โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนภัย แก๊สหัวเราะ ระบาดอีก เสี่ยงเกิดโรคหัวใจเฉียบพลัน หูแว่ว ประสาทหลอน

Khaosod

อัพเดต 15 พ.ย. 2564 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2564 เวลา 05.19 น.

เป็นโพสต์เตือนภัย สำหรับนักท่องเที่ยวราตรี ที่มักใช้สิ่งแปลกๆ เพื่อกระตุ้นความสนุก โดยที่ไม่รู้ว่า อาจจะเป็นสาเหตุทำให้นำไปสู่ปัญหาใหญ่ ที่ร้ายแรงที่สุดคือ เสียชีวิต โดยไม่ตั้งใจ

เพจหมอแล็บแพนด้า ได้โพสต์เตือน ผู้ที่ใช้ แก๊สไนตรัสออกไซด์ เพื่อเพิ่มความเคลิบเคลิ้ม สงบ และทำให้หัวเราะ ซึ่งปกติจะใช้ในวงการแพทย์ภายใต้การควบคุม และนำไปใช้เติมลมลูกโป่ง และใช้ร่วมกับการปรุงอาหารบางประเภท แต่พบว่ามีการนำมาใช้อย่างผิดวิธีในกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า "เคยเห็นกระป๋องแก๊สที่เค้าใช้กับวิปปิ้งครีมมั้ยครับ! นั่นแหละ ข้างในหลอดมันจะมี”แก๊สไนตรัสออกไซด์”อยู่ในนั้น ทีนี้ร้านค้าเค้าจะเอาแก๊สตัวนี้ใส่เข้าไปในลูกโป่งแล้วขายลูกค้า พอลูกค้าสูดดมเข้าไป จะมีอาการเคลิบเคลิ้ม สงบ เริ่มคิดอะไรไม่ออกแล้วหัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดภาพหลอนได้ ถ้าสูดดมในพื้นที่ปิดจะทำให้เสี่ยงต่อสลบ หรือขาดออกซิเจนได้

ปกติไนตรัสออกไซด์จะออกฤทธิ์ไม่เกิน 5 นาทีครับ แล้วมันจะค่อยๆคลายตัว แต่ปัญหาคือถ้าบางคนใช้ต่อเนื่องใช้เป็นประจำ กล้ามเนื้อหัวใจอาจจะขาดออกซิเจน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นโรคหัวใจเฉียบพลันทันทีก็ได้ หรือถ้าประสาทหลอนหูแว่ว อาจเดินออกไปกลางถนนโดนรถชนหรือเฉี่ยว บางคนเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่มีการใช้ไนตรัสออกไซด์ แล้วเกิดอาการทางจิตเวชขึ้นอย่างเฉียบพลันก็มีครับ อย่าหาลอง มันกลับมาระบาดอีกแล้วคร้าบ

ทั้งนี้ ก๊าซหัวเราะ ผู้จำหน่ายจะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12 ว่าด้วยห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขาย หรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน ยกเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...