โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เกมนิติสงคราม เขย่ารัฐบาล ทักษิณ-พีระพันธุ์-ภูมิธรรม ระทึก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 03.30 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

“เกมนิติสงคราม” ประลองกำลัง-ห้ำหั่น ผ่านสงครามตัวแทน องค์กรอิสระ และกระบวนการยุติธรรม กำลังแผลงฤทธิ์

เพราะทุกขั้ว-ทุกฝ่าย กำลังมีคดีอยู่ในองค์กรอิสระ ชนักติดหลังแทบทุกฝั่ง

ทั้งระดับภาพใหญ่ ทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในระดับพรรคการเมือง ในระดับล้มนิติบัญญัติ และในระดับตัวบุคคล

และอาจมีบางคดีที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล

ทักษิณขึ้นศาลปมชั้น 14

นิติสงครามระทึกที่สุดของการเมือง และระทึกที่สุด “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี หลังกลับเมืองไทยคือคดีชั้น 14

แม้ว่าคดีชั้น 14 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่รับไต่สวน กรณีที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องศาล กรณีไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ซึ่งไม่ได้ขออนุญาตศาลก่อน ทำให้ไม่ได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษาแม้แต่วันเดียว โดยเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 89 และมาตรา 246

แต่กลายเป็นว่าศาลฎีกาฯ รับไว้ไต่สวนเอง

“ศาลพิเคราะห์คำร้องและเห็นว่านายชาญชัยไม่ใช่คู่ความในคดีของศาลนี้ และไม่ใช่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหายจากการรับโทษจำคุกแก่นายทักษิณในคดีดังกล่าว เมื่อไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในชั้นบังคับตามคำพิพากษา จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องในศาลนี้”

“แต่เมื่อความปรากฏต่อศาล ว่าอาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุก เมื่อคดีถึงที่สุดของศาลนี้ ศาลย่อมมีอำนาจในการไต่สวนและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร”

โดยที่ศาลมีคำสั่งให้นัดไต่สวนในวันที่ 13 มิถุนายน เวลา 09.30 น

นอกจากนี้ ยังมีคดีในชั้นผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประเด็นต่อเนื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ส่งเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นฟ้องศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งอนุญาตนายทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ให้เป็นการกระทำที่ใช้บังคับไม่ได้ หรือโมฆะ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินต้องแจ้งเรื่องไปยังกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง มาประกอบกับข้อกฎหมายในเรื่องของหลักเกณฑ์ และส่งเรื่องไปให้ศาลปกครองพิจารณาต่อไปหรือไม่

และคดีในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ในชั้นกระบวนการไต่สวน โดยองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ พลตำรวจโททวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับคดีชั้น 14

ยังไม่นับกรณีที่ฝ่ายค้านพรรคประชาชนเดินหน้าโรยเกลือหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีชั้น 14 ผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินการโรยเกลือต่อคือ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ระทึก ม.112

คดีของ “ทักษิณ” ยังไม่หมดแค่คดีชั้น 14 ยังมีคดีที่ตกเป็นจำเลยคดี 112 ที่ศาลอาญา กรณีถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้องการกระทำที่ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ไปให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งศาลอาญาจะเริ่มการพิจารณาคดีในเดือนกรกฎาคมนี้ มีการนัดสืบพยาน 7 นัด โดยฝ่ายโจทก์ (อัยการ) นัดในวันที่ 1, 2 และ 3 กรกฎาคม 2568 และนัดสืบพยานฝ่ายจำเลยจะเริ่มในวันที่ 15, 16, 22 และ 23 กรกฎาคม 2568

ทั้ง ครม.ลุ้นปมทักษิณครอบงำ

ตัวละครการเมืองที่ชื่อ “ทักษิณ” ยังถูกโยงกับคดีที่จะส่งผลกระทบต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ คือคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวม 4 คำร้องเป็นคดีเดียวกัน คือกรณี “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำพรรคเพื่อไทย ในการเรียกประชุมแกนนำ 6 พรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเลือกนายกฯ คนใหม่ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของอดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง และขอให้ยุบพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชาติ และพรรคพลังประชารัฐ

