โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวเน็ตขุดคดี"ยู่ยี่"ติดคุกเพราะขัดขาแก๊งค้าสัตว์ป่า

[invalid]

อัพเดต 16 มี.ค. 2560 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2560 เวลา 07.03 น. • tnnthailand.com
ชาวเน็ตสงสัยคดี “ยูยี่”ถูกจับโคเคนแค่251มิลลิกรัมแต่เจอโทษหนักคุก15ปีปรับเป็นล้าน เชื่อเพราะเธอและสามีขัดขาคนค้าสัตว์ป่าผู้มีอิทธิพล

ชาวเน็ตสงสัยคดี “ยูยี่”ถูกจับโคเคนแค่251มิลลิกรัมแต่เจอโทษหนักคุก15ปีปรับเป็นล้าน เชื่อเพราะเธอและสามีขัดขาคนค้าสัตว์ป่าผู้มีอิทธิพล ด้านชาวสเปนล่าชื่อครึ่งล้านให้ปล่อยตัว ติดแฮชแท็ก #freeyuyee

 วันนี้(16มี.ค.60)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีนางชัชชญา เกวสต้า รามอส หรือ ยู่ยี่ อายุ 44 ปี อดีตนางแบบเซ็กซี่ชื่อดัง ถูกศาลตัดสินให้จำคุก15ปีจากคดีนำเข้าโคเคนจำนวน251มิลลิกรัมล่าสุดเพจจอมแฉ “แหม่มโพธิ์ดำ”ได้นำข้อมูลดังกล่าวมา ตั้งข้อสังเกตุว่าทำไมโทษของ ''ยูยี่''ถึงร้ายแรงขั้นติดคุก14ปี ทั้งๆที่ปริมาณโคเคนที่เธอครอบครองไม่ถึง1กรัม อีกทั้งขัดแย้งกับเอกสารการจับกุมก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าเธอมีโคเคนอยู่5มิลลิกรัม มีมูลค่าแค่12บาทเท่านั้น เป็นที่น่าสงสัยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกี่ยวข้องกับที่เธอและสามีไปขัดขาแก๊งค้าสัตว์ป่ารายใหญ่ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพล จากการช่วยลูกเสือดาวตัวหนึ่งที่มีมูลค่าครึ่งแสนขณะกำลังจะถูกส่งออกนอกประเทศ  ข้อมูลนี้น้อยคนในประเทศไทยที่จะรู้ แต่เป็นข่าวครึกโครมในสเปน และมีการล่ารายชื่อใน Change.org ได้เกือบครึ่งล้านรายชื่อ และมีการติด Hashtage #freeyuyee บนหน้าทวิตเตอร์อีกด้วย โดยรายละเอียดที่เพจ “แหม่มโพธิ์ดำ”นำเสนอมีดังนี้

 #ย้อนรอยคดียู่ยี่ก่อนถูกพิพากษาฐานครอบครองโคเคน251มิลลิกรัม

#ชาวต่างชาติกว่าครึ่งล้านพร้อมใจติดแฮชแทคFreeYuyee 

#เกือบสี่แสนคนลงชื่อในChange #ยาวแต่อยากให้อ่านมันมีเงื่อนงำจริงๆ

ลองเข้าไปอ่านดูนะ ปมคดียู่ยี่ที่ถูกจับในสนามบิน โดยไม่มีหลักฐานทางวัตถุ เขาหาว่าเธอขนยาจำนวน 251 มิลลิกรัม โดยไม่ให้ยู่ยี่ตรวจปัสสาวะ กีดกันเธอทุกอย่าง ซึ่งสามีสัตวแพทย์ที่เป็นคนดังระดับโลกด้านการช่วยเหลือสัตว์ป่ายืนยัน ครอบครัวเขาไปขัดแข้งขัดขาผู้ค้าสัตว์รายใหญ่เลยถูกปรักปรำ เสียใจด้วยนะคะพี่ยู่ยี่ ถ้าเรื่องมันเกิดสมัยนี้ สังคมคงช่วยคุณได้มากกว่านี้

