เลือกตั้ง 2562 : คำศัพท์น่ารู้ก่อนเข้าคูหา
เลือกตั้ง 2562 : คำศัพท์น่ารู้ก่อนเข้าคูหา – BBCไทย
ในที่สุด พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.) ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ก็มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย และนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 8 ปีของประเทศไทย
คุณทราบหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้กติกาใหม่ และระบบเลือกตั้งใหม่ และนั่นจึงเป็นที่มาของคำศัพท์ใหม่ทางการเมืองในกระบวนการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. นี้ แล้ว คำศัพท์เหล่านั้น มีอะไรบ้าง
บีบีซีไทยรวบรวมคำศัพท์การเมืองน่ารู้มาไว้ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นคู่มือของผู้อ่านก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง
…………………….
จัดสรรปันส่วนผสม
ระบบเลือกตั้งใหม่เพิ่งใช้เป็นครั้งแรก กำหนดให้มี ส.ส. 2 ประเภทคือแบบแบ่งเขต 350 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 150 คน แต่มีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวให้ชาวไทยกาเลือกผู้สมัคร ทุกคะแนนที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตได้รับไม่ว่าเขาหรือเธอจะ “สอบได้” หรือ “สอบตก” จะถูกนำไปนับรวมกันทั้งพรรค ก่อนคำนวณเป็นจำนวน “ส.ส. พึงมี” ทั้งหมดของพรรคนั้น ๆ เช่น พรรค ก. คำนวณแล้วได้ยอด ส.ส. พึงมี 200 คน หากชนะเลือกตั้ง 180 เขต ก็จะเหลือโควตา ส.ส. บัญชีรายชื่ออีก 20 คน
นิวโหวตเตอร์
ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งหน้าใหม่ หรือ นิวโหวตเตอร์ (new voter) ซึ่งในทางกฎหมายคือบุคคลที่มีอายุครบ 18 ปีในวันเลือกตั้ง แต่เนื่องจากไทยไม่มีการเลือกตั้งมานานถึง 8 ปี ทำให้ชาวไทยผู้มีอายุตั้งแต่ 18-26 ปี กลายเป็นกลุ่มคนที่เพิ่งมีโอกาสได้ใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในปี 2562 ด้วย
ดูด ส.ส.
ปรากฏการณ์การย้ายพรรคของนักการเมืองอย่างไม่ปกติ และถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้ “ปัจจัยพิเศษ” มาจูงใจ อาทิ เงินทุน ตำแหน่งการเมือง คดีความ ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างฐานเสียงทางลัดให้แก่พรรคการเมือง อย่างไรก็ตามการ “ดูด ส.ส.” ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะเกิดขึ้นในการเมืองไทยมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี มีทั้งการดูดรายบุคคล รายกลุ่มการเมือง และดูดยกพรรค ซึ่งหัวหน้า คสช. เคยบอกว่า “เป็นครรลองประชาธิปไตยแบบไทย ๆ”
โหวตโน
การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่กาช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” เลือกใคร แต่กติกาใหม่กำหนดให้ผู้สมัครที่จะได้เป็น ส.ส. ต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่าคะแนน “โหวตโน” (vote no) ดังนั้นถ้าใครชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 แต่ได้คะแนนน้อยกว่าคะแนนโหวตโน ก็หมดสิทธิเป็น ส.ส. และต้องจัดการเลือกตั้งกันใหม่ในเขตนั้น
นายกฯ คนใน
บุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นนายกฯ โดยเสนอได้พรรคละไม่เกิน 3 รายชื่อ และต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่ชื่อที่สภาฯ จะหยิบมาพิจารณาได้ ต้องมาจากบัญชีของพรรคที่มีเสียงในสภาฯ ไม่น้อยกว่า 5% หรือมี ส.ส. 25 คนขึ้นไป
ส.ต.
