“ต่างชาติ” พลิกกลับมาซื้อสุทธิQ1/25 “ตราสารหนี้ไทย” 1 หมื่นล้านบาท… พร้อมคงเป้ายอดออก “หุ้นกู้” ปีนี้ไว้ที่ 0.85 – 0.90 ล้านลบ. ไม่หวั่นศก.ซบ !!!
Fun of Funds: ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นจากการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดี “Donald Trump”
ล่าสุดก็เขย่าตลาดการเงินทั่วโลกจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าใหม่กับประเทศคู่ค้าของสหรัฐทั่วโลก ซึ่งออกมาสูงกว่าคาด จนเริ่มมีสถาบันต่างชาติออกมาเตือนว่านโยบายดังกล่าวอาจฉุดให้เศรษฐกิจโลกถดถอยได้
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในกรอบจำกัด ก็ถูกหั่นเป้าการเติบโตปีนี้ลงทันที อย่างไรก็ตาม “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในไตรมาส1/25 ยังคงขยายตัวได้ 2.2%
โดยมียอดออก“หุ้นกู้” 2.03 แสนล้านบาท ลดลง -1.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยังคาดว่ายอดออกหุ้นระยะยาวจะยืนได้ที่ระดับ 0.85 – 0.90 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับในปีที่ผ่านมา
ในขณะที่ “ต่างชาติ” พลิกกลับมา “ซื้อสุทธิ” 10,297 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตา “ปัจจัยต่างประเทศ” ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยสหรัฐลงช้า, Spread ดอกเบี้ยไทย-สหรัฐห่าง ที่จะเป็นปัจจัยกำหนด“Fund Flow” นั่นเอง
ภาพรวม “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในไตรมาสที่1/25 เป็นยังไงนั้น ทางทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาอัปเดตให้ฟังกัน
“ต่างชาติ” พลิกกลับมาซื้อสุทธิ “ตราสารหนี้ไทย” 1 หมื่นล้านบาท…แนะจับตา “ปัจจัยตปท.” กำหนดทิศทาง “Fund Flow” ปีนี้
โดย“ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า สิ้นไตรมาส1/25 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยอยู่ 17.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2%ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก คิดเป็น 94% ของ GDP แซงหน้า “ตลาดหุ้นไทย” ที่ 78% GDP ในขณะที่ “สินเชื่อแบงก์” อยู่ที่ 99% GDP
ไตรมาส1/25 “ต่างชาติ” กลับมาซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยจำนวน 10,297ล้านบาท เป็นผลรวมของการขายสุทธิตราสารหนี้ไทย 11,989 ล้านบาท ในเดือนม.ค. และการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยในเดือนก.พ.และมี.ค. รวม 22,286 ล้านบาท หลังจากการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี Trump ทำให้การถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นไตรมาสที่1/25 อยู่ที่ 8.74 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5%ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.4ปี ลดลงเล็กน้อยจาก 8.7 ปี เมื่อสิ้นปี24
(ดร.สมจินต์ ศรไพศาล)
“ส่วนทิศทางของเงินทุนต่างชาตินั้น ยากจะคาดการณ์ได้ ขึ้นกับหลายปัจจัยด้วยกัน ในปี25 นี้จึงแนะนำให้จับตาปัจจัยต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ทั้งดอกเบี้ยสหรัฐลงช้า, Spread ดอกเบี้ยไทย-สหรัฐห่างเป็นต้น ที่จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของ Fund Flow ในปีนี้”
“หุ้นกู้” ไตรมาส1/25 มียอดออก 2.03 แสนลบ. ลดลง -1.76%…มั่นใจปีนี้ 0.85 -0.90 ล้านลบ. ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา
ในส่วนของตลาดหุ้นกู้นั้น “อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า “ตลาดหุ้นกู้” ในกลุ่มเรทติ้ง A ขึ้นไปยังคงขายได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ BBB ลงไปและ “High Yield” นั้น ขายได้ยากขึ้น เพราะนักลงทุนเอง “ระมัดระวัง” มากขึ้น ภาพรวมการออกหุ้นกู้ระยะยาวไตรมาส1/25 อยู่ที่ 203,486 ล้านบาท ลดลง -1.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยหุ้นกู้กลุ่ม Investment grade โดยรวมมีการออกมากกว่ามูลค่าที่ครบกำหนด ในขณะที่หุ้นกู้กลุ่ม High yieldมีการออกน้อยกว่ามูลค่าที่ครบกำหนด กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่ม Energy Property และ Finance ตามลำดับ
(อริยา ติรณะประกิจ)
“3 ไตรมาสที่เหลือของปี25 มี ‘หุ้นกู้ระยะยาว’ครบกำหนด 686,004 ล้านบาท กว่า 86% อยู่ในกลุ่ม Investment Grade โดยจะครบมากสุดในQ2 ประมาณ 2.62 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามด้วยทิศทางดอกเบี้ยที่ลดลงและหุ้นกู้ส่วนใหญ่กว่า 86% ในกลุ่ม Investment Grade ยังน่าจะออกหุ้นกู้ทดแทนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดได้นั้น เรายังตั้งเป้าเป้ายอดออกหุ้นกู้ในปี25 ไว้ที่ 0.85 – 0.90 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับในปีที่ผ่านมา”
“ไตรมาสที่1/25 มีหุ้นกู้ ‘Default’ 3 บริษัท รวม 1,605 ลบ. และ ‘เลื่อนชำระหนี้’(Delay) 9 บริษัท รวม 8,841 ลบ. (มี 5 บริษัท เป็นรายใหม่ที่ขอเลื่อน) ในปี25 นี้ ยังยากที่จะประเมินได้แต่ด้วยเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นและดอกเบี้ยก็เกื้อหนุนต่อธุรกิจ เชื่อว่าภาพรวมคงไม่ได้แย่ไปกว่าเดิมแต่ประการใด อย่างไรก็ตามในกลุ่ม ‘High Yield’ เองคงต้องมองหาช่องทางอื่นในการระดมทุนเพิ่มมากขึ้น ส่วนหุ้นกู้ที่จะออกใหม่เลยนั้นก็น่าจะมีคุณภาพที่ดีขึ้นจากมาตรการดูแลที่เข้มข้นมากขึ้นเช่นกัน”
ภาพรวม “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ไตรมาสที่1/25 ที่ผ่านมานั้น ถือว่ามีพัฒนาการในเชิงบวก ขึ้นมาเป็นเสาหลักในการระดมทุนได้อย่างเต็มภาคภูมิด้วยสัดส่วน 94% ของ GDP ส่วนทิศทาง “เงินลงทุนต่างชาติ” นั้นยังยากจะคาดเดา และยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไปท่ามกลางภาวะตลาดการลงทุนทุกผันผวน พร้อมคงเป้าออก “หุ้นกู้” ปีนี้ไว้ที่ 0.85 – 0.90 ล้านล้านบาท