#freeyuyee เป็นป้ายบันทึก (hashtag) บนหน้าทวิตเตอร์อันหนึ่งที่กำลังแพร่หลายไปทั่วโลอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีดารา นักร้อง นักกีฬา คนสำคัญระดับนานาชาติจำนวนมาก อาทิ ชากิร่า นักร้องหญิงเลือดโคลัมเบีย เลฮานโด แซ้งซ์ นักร้องชื่อดังของสเปน ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสชั้นนำของโลก เชื้อสายสเปน ไลโอเนล เมสซี ดาวฟุตบอลของอาร์เจ็นติน่า นำไปใช้ขยายต่อกันอย่างพรั่งพร้อม

แต่อาจไม่ค่อยได้รับการใส่ใจมากนักในประเทศไทย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสลดกระทบต่อสวัสดิภาพเด็กน้อยลูกครึ่งสเปน-ไทย ๓ คน อายุ ๑๑ ขวบ ๘ ขวบ และ ๓ ขวบ ผู้ที่มารดาวัย ๔๒ ปี อดีตนางแบบชื่อดังของไทย ชัชชยา ‘ยู่ยี่’ เกสตา รามอส ถูกจำกัดอิสรภาพอยู่ในทัณฑสถานหญิงไทยมาแล้วหนึ่งปีเต็ม ในข้อหายาเสพติดที่ไม่ปรากฏหลักฐานของกลาง หากแต่จำเลยเซ็นรับสารภาพเมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่าเสร็จแล้วจะปล่อยตัว

ที่ซึ่งลูกชายคนโตอายุ ๑๑ ขวบ เสาะหาข่าวและเรื่องราวเกี่ยวกับคดีของมารดาทางอินเตอร์เน็ต อ่านแล้วพิมพ์เก็บไว้ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

วันหนึ่งเด็กชาย Sarit ตั้งคำถามกับพ่อว่า

“ถ้าเขาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพบยาเสพติด (ในครอบครองของมารดา) ที่สนามบิน แล้วทำไมแม่ยังติดคุกอีกล่ะ”

กับอีกคำถามจาก Sahapol ลูกชายคนกลางอายุ ๘ ขวบ ที่ทำให้ผู้เป็นบิดาต้องอึ้ง ว่า

“ปาป้า ใครล่ะจะช่วยพ่อได้ ถ้าหากตำรวจเป็นคนไม่ดี แล้วเราจะไปพึ่งใคร”

ใครล่ะจะช่วย ฟรานซิสโก รามอส ฉายา ‘แฟร้งค์แห่งป่า’ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ของช่อง ดิสคัพเวอรี่ชื่อ ‘Wild Frank’ ซึ่ง ๒๔ ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทยแพร่ภาพประจำ สามีของยู่ยี่

เขาบอกว่าเขาพาลูกๆ ไปเยี่ยมแม่ที่ทัณฑสถานหญิงทุกวัน กระนั้นสภาพของยู่ยี่ดูไม่ได้ เธอหดหู่มากจนเชื่อว่าสักวันเธออาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย ท่ามกลางความมืดมนในระบบกฏหมายและการบังคับใช้ของไทย มีแต่การได้เล่าความนัยแห่งคดีของยู่ยี่ผ่านออกสื่อฟ้องต่อทั่วโลกเท่านั้น จึงจะพอมีความหวังต่อการร้องเรียนให้ศาลนำคดีมารื้อพิจารณาใหม่

อีกทั้งเมื่อสองเดือนที่แล้วคุณแฟร้งค์ได้เริ่มการรณรงค์ล่ารายชื่อ ๕ แสนรายบนเว็บ Change.org

สำหรับการร้องเรียนให้ทางการรัฐบาลไทยนำคดีของยู่ยี่กลับมาพิจารณาใหม่ การรณรงค์ได้รับการตอบรับสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากชาวสเปน และขณะนี่ได้มีคนเข้าร่วมลงชื่อแล้ว ๓๕๗,๗๐๐ ราย

