โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูเต้ย เผยเหตุไม่ลาออกจากข้าราชการครู แจงดราม่าดังแล้วเบี้ยวไม่ไปสอนนักเรียน

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 พ.ค. 2564 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 05.11 น. • The Bangkok Insight

ต้องบอกว่าชีวิตพลิกผันไปอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับ ครูเต้ย อภิวัฒน์ นักร้องหนุ่มลูกอีสานเสียงดี ที่ล่าสุดมาเปิดเผยชีวิตแสนลำบากจากเด็กบ้านนอก เคยทำงานโรงงาน สู่นักร้องหนุ่มสุดปังเป็นเจ้าของเพลง 100 ล้านวิว พร้อมขอเคลียร์ดราม่าคบซ้อนมีโลก 2 ใบ และดราม่าทิ้งสอนนักเรียนเอาเวลาไปร้องเพลง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

โควิดกระทบเรื่องการร้องเพลงไหม ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ร้องเพลงก็โดน การเรียนการสอนก็โดน คอนเสิร์ตคือเลื่อนไปหมดเลย มันไม่สามารถที่จะจัดได้ การเรียนการสอนก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มันหนักจริง ๆ ทางโรงเรียนงดไม่ให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน ให้เรียนออนไลน์แทน

การสอนเจอหน้านักเรียนกับการสอนออนไลน์อันไหนยากกว่ากัน ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ออนไลน์ครับ คือเด็กทุกคนมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน แล้วยิ่งโรงเรียนที่ผมไปสอนมันเป็นโรงเรียนขยายโอกาส อยู่บ้านนอก อย่างมือถือเรียนออนไลน์ต้องมี แต่บางคนก็ไม่มี มันก็จะยากสำหรับคนที่ไม่มี ซึ่งบางคนอาจจะไปดูกับเพื่อน ถามว่ามันได้อะไรไหมในการเรียนออนไลน์ ผมว่าไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ

โควิดแบบนี้รายได้จากการร้องเพลงหายไปเท่าไหร่ ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : จากที่ผ่านมา รอบแรก รอบ 2 ก็น่าจะ 7 หลัก

รายจ่ายแต่ละเดือนเท่าไหร่ ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : มีค่าทีมงาน ค่าน้ำมัน ค่ากินอะไรพวกนี้ ก็น่าจะแสนกว่าบาทต่อเดือน

แล้วช่วงโควิดรอบ 3 มีหยุดจ่ายไหม ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ไม่มีครับ ยังจ่ายเหมือนเดิม เราไม่ได้ไปคอนเสิร์ตก็จริง แต่เรามีงานรีวิว ทำเพลงลงยูทูบ ทีมงานอยู่กับเราก็หาอะไรทำ

เห็นว่าก่อนโควิด เต้ยเป็นคนที่ติดแบรนด์เนมมาก ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ครับ คือเราเป็นเด็กบ้านนอก เราไม่เคยมี พอเราพอมีกำลังทรัพย์เราก็อยากได้ ตอนนี้ก็ไม่ได้ซื้อหนักเหมือนเดิม แต่ที่ซื้อคือมันมีประโยชน์ ผมใช้ทำงาน เราร้องเพลง เราก็ต้องแต่งตัวแต่ละงาน ๆ ซื้อมามันก็ได้ใช้ประโยชน์

แบบนี้ไม่กลัวคนอื่นมาว่าเหรอ เรื่องการฟุ่มเฟือย เพราะว่าอยู่ ๆ เราดังขึ้นมา หมายถึงทัวร์ลงใช่ไหม ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : มีครับ แต่เรื่องการแต่งตัวไม่ค่อยมีว่านะครับ เพราะว่าเราทำงานมาเหนื่อย เราก็ซื้อของให้ตัวเอง เขาเข้าใจ

ตอนเด็กพ่อแม่แยกทางกัน ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ครับ น่าจะตอนอนุบาลเข้า ป.1 ผมอยู่กับปู่ ย่า ที่อุบลฯ ครับ ตอนแรกอยู่บ้านแม่ที่กาฬสินธุ์

ชีวิตเคยลำบากเหมือนกัน ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ครับ ลำบาก ตั้งแต่เกิดมาผมไม่ได้อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะ แล้วช่วงเรียนปี 1 เป็นช่วงที่ลำบากที่สุด เพราะว่ามันอยู่ห่างจากบ้าน ผมมาเรียนที่มหาสารคาม เวลาจะขอเงินผมเป็นคนขี้เกรงใจ แล้วเราก็รู้ว่าย่าไม่ค่อยมี เราก็จะอดรอให้ถึงรอบที่จะขอเราค่อยขอ ถ้าสมมติต้องใช้เงินเกิน ทำงานกลุ่ม เราลดการกินลง กินมาม่าที่ตุนไว้ แล้วข้าวที่บ้านสีให้เป็นกระสอบเอามาไว้ที่หอพัก แล้วก็ต้มมาม่าใส่ข้าวกิน

