โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

จับได้แล้วมือแฮกเว็บศาลรัฐธรรมนูญ จากหลักฐาน IP Address

BT Beartai

อัพเดต 15 พ.ย. 2564 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2564 เวลา 04.30 น.
จับได้แล้วมือแฮกเว็บศาลรัฐธรรมนูญ จากหลักฐาน IP Address

หลังจากกรณีที่เว็บของศาลรัฐธรรมนูญถูกแฮก และเปลี่ยนหน้าเว็บเป็นเพลงของ Dead Grips และเปลี่ยนชื่อเว็บเป็น Kangaroo Court จนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปิดเว็บและเข้าถึงไม่ได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งต่อมาชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้กล่าวว่ารู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว

ล่าสุดกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้แถลงว่าสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว คือนายวชิระ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ที่บ้านพักในอ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งต่อมานายวชิระได้สารภาพว่าเป็นผู้กระทำผิดจริง

โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของหลายส่วนคือ 

  • กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  • สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช)
  • DSI
  • ฝ่ายเทคโนโลยีของศาลรัฐธรรมนูญ
  • บริษัทผู้ดูแลเว็บ

ซึ่งได้มีการติดตาม IP Address ที่ชี้ตัวผู้กระทำความผิด และได้มีวิเคราะห์เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเจาะเพื่อหาวิธีการเจาะเข้ามา จนได้ตัวผู้ต้องสงสัยคือนายวชิระ และได้ยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของนายวชิระเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป (ภาพประวัติการท่องเว็บของนายวชิระ ที่เป็นหนึ่งในหลักฐานการกระทำความผิดก็ได้มาจากขั้นตอนนี้ ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนการกระทำความผิดได้)

ความผิดจากการแฮกครั้งนี้ เบื้องต้นคือผิดตามมาตรา 5, 7 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท และจะมีความผิดเพิ่มตามมาตรา 9 ถ้าพบว่ามีการทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,00 บาท 

ประเทศไทยมีการเก็บบันทึกข้อมูลการเข้าถึงและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตชัดเจนตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่บังคับให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในไทยต้องเก็บข้อมูลที่สามารถตามตัวได้ว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนนั้นๆ เป็นใคร ตำรวจจึงสามารถตามตัวผู้กระทำความผิดได้ไม่ยากครับ

อ้างอิง: มติชน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...