คดีของยู่ยี่เริ่มเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ขณะยู่ยี่อยู่บนเครื่องบินจากเวียตนาม ๒๐ นาฑีก่อนร่อนลงสู่ท่าอากาศยาน แฟร้งค์ได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งบอกให้รีบไปยังสนามบินโดยด่วน เพราะยู่ยี่มียาเสพติด

แฟร้งค์ไปถึงสนามบิน ๑๐ นาฑีหลังจากเครื่องลง ถามเจ้าหน้าที่ว่าขอดูยาเสพติดที่ว่ายู่ยี่มีมาได้ไหม ตำรวจบอกว่าไม่ได้ ยาได้ผ่านการตรวจสรรพคุณของเจ้าหน้าที่แล้ว กองบรรณาธิการSPECTRUM ได้เห็นเอกสารการจับกุมยู่ยี่ที่สนามบิน ระบุว่าเธอมียาเสพติดโคเคนในครอบครอง ๕ มิลลิกรัม มูลค่าตามท้องถนนแค่ ๑๒ บาท

ทว่าศาลไทยได้ตัดสินจำคุกยู่ยี่ ๑๕ ปี พร้อมค่าปรับอีก ๑.๕ ล้านบาท ข้อหามียาเสพติดในครอบครอง ๒๕๑ มิลลิกรัม กับความผิดฐานมีสัตว์ป่าไว้ครอบครองเช่นกัน ระวางโทษจำคุกเพิ่มอีกสามเดือน ที่ต่อมาภายหลังเพิ่มข้อหานำเข้ายาเสพติดต้องห้าม ที่ใช้อ้างปฏิเสธการยื่นประกันตัวขอปล่อยชั่วคราวหลายครั้งด้วย

ที่ท่าอากาศยานนั่นเองเมื่อแฟร้งค์ไปเข้าห้องน้ำก็ได้พบกับชายไทยคนหนึ่งท่าทางเหมือนเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้าไปบอกกับเขาว่า ยังจำได้ไหมว่าเขาไม่ได้จ่ายเงิน ๔ แสนบาท

เอกสารคำฟ้องในศาลที่ SPECTRUM ได้เห็น เจ้าหน้าที่ตำรวจให้การว่าเพื่อนตำรวจของเขาได้ยินเสียงร้องในห้องน้ำหญิงเขาเลยเข้าไปดู พบยู่ยี่อยู่ในนั้นเขาจึงได้ค้นกระเป๋าถือของเธอ พบยาเสพติดโคเคนอยู่ในห่อช็อคโกแล็ตเอ็มแอนด์เอ็ม

ที่สถานีตำรวจ ยู่ยี่ถูกปฏิเสธไม่ให้ได้พบทนาย และไม่ยอมให้มีการตรวจปัสสาวะ ทั้งที่เธอร้องขอ

เบื้องต้นเธอยอมรับสารภาพว่าโคเคนเป็นของเธอ มันตกค้างมาแต่เมื่อตอนไปเวียตนาม เธอให้การต่อศาลเมื่อถูกดำเนินคดีเธอบอกว่า ปริมาณโคเคนน้อยมากตำรวจแนะให้เธอเซ็นรับสารภาพเสียแล้วจะปล่อยตัวไป

ต่อมาเธอแก้ไขคำให้การว่า เธอรู้สึกไม่สบายถึงได้เข้าไปในห้องน้ำ ในนั้นมีคนแปลกหน้าผู้หนึ่งเข้ามาช่วยเหลือ โดยแนะให้เธอกินช็อคโกแล็ตและยื่นซองเอ็มแอนด์เอ็มให้

ทันทีที่เธอเซ็นรับสารภาพที่สนามบินเธอถูกใส่กุญแจมือแล้วนำตัวไปยังสถานีตำรวจดอนเมือง เธอถูกคุมขังอยู่สองวัน คุณรามอสสามีจ่ายค่าประกันไป ๑ หมื่นบาทเพื่อที่จะได้โทรศัพท์มือถือของเขาคืน จากที่ถูกตำรวจยึดเอาไปเมื่อเขาถ่ายภาพเหตุการณ์จับกุมตัวยู่ยี่บางตอน พอได้คืนก็ปรากฏว่าเม็มโมรี่การ์ดได้หายไปเสียแล้ว