เงินที่ปู่ ย่า ได้มาจากการทำงาน ปีไหนนาไม่ดีคือไม่มีกินกันเลย ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ก็ได้กินข้าว ได้กินพวกกบ พวกอะไร พืชตามบ้านเรา สัตว์ตามบ้าน

ขยันตั้งแต่ตอนที่เรียนแล้ว ทำอาชีพอะไรมาบ้าง ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ตั้งแต่ ม.ปลาย มีปิดเทอมใหญ่ใช่ไหมครับ ผมก็จะลงกรุงเทพฯ มาทำงาน งานโรงงานบ้าง ประมาณ 2-3 เดือน เราจะได้เงินกลับบ้าน

ม.ปลาย แล้วทำงานโรงงานได้ไง ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : โรงงานเย็บผ้า คือมีป้าที่ทำงานในนั้น เขาก็เอาเราไปฝาก ไปตัดขี้ด้าย ไปขนของ น่าจะได้วันละ 180 บาท ณ ตอนนั้นกลับบ้านไปได้เงินเป็นหมื่น 2 หมื่น บางครั้งก็เป็นเด็กเสิร์ฟที่ผับด้วย ถ้าเรามีเงินเยอะเราก็ให้ปู่กับย่าด้วย

ที่บอกว่าปี 1 ลำบาก ลำบากขนาดไหน ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : การอยู่มันไม่ค่อยมีเพื่อน แล้วเรื่องเงินหนักสุด เงินลำบากสุด ๆ แล้วตอนที่จะปิดเทอมปี 1 ผมมอเตอร์ไซค์หาย เกือบเดือนนึงผมปั่นจักรยานไปมหาวิทยาลัย แล้วเป็นจักรยานยืมเพื่อนด้วย

แล้วจากทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟมาร้องเพลงลงยูทูบได้ยังไง ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : สมัยเรียนปี 2 ชีวิตเริ่มดีขึ้น เพราะว่าผมทำงานกลางคืน เริ่มมีรายได้ หลังจากนั้นไม่ขอเงินทางบ้านแล้ว พอมีมากก็ส่งให้ย่าด้วย คือเรียนไปด้วย ร้องเพลงกลางคืนไปด้วย แล้วก็ทำวงด้วยครับ แต่ว่ายังไม่ได้ดังมาก ก็สอบบรรจุเป็นครูก่อน คนค่อยมารู้จักเยอะขึ้น

เป็นนักร้องอยู่แล้ว ทำไมอยากเป็นครู ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ตอนเรียนใกล้จะจบปี 5 แล้ว มีความคิดติดวง ติดเพื่อน อยากทำเพลง ก็เลยคิดว่าขอที่บ้านทำเพลงสัก 1-2 ปี ค่อยสอบบรรจุ แต่ว่าบ้านนอกปู่กับย่าเขาตั้งความหวังเรามาเรียน เราต้องจบ แล้วเราต้องได้เป็นครู เขาก็ถามว่ามันจะสอบได้ไหม จะได้เป็นครูไหม เวลาเรากลับบ้าน เราเลยรู้สึกว่างั้นเราตั้งใจทำให้เขา ก็เลยไม่กล้าที่จะพูดว่าขอเวลา ก็เลยกลับมาตั้งใจอ่านหนังสือ ผมใช้เวลา 1 เดือนในการอ่านหนังสือ แล้วไปสอบบรรจุ แล้วโชคดีที่ติด แล้วพอบรรจุแล้วเป็นครูสอนปกติ ผมก็ยังเล่นดนตรีกลางคืน

ครูเต้ยดังจากคลิปคลิปหนึ่ง ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ช่วงนั้นมันปิดเทอม เราต้องตรวจข้อสอบ เรารู้สึกว่าบางคนได้เยอะก็ได้เยอะ คนไม่ได้คือไม่ได้เลย ก็เลยพักตรวจ เพราะมันมาหลายห้อง ก็เลยจับกีตาร์ขึ้นมาแต่งเพลงให้พวกที่ไม่ชอบส่งงาน ก็เลยมีชื่อเพลงว่า บอกให้ส่งงาน พออัดแล้วผมเอาลงเฟซบุ๊ก วันนั้นไม่รู้ใครเอาไปลงเพจยูไลค์สมัยก่อน มันก็เลยกลายเป็นดังไปเลย คนก็เลยมาติดตามเรา แล้วกลับมารื้อดูผลงานเก่า ๆ เรา มันก็เลยทำให้เรามีงาน

ดังเมื่อไหร่ ดราม่าก็ตามมา เยอะไหม ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : เยอะครับ ช่วงที่ผมเจอดราม่าเป็นช่วงโควิดพอดี

เขาบอกว่าคุณคบซ้อน ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ไม่จริงครับ ก็คือเราเลิก เราอะไรกันแล้ว ถึงเราจะมีคนใหม่

