โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สุดสงสารตาวัย 84 อุตสาห์เก็บออมเงินแต่มาถูก 2 สาวแอบเข้าหลังบ้านขโมยไปจนหมด

Khaosod

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 18.20 น.

คนร้ายสาว 2 คน ทำทีเข้ามาซื้อของ หนึ่งในนั้นขอเข้าห้องน้ำ หลังจากนั้นก็เข้าไปขโมยเงินคุณตาวัย 84 ที่เพียรเก็บออมจากการตัดผม สานกระด้ง สานหวดขาย ไปจนเกลี้ยง

วันที่ 9 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าได้มีคนร้าย 2 คนทำทีเข้าไปถามซื้อกระติบข้าวจากผู้สูงอายุที่บ้านหลังหนึ่งจากนั้นหนึ่งในคนร้ายขอเข้าห้องน้ำ โดยที่คนอยู่ข้างนอกก็ชวนผู้สูงอายุคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ส่วนคนที่ขอเข้าห้องน้ำก็ได้เข้าไปขโมยเงินที่อยู่ในบ้านจำนวน 12,000 บาท จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปแบบลอยนวล

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา จึงเดินทางไปตรวจสอบพบบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 74 หมู่ 1 ต.ฝายนาแซง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หน้าบ้านแขวนเครื่องจักสานเช่น หวด กระด้ง ไว้ขาย และมีโต๊ะสำหรับตัดผมตั้งอยู่หน้าบ้าน

นายลพ สอนแก้ว อายุ 84 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ตนอยู่บ้านเพียงคนเดียวเนื่องจากภรรยาได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ตนมีอาชีพตัดผม และสานหวด สานตะกร้าขาย ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ เที่ยงกว่าๆ ของเมื่อวาน ขณะนั้นตนไปช่วยหลานๆตากยาเส้นอยู่ที่บ้านใกล้กัน ก่อนไปตนก็ได้ล็อคประตูหน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว

สุดสงสารตาวัย 84 อุตสาห์เก็บออมเงินแต่มาถูก 2 สาวแอบเข้าหลังบ้านขโมยไปจนหมด

สุดสงสารตาวัย 84 อุตสาห์เก็บออมเงินแต่มาถูก 2 สาวแอบเข้าหลังบ้านขโมยไปจนหมด

แต่ก็ได้ฝากนางกุน รักษาศรี อายุ 78 ปี ซึ่งอยู่ใกล้บ้านช่วยดูบ้านให้ กระทั่งมีลูกค้ามาเรียกตัดผม ตนจึงกลับมาบ้านและตัดผมให้เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจ่ายเงินเป็นแบงก์ 100 บาท ตนจึงเข้าไปในบ้านเพื่อที่จะเอาเงินมาทอน แต่พอเข้าไปในบ้านก็พบว่าเงินที่อยู่ในกระเป๋าคาดเอวจำนวน 12,000 บาท ได้หายไป และเห็นว่าประตูหลังบ้านที่ตนได้ใช้เชือกมัดไว้อย่างดีได้เปิดออก จึงได้ออกมาสอบถามนางกุนว่ามีใครเข้ามาที่บ้านหรือไม่

ซึ่งนางกุนก็ได้บอกว่ามีคนมาขอซื้อกระติบข้าวและขอเข้าห้องน้ำหลังบ้าน ตนจึงเดินไปดูที่หลังบ้านก็พบว่าไม่มีร่องรอยการเข้าห้องน้ำ รวมทั้งพบว่าประตูที่ตนใช้เชือกมัดไว้มีลักษณะคล้านใช้ของมีคมเฉือนจนขาด จึงมั่นใจว่าต้องเป็นหญิง 2 คนที่มาทำทีซื้อกระติบข้าวเป็นคนขโมยอย่างแน่นอน จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.หล่มสัก

นายลพ สอนแก้ว เปิดเผยอีกว่าเงินดังกล่าวตนได้รวบรวมจากการตัดผม ขายเครื่องจักสาน รวมทั้งที่ได้จากการไปเก็บใบยามาขาย หลังรู้ว่าเงินหายตนถึงกับเหงื่อแตกไปทั้งตัว เสียใจเป็นอย่างมาก เมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืน ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินอยู่ 140 บาทเท่านั้น

นางกุน รักษาศรี อายุ 78 ปี เปิดเผยว่าขณะที่ตนกำลังนั่งอยู่ที่บ้านซึ่งติดกับบ้านนายลพ ก็ได้มีคนตะโกนขอซื้อกระติบข้าว ตนจึงเดินมาที่บ้านนายลพ ก็พบว่าเป็นผู้หญิง 2 คน อายุ 40 – 50 ปี รูปร่างท้วม แต่จำหน้าไม่ได้ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน จากนั้นคนหนึ่งก็ยืนทำทีเลือกดูของ ส่วนอีกคนก็มานั่งข้างๆ ตนเอง ตนจึงบอกว่ากระติบข้าวไม่มีขาย

แต่หญิงคนแรกก็ยังเลือกของอยู่ สักพักก็บอกว่าปวดท้องจะขอเข้าห้องน้ำ ตนจึงให้เข้าเพราะเห็นว่าห้องน้ำอยู่นอกตัวบ้าน หญิงคนดังกล่าวก็เดินไปหลังบ้าน โดยที่คนที่อยู่นอกบ้านก็ชวนคุยต่างๆ นาๆ สักพักหญิงคนที่ขอเข้าห้องน้ำก็เดินออกมา พร้อมกับจูงรถจักรยานยนต์ออกไป ส่วนหญิงคนที่นั่งคุยอยู่กับตนเองก็เดินตามออกไปโดยไม่ขอบคุณหรือไม่พูดจาอะไรเลย จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

สักพักก็มีลูกค้ามาตัดผม นายลพจึงเดินกลับมาบ้านหลังจากตัดผมเสร็จและเตรียมหาเงินทอนให้ลูกค้าก็พบว่าเงินที่อยู่ในบ้านได้หายไปแล้ว ซึ่งตนก็มั่นใจว่าต้องเป็นหญิงสาวทั้ง 2 คนอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้กับบ้านนายลพ พบว่าก่อนเกิดเหตุได้มีหญิงสาวสวมเสื้อคลุม สวมหมวกกันน็อค ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในบ้านนายลพซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวเพื่อมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดสงสารตาวัย 84 อุตสาห์เก็บออมเงินแต่มาถูก 2 สาวแอบเข้าหลังบ้านขโมยไปจนหมด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...