อดีตผู้สมัคร ส.ส. ที่ไม่ชนะการเลือกตั้ง หรือพูดง่าย ๆ ว่า “สอบตก” แต่กติกาใหม่ทำให้คนเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะทุกคะแนนที่เขาหรือเธอได้จะถูกนำไปคำนวณหายอด ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคภายใต้ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ทำให้หลายพรรคเลือกกวาดต้อนเอาบรรดา ส.ต. เข้าสังกัดไปภายใต้ยุทธศาสตร์ “บุกไปแพ้” หวังโกยคะแนนเสียงที่เคยตกหล่นเข้ากองกลาง
โนโหวต
การไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า “นอนหลับทับสิทธิ์” (no vote) ซึ่งถ้าใครไม่มีเหตุผลอันสมควร จะถูกตัดสิทธิเป็นข้าราชการการเมืองและผู้บริหารท้องถิ่นในอนาคตด้วย
นายกฯ คนนอก
บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ หลังสมาชิกรัฐสภามีข้อยกเว้นการใช้ชื่อนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมือง กรณีเกิดปัญหาจนไม่สามารถตั้ง “นายกฯ คนใน” ได้ แต่การมี “นายกฯ คนนอก” จะเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีนี้เท่านั้น และต้องได้เสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งในรัฐสภา หรือ 376 จาก 700 เสียง
ปลดล็อก
การแก้ไขและยกเลิกกติกาที่เป็นอุปสรรคในการทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง ซึ่งภายหลังรัฐประหารปี 2557 มี “กฎเหล็ก” อย่างน้อย 2 ฉบับคอยล็อกไม่ให้นักการเมืองขยับเขยื้อนได้คือ ประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจการทางการเมือง และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป แม้พรรคต่าง ๆ จะเรียกร้อง คสช. ขอ “ปลดล็อก” ให้พวกเขาเตรียมพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้งได้ แต่ 4 ปีที่ผ่านมา คสช. ยอมเพียง “คลายล็อก” ปรับลดกฎกติกาบางประการลงเท่านั้น
ไพรมารีโหวต
ระบบการเลือกตั้งขั้นต้น (primary vote) ที่ให้สมาชิกพรรคลงคะแนนเลือกว่าใครสมควรเป็นตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ ส.ส. ในเขตต่าง ๆ แต่ยังไม่มีการบังคับให้พรรคต้องทำไพรมารีในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยข้อจำกัดของเวลา โดย คสช. ออกคำสั่งให้ใช้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร 11 คนเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. แทน
พรรค ส.ว.
สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 250 คนที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในช่วง 5 ปีนี้ หรือที่เรียกว่า “ส.ว. เฉพาะกาล” ซึ่งมีที่มาจาก 3 ช่องทาง ได้แก่ คณะกรรมการสรรหา เลือก 194 คน เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน และเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ 50 คน แต่ทั้งหมดมี คสช. เป็นผู้เคาะรายชื่อในขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ “ส.ว. เฉพาะกาล” จะมี “อำนาจหน้าที่เฉพาะกิจ” คือสามารถร่วมเลือกนายกฯ ได้ จากปกติเป็นอำนาจของ ส.ส. จนมีการเปรียบเปรยกันว่าเป็น “พรรค ส.ว.” ที่ใช้เสียงที่มีสนับสนุนให้ “นายกฯ คนนอก” เข้ามาทำหน้าที่
แลนด์สไลด์
การกำชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายจนเปรียบได้กับ “แลนด์สไลด์” (การชนะอย่างท่วมท้น) ซึ่งในการเมืองไทยมีตัวอย่างให้เห็นเด่นในคราวเลือกตั้งปี 2548 ที่พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หิ้ว ส.ส. เข้าสภาฯ ได้ถึง 377 จากทั้งหมด 500 คน จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2562
- กกต. เคาะแล้วเลือกตั้ง 24 มี.ค.
- ที่สุดที่คุณอาจยังไม่รู้ก่อนเข้าคูหา
- 104 พรรคการเมืองไทย พรรคไหนที่ “เป็นมิตร” กับคนหนุ่มสาว
- ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ “อุดมการณ์” แต่คือ “ลมหายใจ” ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
- “หลังเลือกตั้งเราจะเห็นความผิดหวังที่เพิ่มทวีขึ้น” เพราะผู้กำกับกรอบการเลือกตั้งที่ดื้อรั้น
- Exclusive: สุเทพปฏิญาณ “รับใช้กษัตริย์” และ “ขจัดระบอบทักษิณ” คือภารกิจ รปช.
คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562