แล้วดราม่ามาได้ยังไงถ้าเราไม่ได้คบซ้อน ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ก็น่าจะเป็นพี่ ๆ ในเน็ต บางคนเขาก็ไปขุดเจอว่าแต่ก่อนคบกับคนนี้ แล้วทำไมมาคบกับคนนี้ ทำไมไม่รู้เลยว่ากับคนนี้เลิกกันตอนไหน ซึ่งเราไม่ได้ลงเรื่องแฟนตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขาก็ไปสืบ ไปหาดู บางคนก็ไปชอบคนเก่า บางคนชอบคนใหม่ มันก็เลยมี 2 กลุ่ม

ทั้ง 2 กลุ่มนี้ทะเลาะกันแรงไหม ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : หนักครับ ก็มีมาด่าด้วย แบบดังแล้วลืมตัว

เขาบอกว่าเจอทัวร์ลงจนจิตตกเลย ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ช่วงแรก ๆ ผมไม่เคยอยู่วงการบันเทิง ผมก็จะอ่าน ผมสนใจคนที่ด่าเรา บางครั้งอ่านจนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลย เพราะมันด่าหนักเลย ด่าหลาย ๆ อย่างเลย แล้วหลัง ๆ มาพี่ ๆ ในวงการบันเทิงให้กำลังใจ บอกว่าอย่าไปอ่านเยอะ ก็เลยพยายามปล่อยผ่านเรื่องนี้ แล้วมันก็เงียบไป

ความรักตอนนี้ปกติดี ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ปกติดี ก็ยังคบกับคนปัจจุบันอยู่

ก็มีอีกดราม่า รับงานร้องเพลงเยอะ จนเบี้ยวการสอน ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ไม่จริงครับ ก็ยังไปสอนปกติเหมือนเดิม จันทร์-ศุกร์ ผมก็รับงานไม่ไกล เล่นเสร็จขึ้นรถ นอนบนรถตู้ ถึงบ้าน ถ้ามีเวลาเหลือได้นอน ถ้าไม่เหลือก็อาบน้ำไปโรงเรียน

แล้วมันจะมีการเตรียมการเรียนการสอนเหรอ แล้วจะสอนยังไง ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : วันหนึ่งมีทั้งหมด 6 คาบ เราได้สอน 3-4 คาบ แล้วแต่วัน ซึ่งมันมีเวลาว่างของเราอยู่แล้ว มีเวลาว่างตรวจการบ้าน มีเวลาว่างทำแผน เราไม่ได้สอนเต็มทั้งวัน ผมเป็นครูดนตรี ไม่ได้สอนประจำห้อง ผมจะสอนเฉพาะวิชา

แล้วข่าวมาจากไหน ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : น่าจะเป็นคนที่ไม่ชอบเรา แล้วเห็นงานเรามันเยอะ

อยากจะบอกอะไรกับคนที่ดูอยู่ แล้วเข้าใจเราผิดไหม ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ที่จริงผมก็เงียบเรื่อย ๆ มา เพราะว่ามันไม่ได้มีปัญหา เราก็ทำหน้าที่ของเราเต็มที่ทั้ง 2 งาน ถ้าเขาจะคิดอย่างนั้นไม่เป็นไรครับ คนเรามีสปิริตหรือความตั้งใจต่างกัน ผมเห็นหลายคนไม่ได้ทำงานแค่ 2 อย่าง บางคน 3-4 อย่าง อยู่ที่ร่างกายเขาไหว แล้วเขาสู้ มันอาจจะมองได้หลายมุม หลายคนก็มองว่ามันเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมมันถึงทำได้ ถ้าคนที่เคยทำงานหนักมาก่อน เขาจะรู้ว่ามันทำได้ เราจะเหนื่อยขึ้น แค่นั้นเองครับ

เราดังแล้ว อาชีพราชการเงินน้อย ทำไมยังสอนอยู่ ไม่ไปเป็นศิลปินเต็มตัว ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : ผมรู้สึกผูกพันกับนักเรียน โรงเรียนผมเป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีแค่ 100-200 คน แล้วรู้สึกว่าโรงเรียนนี้มีพระคุณกับผม ผมยังทิ้งไปไม่ได้ เพราะมีช่วงหนึ่งที่กระแสเรามา แล้วเราทำงานหนัก เด็กก็มาถาม ครูครับ ถ้าสมมติครูดังแล้ว ครูจะลาออกไหม ตอนนั้นรู้สึกน้ำตาคลอเลย เรายิ้ม เด็กก็เลยบอกว่าอย่าเพิ่งออก รอสอนลูกเขาไว้ก่อน มันก็เลยทำให้เราไม่ได้อยากออกจากตรงนี้

ครูเต้ยมีการวางแผนชีวิตไหมว่าจะเป็นครูจนถึงอายุเท่าไหร่ ?

ครูเต้ย อภิวัฒน์ : เคยมีความคิดนะครับ แต่ว่ายังไงถ้าผมออกจากครู ผมก็ไปสอนเหมือนเดิม

ติดตามรับชมรายการคุยแซ่บShow ย้อนหลังได้ที่ YouTube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...