โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เช็กลมยางให้ฟิตปั๋ง เติมเท่าไรดี?

สยามคาร์ - Siamcar

อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 13.55 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
เช็กลมยางให้ฟิตปั๋ง เติมเท่าไรดี?

เช็กลมยางให้ฟิตปั๋ง เติมเท่าไรดี?

แล้วรถของเราควรเติมลมเท่าไหร่?
ปริมาณแรงดันลมยางสามารถดูได้ที่ตำแหน่งข้างประตูคนขับ โดยทางผู้ผลิตจะมีสติกเกอร์แปะเอาไว้เพื่อบอกแรงดันลมยางที่เหมาะสมกับรถคันนั้น ๆ ซึ่งหน่วยของแรงดันลมยางในประเทศไทย จะเรียกว่า PSI หรือ Pound per Square inches (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) เป็นหน่วยมาตรฐานในเครื่องปั้มลมทั่วประเทศ

1. เติมลมยางเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม?
ยาง เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่คนใช้รถยนต์ห้ามปล่อยปละละเลยเป็นอันขาด เพราะยางเป็นเป็นส่วนประกอบที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา นอกจากจะช่วยยึดเกาะถนนแล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้กับรถของคุณได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทยาง, ขนาด และการเติมลมยางที่เหมาะสม

ดังนั้นแล้ว เราจึงควรหมั่นตรวจเช็กสภาพดอกยาง, แก้มยาง และลมยางอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในกรณีที่ไม่ค่อยได้ใช้รถ และเดือนละ 1-2 ครั้ง สำหรับรถที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้กับตัวรถและตัวคุณนั่นเอง

2. ลมยางอ่อน อาการเป็นอย่างไร?
รถออกตัวช้า มีอาการย้วย เมื่อเหยียบคันเร่งรู้สึกว่าเหยียบไม่ค่อยไป
พวงมาลัยหนักผิดปกติ เลี้ยวรถยากขึ้น
เวลาเลี้ยวรถแล้วพวงมาลัยไม่ค่อยคืนกลับหรือคืนกลับช้า
ในกรณีที่เติมลมยางน้อยเกินไปจะทำให้ลมยางอ่อนกว่าปกติ นอกจากจะขับได้ช้าลงแล้ว ลมยางอ่อนยังทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ เนื่องจากรถหนักขึ้นและทำให้เราต้องเหยียบคันเร่งมากกว่าเดิม อีกทั้งหากลมยางอ่อนเกินไป เมื่อเข้าโค้งก็จะมีความอันตรายมาก เสี่ยงที่จะต้องเจอกับอาการท้ายรถส่าย และควบคุมรถได้ยากขึ้น

3. ลมยางแข็ง อาการเป็นอย่างไร?
รถมีอาการร่อนในความเร็วสูง
รู้สึกว่ารถเบากว่าปกติ และอัตราเร่งดี
เมื่อขับผ่านเนิน หลุม บ่อ รถจะกระเทือนมากกว่าปกติ
ในกรณีที่เติมลมยางมากหรือแข็งเกินไป แม้ว่ารถยนต์จะออกตัวได้ดีกว่าการเติมลมยางอ่อน แต่ประสิทธิภาพในการขับขี่นั้นไม่ได้มากขึ้น ลมยางแข็งทำให้ยางเกาะถนนน้อยลงทั้งบนทางตรงและทางโค้ง การเบรคจะต้องใช้ระยะที่มากขึ้น และดอกยางตรงกลางจะเสื่อมเร็วกว่าบริเวณข้าง ๆ เนื่องจากเป็นส่วนที่สัมผัสพื้นถนนมากกว่า ไม่หมดเพียงเท่านั้น หากลมยางแข็ง ยังเสี่ยงกับการระเบิดของยางเมื่อขับผ่านหลุมและบ่อบนถนนอีกด้วย

