประเทศไทยและเมียนมา ซึ่งเมียนมามีรอยเลื่อนที่เด่นมาก คือ "รอยเลื่อนสะกาย" ที่มีประวัติเกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง สําหรับรอยเลื่อนในประเทศไทยนั้นมีที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกยาวลงไปถึงภาคใต้ รวม 26 รอยเลื่อน

โดยขณะนี้กรมทรัพยากรธรณีร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเรามีสถานีบันทึกความรุนแรงเหตุแผ่นดินไหว โดยกรมอุตุฯเป็นผู้นําในการแจ้งเตือนไปยังประชาชนเมื่อเกิดเหตุและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทํางาน อาทิ กรมโยธาธิการฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ

ด้านดร. ชมภารี อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า วานนี้ 19 มิ.ย.หลังจากที่กรมอุตุฯ ได้รับสัญญาณของคลื่นทางกรมอุตุฯ มีการวัดขนาดของคลื่นพบว่าอยู่ที่ 6.0 ลึก 10 กม. บริเวณนอกชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบให้ประชาชนรู้สึกสั่นไหวได้ในพื้นที่กรุงเทพ - นนทบุรี

เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นดินอ่อน นอกจากนี้หลังเกิดเหตุทางกรมอุตุฯ ได้เฝ้าระวังจนล่าสุดเมื่อเวลา 9.00 น. ที่ผ่านมาพบอาฟเตอร์ช็อกจํานวน 8 ครั้ง วัดได้ 3.0-3.9 จํานวน 3 ครั้ง และ 4.0-4.9 จํานวน 5 ครั้ง ซึ่งการทํางานของกรมอุตุฯ จะรับขอมูลแบบเรียลไทม์โดยมีโปรแกรมวิเคราะห์เหตุแผ่นดินไหว ซึ่งหลังทราบเหตุจะมีการแจ้งเตือนไม่เกิน 15 นาที ซึ่งวานนี้เราก็แจ้งให้ประชาชนทราบภายใน 13 นาที ส่วนคลื่นสึนามิยังไม่มีการตรวจพบ

โดย ดร.อรนุช กล่าวเพิ่มว่า รอยเลื่อนสะกายเป็นเหมือนพี่ใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะงันออกเฉียงใต้ แต่ขอยืนยันว่าแผ่นดินไหววานนี้ไม่ส่งผลต่อการเกิดคลื่นสึนามิ เนื่องจากสึนามิเกิดจากแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่แนวดิ่ง หรือภูเขาไฟปะทุใต้ทะเล ดินถล่มใต้ทะเล แต่วานนี้เป็นเพียงการเสียดสีด้านข้างนั้น จะไม่ก่อให้เกิดสึนามิแม้จะมีความรุนแรงก็ตาม และคาดว่ารอยเลื่อนสะกายอาจแผลงฤทธิ์ ในอนาคต

ซึ่งส่งผลกระทบต่อ กทม. ในระดับ 4 แต่ในส่วนนี้ทางกรมโยธาธิการฯมีการจํากัดความเสี่ยงตรงนี้เอาไว้หมดแล้วจึงไม่น่ามีปัญหา อย่างไรก็ตามการแจ้งเหตุแผ่นดินไหวไม่สามารถเตือนเป็นอาทิตย์หรือชั่วโมงเหมือนนํ้าท่วมหรือฝนตกได้ เราจะรู้ก่อนเกิดเหตุเพียง 10 วินาทีเท่านั้น

ขณะที่นายธนิต ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวะกรรม ระบุว่า เรามีกฎกระทรวงฯ ตั้งแต่ปี 2540 ใช้บังคับพื้นที่ภาคเหนือ ภาคคะวันตก ที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง ต่อมาทราบว่าส่งผลต่อ กทม. ที่เป็นพื้นที่ดินเหนี่ยวค่อนข้างหนามากและมีอาคารได้รับผลกระทบระยะไกล ทําให้ปี 2550 บังคับใช้กฎกระทรวงฯ จากเดิม 10 จังหวัดเป็น 22 จังหวัด จนล่าสุดปี 2564 แก้ไขเพิ่มเป็น 43 จังหวัดทั่วประเทศ

ซึ่งจะเห็นได้ว่าอาคารทั่วไปและอาคารสูงใน กทม. นั้น ส่วนใหญ่สร้างขึ้นหลังปี 2550 ดังนั้นจึงมีการก่อสร้างที่ถูกต้องตามหลักวิศวะและรองรับเหตุแผ่นดินไหวอยู่แล้ว ซึ่งไม่น่าเป็นห่วง ส่วนอาคารเก่าที่สร้างก่อนปี 2540 อาจไม่ได้รองรับเหตุแผ่นดินไหว เจ้าของอาคารสามารถยื่นขอเสริมโครงสร้างรองรับแผ่นดินไหวเพิ่มเติมได้ ซึ่งในส่วนนี้กฎหมายเปิดช่องทางการขออนุญาตให้กับอาคารเก่าเหล่านี้ และขอยืนยันว่าอาคารที่สร้างตามหลักวิศวะและได้มาตรฐานนั้นไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด

ทั้งนี้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี แนะวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวด้วยว่า ให้หลบใต้โต๊ะและหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้เฟอร์นิเจอร์ที่อาจจะตกหรือล้มลงได้ เช่น โคมไฟ ลิ้นชัก และยังไม่ต้องเคลื่อนที่ไปไหนรอให้เหตุสงบก่อนค่อยอพยพ ด้านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวเพิ่มว่า อนาคตรอยเลื่อนสะกายอาจแผลงฤทธิ์ ซึ่งทางกรมอุตุฯจะแจ้งเตือนให้เร็วกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกและสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...