โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัสเซียไม่ต่ออายุเปิดทางทะเลดำให้ยูเครน ดันราคาอาหารสัตว์พุ่งขึ้นทันที 10%

BTimes

อัพเดต 21 ก.ค. 2566 เวลา 16.38 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2566 เวลา 09.38 น. • BTimes.Biz

สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย รายงานว่าในปี 2565 ประเทศไทยนำเข้าข้าวสาลีจากออสเตรเลีย ประมาณ 300,000 ตัน ถือว่าเป็นการนำเข้าน้อยที่สุด ทั้งนี้ เป็นผลมาจากราคาที่สูงขึ้น และสถานการณ์ของสงครามทำให้ไทยมีการชะลอนำเข้า เพราะโดยปกติประเทศไทยจะนำเข้าเฉลี่ยปีละกว่า 1.2 ล้านตัน ส่วนการนำเข้าข้าวสาลีของไทย 5 เดือนแรกของปี 2566 พบว่า ไทยนำเข้าข้าวสาลีมาแล้ว 900,000 ตันและคาดว่าทั้งปีจะนำเข้ามาประมาณ 1.8 ล้านตัน โดยประเทศที่นำเข้ายังคงเป็นออสเตรเลีย และมีนำเข้าจากยูเครนและประเทศอื่นๆ บ้าง ซึ่งจากสถานการณ์ปัญหาระหว่างรัสเซียกับยูเครนและทำให้มีการไม่ต่ออายุข้อตกลงเปิดทางทะเลดำเพื่อให้ขนส่ง ส่งผลทำให้การส่งออกธัญพืชจากยูเครน ผ่านเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถทำได้ ทำให้ยูเครนอาจจะใช้เส้นทางอื่นเพื่อการส่งออก โดย จะทำให้ราคาต้นทุนทั้งค่าขนส่งและวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

โดยขณะนี้ราคาข้าวสาลีในประเทศอยู่ที่ 11 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปรับลดราคาลงมาอยู่ที่ 11.20 บาทต่อกิโลกรัม จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 12.20 บาทต่อกิโลกรัม

นายสมภพ เอื้อทรงธรรม เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ รัสเซียไม่ต่ออายุข้อตกลงเปิดทางทะเลดำเพื่อให้ขนส่งธัญพืชออกจากยูเครนได้อย่างปลอดภัย (Black Sea Grain Initiatives) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้จำนวนการขนส่งธัญพืชออกจากยูเครนจะลดน้อยลงและส่งผลให้ราคาอาหารสัตว์และอาหารคนแนวโน้มสูงขึ้นว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นทันที 10% จากราคาก่อนหน้านี้ข้าวสาลีอยู่ที่ 260 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ 285 เหรียญต่อตัน จากนี้ยังต้องติดตามว่าราคาจะมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

นอกจากนี้ไทยยังเผชิญปัญหาราคาหมู ไก่ไม่ดี การนำเข้าสินค้าในช่วงไตรมาส 2 ชะลอตัวลง เนื่องจากปีที่ผ่านมามีการเร่งนำเข้าอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาสงครามซึ่งทำให้กังวลว่าจะทำให้ขาดแคลนอาหาร ยังเป็นผลจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่หลายบริษัทขาดทุนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยยังไม่รวมผู้ผลิตอาหารสัตว์รายย่อย

หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ต่อเนื่องอีก 2 เดือน ผู้ผลิตอาหารสัตว์มีโอกาสที่จะลดกำลังการผลิตลง เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และการขนส่งที่จะไม่สามารถนำเข้าได้ แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพราะปัญหา รัสเซีย-ยูเครนจะทำให้เกิดความต้องการนำเข้าอาหารหรือสินค้ามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...