4. เติมลมรถเก๋ง
รถเก๋งขนาดเล็ก ปริมาณลมยางที่เหมาะสม คือ 25-30 PSI
รถเก๋งขนาดกลาง และรถ SUV ปริมาณลมยางที่เหมาะสม คือ 30-35 PSI

5. เติมลมรถกระบะ
รถกระบะ ปริมาณลมยางที่เหมาะสม คือ 35-45 PSI (ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการบรรทุกสิ่งของ)

6. เติมลมรถเก๋ง จำเป็นต้องเติมลมไนโตรเจนไหม?
ลมยางไนโตรเจน คือลมที่เป็นแก๊สเพียงอย่างเดียว (ผ่านการคัดเอาออกซิเจนและความชื้นออกไปทั้งหมด) โดยลมยางไนโตรเจนประกอบด้วยไนโตรเจนมากกว่า 93% และเป็นไนโตรเจนที่มีไอน้ำปนอยู่น้อยหรือแทบไม่มีเลย อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้อย ทำให้เกิดการขยายตัวน้อยกว่า โอกาสการระเบิดของยางจึงน้อยตามลงไป

ข้อดีของลมยางไนโตรเจน
ขับขี่ได้นุ่มนวลกว่าการเติมลมยางธรรมดา เพราะแรงดันคงที่
แรงดันลมยางรั่วซึมได้น้อยลงหรือแทบไม่มีเลย
โอกาสยางระเบิดน้อย
ไม่ต้องเติมลมยางบ่อย

ปริมาณลมยางที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์

- รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมแรงลมที่ 25-30 ปอนด์

- รถยนต์ขนาดกลาง ควรเติมแรงลมที่ 30-35 ปอนด์

- รถกระบะ (ไม่มีน้ำหนักบรรทุก) ควรเติมแรงลมที่ 35-40 ปอนด์

- รถตู้บรรทุก 7-10 คน ควรเติมแรงลมที่ 43-55 ปอนด์

- ล้อขอบ 20 นิ้ว ใช้ยางแก้มเตี้ย ควรมีแรงดันไม่น้อยกว่า 37-39 ปอนด์ เพื่อป้องกันการตกหลุมแล้วทำให้ขอบล้อและยางเสียหาย แต่ทางที่ดี ควรเพิ่มความระวัง เมื่อใส่ล้อวงโตกับยางแก้มเตี้ย การเติมลมยางเพิ่มขึ้นในล้อวงโตกับยางแก้มเตี้ย อาจมีอาการกระด้าง แต่ช่วยทำให้ยางมีแรงดันมากพอเมื่อตกลงไปในหลุม หรือแม้แต่คอสะพานที่มีขอบไม่เสมอกับผิวทาง

การเติมลมควรขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่บรรทุก และเป็นไปตามคู่มือการใช้รถแต่ละรุ่น หรือดูข้อมูลจากด้านข้างประตูรถด้านคนขับ แต่ถ้าเติมแข็งเกินไป ความยืดหยุ่นในการเกาะถนน การเข้าโค้ง และการเบรกก็น้อยลง หรือเติมอ่อนจนเกินไปทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง แก้มยางมีอุณหภูมิสูงและเสี่ยงต่อการระเบิดได้

เติมลมยางมากเกินไป หรือเติมลมยางแข็งเกินไป ส่งผลทำให้ยางรถยนต์สัมผัสกับถนนลดลง ทำให้รถยึดเกาะถนนได้ไม่ดีเท่าที่ควร ลมยางมากเกินไป ทำให้การขับขี่แข็งกระด้าง รู้สึกถึงแรงกระเเทกที่แรงกว่าปกติ

ทั้งนี้การเติมลมควรขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่บรรทุก และควรเป็นไปตามคู่มือการใช้รถแต่ละรุ่น หรือดูข้อมูลจากด้านข้างประตูรถด้านคนขับ แต่ถ้าเติมแข็งเกินไป ความยืดหยุ่นในการเกาะถนน การเข้าโค้ง และการเบรกก็น้อยลง หรือเติมอ่อนจนเกินไปก็ไม่ดีอีก เพราะจะสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...