ภาคธุรกิจสหรัฐ-เวียดนาม ร่วมกันเรียกร้องให้ ทรัมป์ ชะลอเก็บภาษีตอบโต้ 46% เตือนส่งผลเสียต่อบริษัทเอกชน-ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ
วันที่ 6 เมษายน 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ภาคธุรกิจจากทั้งสหรัฐอเมริกาและเวียดนามร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชะลอการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามในอัตราสูงถึง 46% ที่มีกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายน 2568 โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อบริษัทเอกชน รวมถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ
หอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (VCCI) และ หอการค้าอเมริกันในกรุงฮานอย (AmCham Hanoi) ได้ส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ฮาวเวิร์ด ลัทนิก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยแสดงความกังวลว่า "ภาษีในอัตราที่สูงเกินไปเช่นนี้น่าตกใจอย่างยิ่ง"
ในแถลงการณ์ร่วมของทั้งสององค์กรระบุว่า“สิ่งที่จะช่วยบริษัทสหรัฐ เศรษฐกิจ และผู้บริโภค คือการลดภาษีนำเข้าสินค้า ไม่ใช่การขึ้นภาษี”
ทั้งนี้ เวียดนาม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับบริษัทตะวันตกหลายแห่ง มียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงกว่า 123,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา ถือเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของเวียดนาม
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีโต๊ะลำ ของเวียดนาม ได้พูดคุยทางโทรศัพท์และเห็นพ้องกันว่าจะเปิดการเจรจาเพื่อลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้า โดยทรัมป์ระบุว่าการพูดคุยครั้งนี้“มีประสิทธิผลมาก”
ทั้งนี้ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ในวันพุธ เวียดนามได้ดำเนินการลดภาษีบางรายการไปแล้ว พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะสั่งซื้อสินค้าอเมริกันเพิ่มขึ้น เช่น เครื่องบินและสินค้าเกษตร
AmCham และ VCCI กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อตกลงที่ยุติธรรมและรวดเร็วจะสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ และช่วยแก้ปัญหาดุลการค้าที่ไม่สมดุลระหว่างสองประเทศในแบบที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน”
อ้างอิง : reuters.com