โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ของจีนในการเกลี่ยความเจริญไปให้ถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

China Media Group

อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 16.16 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2568 เวลา 16.16 น.

ยุทธศาสตร์ของจีนในการเกลี่ยความเจริญไปให้ถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์

จีนเป็นประเทศกว้างใหญ่ไพศาล ภูมิประเทศมีความหลากหลายและแตกต่างกันมาก ภาคตะวันออกมีความได้เปรียบเพราะอยู่ติดทะเล ภาคกลางมีแม่น้ำใหญ่ 2 สายไหลผ่าน บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมีกลุ่มเมืองขนาดใหญ่ 3 กลุ่มที่ทำ GDP ได้สูงกว่า 1 ล้านล้านหยวนต่อปี ไล่จากเหนือลงใต้ได้แก่ กลุ่มแม่น้ำฮวงโห มีเมืองใหญ่คือ ปักกิ่ง เทียนสิน และเหอเป่ย กลุ่มแม่น้ำแยงซี มีเซี่ยงไฮ้ซึ่งทำสถิติ GDP สูงสุดทะลุ 5 ล้านล้านหยวนต่อปี ใต้สุดคือกลุ่มแม่น้ำจูเจียง มีกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า ในขณะที่ภาคตะวันตก และภาคอีสานภูมิประเทศกันดาร ประชากรเบาบาง ความแตกต่างทางด้านชีวิตความเป็นอยู่ระหว่าง 3 กลุ่มแรกกับภาคอีสานและภาคตะวันตกจึงเด่นชัดมาก

ด้วยเหตุนี้ จีนในยุคสีจิ้นผิงจึงมีความคิดว่าอาศัยกลุ่มเมืองใหญ่ที่เจริญแล้ว ซึ่งน่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะให้การช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งพิงให้กับพื้นที่ที่อ่อนด้อยกว่าให้ค่อย ๆ เจริญขึ้นมาได้

สีจิ้นผิงมักใช้เวลาว่างเดินทางไปเยือนภาคอีสานและภาคตะวันตกอยู่เสมอ เพื่อจะได้เรียนรู้สภาพความเป็นจริงทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่สมัชชาพรรคครั้งที่ 18 เป็นต้นมา เขาไปเยือนภาคอีสานไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง เรียกประชุมสัมมนา 3 ครั้ง แต่ละครั้งจุดเน้นของเขาอยู่ที่การหาทางทำให้ภาคอีสานและภาคตะวันตกเจริญขึ้น พยายามสร้างรูปแบบการพัฒนาของตนเองที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของตนเองขึ้นมา ส่วนภาคอื่น ๆ ที่เจริญอยู่แล้วก็เน้นให้พัฒนาต่อไปสู่ความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ

สีจิ้นผิงเน้นว่า การลดช่องว่างการพัฒนาของแต่ละพื้นที่ให้ใกล้เคียงกันนั้น ไม่ได้หมายความว่า เขตที่ด้อยพัฒนาจะนั่งงอมืองอเท้า รอการช่วยเหลือจากรัฐ ในทางกลับกันการยื่นมือเข้าช่วยเหลือจากภายนอกจะกระตุ้นให้ท้องที่เหล่านั้นมองเห็นโอกาส เกิดความมุมานะยิ่งขึ้นในการมองหาจุดเด่นจากลักษณะทางกายภาพในพื้นที่ของตน แล้วขยายความได้เปรียบที่มีอยู่เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นของตนอย่างเต็มที่

เดือนตุลาคม 2015 สีจิ้นผิงกล่าวต่อที่ประชุม คกก.พรรคฯครั้งที่ 5 สมัยที่ 18 ว่า “ที่เราพูดกันว่าจะต้องลดช่องว่างความแตกต่างระหว่างเมืองกับชนบทนั้น เราไม่ได้เน้นที่ขนาดของ GDP ที่จะเติบโตขึ้น ไม่ได้เน้นอัตราความเร็วในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สิ่งที่เราเน้นก็คือ การลดความแตกต่างของระดับรายได้ของประชาชน ลดช่องว่างของการเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน ได้รับบริการสาธารณะอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนมีช่องห่างที่แคบลงเรื่อย ๆ ”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โครงการใหญ่ระดับโลกก็เริ่มต้นขึ้นเรื่องแล้วเรื่องเล่า เช่น โครงการผันน้ำจากภาคใต้ขึ้นไปหล่อเลี้ยงภาคเหนือ โครงการส่งก๊าซและไฟฟ้าจากภาคตะวันตกไปให้ภาคตะวันออก พื้นที่ภาคตะวันออกกับตะวันตกจับคู่สนองความช่วยเหลือให้แก่กัน แลกเปลี่ยนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้แก่กัน การค้าขายข้ามพรมแดนสะดวกรวดเร็วขึ้น กระทั่งมีการจับมือช่วยกันสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นต้น

ปี 2017 สีจิ้นผิงได้ร่วมกับวิศวกรช่วยกันออกแบบสร้างเมืองใหม่ในอุดมคติขึ้นมาเมืองหนึ่ง ชื่อว่าเมือง “สงอัน” (Xiong'An New Area) อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งลงไปทางใต้ 100 กว่ากม. เป็นเสมือนหนึ่งเมืองบริวารที่จะพัฒนาไปพร้อมกับปักกิ่ง เทียนสิน และเหอเป่ย ส่วนหนึ่งในการตั้งเมืองสงอันขึ้นมาก็เพื่อลดความหนาแน่นของกรุงปักกิ่ง อีกส่วนหนึ่งเพื่อให้สงอันเป็นแบบอย่างของเมืองใหม่ในอุดมคติอย่างที่เขาต้องการ และให้เมืองอื่น ๆ ถือเป็นแบบอย่าง สงอัน เป็นเมืองใหม่แห่งที่ 3 ต่อจากเมืองเซินเจิ้น และเขตเมืองใหม่ผู่ตงที่ขึ้นกับเซี่ยงไฮ้ ทั้ง 2 เมืองผุดขึ้นมาในยุคเปิดประเทศของเติ้งเสี่ยวผิง เพื่อให้เป็นเมืองที่ทันสมัย รองรับการลงทุนของต่างชาติ รองรับเศรษฐกิจและการติดต่อค้าขายกับโลกภายนอก

กล่าวให้ถึงที่สุดแล้ว ความพยายามที่จะยกระดับรายได้ของประชาชนทั้งประเทศให้เจริญขึ้นไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เกลี่ยรายได้ของประชาชนให้ใกล้เคียงกัน กล่าวสำหรับประเทศขนาดใหญ่อย่างจีนแล้ว คงไม่ต่างจากการปฏิวัติครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ที่มีพรรคฯนำ มีมวลชน 1,400 ล้านคนเข้าร่วมด้วยความกระตือรือร้นและด้วยจิตสำนึก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...