โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น่าห่วงมาก! โรคลำปีสกินอุบัติใหม่ในวัว-ควาย ล้มตายแล้วเพียบ! ไทยสร้างไทยจี้ รบ.เร่งแก้ปัญหาก่อนหายนะมาเยือน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 พ.ค. 2564 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2564 เวลา 05.11 น.

ไทยสร้างไทย ฝากความห่วงใยถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว-ควาย

ทองหล่อ พลโคตร พรรคไทยสร้างไทย จ.มหาสารคาม ในขณะที่คนทั้งโลกและชาวไทยเผชิญกับโรคโควิด19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความทุกข์ยากลำบากไปทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะคนระดับล่างคนที่อ่อนแอเป็นทุนเดิมก็จะได้รับผลกระทบหนักสุด ในขณะเดียวกันนี้เหมือนผีซ้ำด้ามพลอย เกิดมีโรคอุบัติใหม่เกิดในวัว-ควาย เรียกว่าโรคลำปีสกิน (Lumpy Skin Disease)โดยระบาดครั้งแรกเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2564 ในพื้นที่ตอนกลางของภาคอีสาน (มหาสารคามและร้อยเอ็ด) ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจมีต้นเหตุมาจากการลักลอบโคเนื้อที่เป็นโรคมาจากประเทศเพื่อนบ้าน

โรคลำปีสกินเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง สัตว์ติดเชื้อจะมีไข้สูงต่อมน้ำเหลืองโต มีตุ่มขนาดใหญ่ขึ้นตาผิวหนังขยายไปทั่วร่างกาย และอาจพบตุ่มน้ำใสขึ้นที่เยื่อเมือกทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร และหากเชื้อขยายรุนแรงก็ถึงตาย ซึ่งในปัจจุบันโรคดังกล่าวนี้ได้ขยายวงกว้างรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีพื้นที่ๆได้รับผลกระทบคือ ภาคอีสาน ภาคเหนือ และ ภาคกลาง รวมมากกว่า20จังหวัด ที่หนักสุดคือภาคอีสาน

ขณะนี้ทราบเบื้องต้นว่ามีวัวควายตายเพราะโรคนี้ไปแล้วหลายร้อยตัว และยังติดโรคนี้อยู่มากกว่าหมื่นตัว หากรักษาไม่ทันท่วงทีก็จะนำไปสู่หายนะของพี่น้องเกษตรกรเป็นจำนวนมาก การติดต่อของโรคนี้เกิดจากแมลงดูดเลือด เช่นเหลือบ ยุง แมลงวัน เห็บ และอาจติดต่อจากการใกล้ชิดกันของสัตว์ สำหรับการป้องกันเบื้องต้นคือการกำจัดและป้องกันแมลงในพื้นที่ ทำความสะอาดคอกและอุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ กักสัตว์ใหม่ก่อนนำเข้าพื้นที่เป็นต้น

อย่างไรก็ตามโรคลัมปีสกิน มีเกษตรกรบางคนเปรียบเทียบว่าเหมือนโรคโควิท19ในสัตว์ และเนื่องจากระยะ2-3ปีที่ผ่านมาพืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำมาเกือบทุกประเภท เกษตรกรก็ได้หาหนทางรอดหันมาประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะวัวและควายมากขึ้นเป็นตามลำดับ การเกิดโรคลัมปีสกินเหมือนกับ เวรซ้ำกรรมซัดเกษตรกร หลายรายถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว

พรรคไทยสร้างไทยเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนและทราบว่าโรคนี้เคยแผร่ระบาดในเอเชียตั้งแต่ปี2562 ในจีน อินเดีย บังกลาเทศ และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ภาครัฐผู้เกี่ยวข้อง โรคนี้สามารถป้องกันแก้ไขได้โดยวัคซีน ซึ่งจากการตรวจสอบมีวัคซีนที่ผลิตที่ประเทศอินเดียและแอฟริกาใต้
แต่เป็นที่หน้าเสียดายยิ่ง ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการนำวัคซีนนี้เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรแต่อย่างใด ปล่อยให้เกษตรกรเผชิญชะตากรรมรักษากันไปตามสภาพ โชคดีก็รอดโชคร้ายก็เจ๊ง นอกจากนั้นน่าเจ็บใจอย่างที่สุดคือ นอกจากภาครัฐยังไม่ได้นำวัคซีนชนิดนี้เขามาแล้วยังไม่อนุญาตให้ภาคเอกชนและเกษตรกรนำเข้ามาใช้ด้วย ทั้งๆที่หากรัฐเปิดโอกาสให้นำเข้าได้เร็วก็จะลดความสูญเสียได้เร็วยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

ดังนั้นพรรคไทยสร้างไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และมวลสมาชิกขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าได้เพิกเฉยละเลยนิ่งนอนใจในเรื่องนี้ อย่าให้ซ้ำรอยเหมือนวัคซีนโควิด19 ให้ทำงานเชิงรุกพื้นที่ใดระบาดก็รีบประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และที่สำคัญที่สุดให้รีบนำวัคซีนที่ทราบว่ามีอยู่แล้วที่ประเทศอินเดีย แอฟริกาใต้หรือประเทศอื่นๆเข้ามาช่วยเกษตรกรโดยเร่งด่วน รวมทั้งอนุญาตอนุมัติให้ภาคเอกชนและเกษตรกรสามารถนำเข้าวัคซีน มาแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะวันเวลาที่ผ่านไปคือความสูญเสีย ความหวัง และลมหายใจที่เหนื่อยล้าของเกษตรกรคนตัวเล็กตัวน้อย ก่อนที่โรคลำปีสกินจะขยายวงกว้างก่อความเสียหายอย่างมหาศาลและสายเกินแก้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...