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนในชั้นอนุฯ ของ กกต. ซึ่ง “อิทธิพร บุญประคอง” ประธาน กกต.เปิดเผยเมื่อ 10 เมษายน ว่าคดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก เข้าใจว่าคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจะสามารถเสนอเรื่องให้เลขาธิการ กกต.พิจารณาได้ในเร็ววันนี้ ว่ากรณีนี้เป็นเหตุอันควรยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีการยุบพรรคหรือไม่

โยกงบฯ ขัดรัฐธรรมนูญ

คดีที่สอง เพิ่งมีการยื่นต่อ ป.ป.ช.เมื่อ 25 เมษายน เป็นกรณีที่ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์, สมชาย แสวงการ อดีต สว., เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ, นิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา นักเคลื่อนไหว ร่วมกันยื่นให้ ป.ป.ช.วินิจฉัยให้เกิดความปรากฏ

กรณี ครม.ยุครัฐบาลเศรษฐา ต่อเนื่องถึง ครม.รัฐบาลแพทองธาร รวมถึงกรรมาธิการงบประมาณของ สส. และ สว. มีส่วนกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 กรณีโยกงบประมาณที่เป็นการชำระเงินใช้ต้นเงินกู้ พร้อมชดเชยดอกเบี้ย และเป็นเงินกู้ตาม มาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังจำนวน 3.5 หมื่นล้าน มาเป็นงบฯ กลางสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านดิจิทัลวอลเลต ซึ่งหวังผลให้ ครม.พ้นไปทั้งคณะ

นายกฯ ลุ้นเทมส์วัลเลย์-ตั๋ว P/N

เรื่องร้อนของนายกฯ “แพทองธาร ชินวัตร” อาจไม่สะเทือนถึงตำแหน่ง แต่ก็กระทบต่อสถานะทางการเมือง มี 2 กรณีจากผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือกรณีที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยื่นเรื่องให้กรมสรรพากรตรวจสอบ การที่นายกฯ ใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (ตั๋ว PN) ในการซื้อหุ้นหลบเลี่ยงภาษี 4,400 ล้านบาท หรือไม่

และอีกกรณีคือ โฉนด 10 แปลงที่ตั้งโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ซึ่งฝ่ายค้านปักธงว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสถานะเป็นที่ดินที่ ครม.สงวนไว้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ต้นน้ำลำธาร ห้ามออกโฉนด ดังนั้น จึงยื่นต่ออธิบดีกรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ตั้งโรงแรมดังกล่าว

บิ๊กอ้วน-ทวี-พีระพันธุ์

ส่วนคดีการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสถานะรัฐมนตรี และอาจนำมาสู่การปรับ ครม.ในอนาคต คือ 2 กรณีร้อนแรง ประกอบด้วย คดีคุณสมบัติของพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ที่ถูก “สนธิญา สวัสดี” อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ไปยื่นร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 23 เมษายน กรณีถือหุ้นและเป็นกรรมการอยู่ในบริษัทจำนวน 3 บริษัท หลังจากพีระพันธุ์รับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 โดย “สนธิญา” ระบุว่า ในปัจจุบันบางบริษัทยังมีชื่อนายพีระพันธุ์ ดำรงตำแหน่งอยู่

จากนั้น 30 เมษายน “สนธิญา” ได้ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี

ขณะที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กับ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม ถูกกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน 92 คน ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยการสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

การแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ และฝ่าฝืนหลักนิติธรรม

นิติสงครามกำลังเข้มข้น และอาจมีบางรายที่ไม่สามารถ “รอดพ้น” กับดักนิติสงครามครั้งนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกมนิติสงคราม เขย่ารัฐบาล ทักษิณ-พีระพันธุ์-ภูมิธรรม ระทึก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...