คุณรามอสมีกำหนดจะต้องเข้าให้การในวันที่สองของการพิจารณาคดี ก็ถูกยกเลิกไป ฝ่ายจำเลยมีเพียงยู่ยี่คนเดียวที่ให้การต่อสู้ให้แก่ตนเอง…

หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่ยู่ยี่เข้าไปติดคุกแล้ว ทนายของเธอได้ขอถอนตัว ให้เหตุผลว่าเขากลัวและไม่อยากเจอกับปัญหายิ่งกว่านี้ ทนายคนต่อมาก็อยู่ไม่นานขอถอนตัวเช่นกัน อ้างว่าคดีนี้ “ยุ่งยากมาก”

คุณรามอสเชื่อว่าประวัติการติดยาของยู่ยี่ในอดีตถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานปรักปรำเธออย่างง่ายๆ

แม้ว่าเขายืนยันว่าเธอเลิกเสพติดมาเป็นเวลา ๑๓ ปีเต็มแล้ว อีกทั้งเธอได้เข้ารับการรักษาในรีแฮบฯ เข้าร่วมโครงการเอเอ (คนติดเหล้านิรนาม) และโครงการยาเสพติดนิรนาม (Narcotics Anonymous)

“ผมไม่ได้บอกว่าในอดีตยู่ยี่เธอเป็นนักบุญนะ” คุณรามอสยืนยัน

“แต่ผมประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าในวันที่ถูกจับกุมยู่ยี่ไม่ได้เสพโคเคนเลยแม้แต่นิด”

“วิถีอย่างไทยๆ คุณต้องหุบปาก นิ่งฟังและนั่งรอเท่านั้น แต่นี่มันปีหนึ่งแล้วนะ

ลูกๆ ของผมจำเป็นต้องอยู่กับแม่ นี่มันไม่ใช่ระบบยุติธรรมหรอก นี่มันคอรัปชั่น พยายามปกปิดความผิดพลาดของตำรวจ

หลังจากที่ยื่นคำร้องไปแล้วหกครั้ง และได้เห็นชัดว่าใครคนหนึ่งที่มีอิทธิพลล้นหลามต้องการให้เธอติดอยู่ในนั้นนานๆ เราทำได้อย่างเดียวเวลานี้คือออกมาพูดกับสื่อ แม้มันจะทำให้ผมถูกกระสุนฝังในหัวก็ตาม”

‘ใครคนหนึ่งที่มีอิทธิพลล้นหลาม’ ซึ่งคุณแฟร้งค์พาดพิง น่าจะโยงใยกับการถูกทวงถามเงิน ๔ แสนบาทโดยชายนอกเครื่องแบบในห้องน้ำที่แอร์พอร์ตก็ได้

แฟร้งค์และยู่ยี่ สองสามีภรรยาเป็นนักกิจกรรมกู้ภัยสัตว์ป่าด้วยกันมากว่าสิบปี ด้วยการเป็นอาสาสมัครของสมาคมพิทักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย เขาช่วยกันช่วยชีวิตและปลดปล่อยสัตว์ป่าแล้วกว่าพันตัว

เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ ทั้งสองได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ถึงการกักขังลูกเสือดาวตัวหนึ่งจึงไปช่วยเหลือออกมาแล้วส่งให้กับสวนสัตว์ดุสิต

ลูกเสือดาวมักลักลอบนำส่งยุโรปโดยซ่อนในกระเป๋าสัมภาระทำเงินได้ตัวละ ๑ พันยูโร (ราว ๓๘๐,๐๐๐ บาท) ถ้าเป็นเสือดำ หรือที่ลายจุดสวยงามเป็นระเบียบ สนนราคาจะสูงขึ้นไปอีก ๕ เท่า  ราคาลูกเสือดาวพันธุ์อินโดจีนที่ยู่ยี่กับแฟร้งค์ช่วยออกมาได้นั้นอยู่ที่ครึ่งล้านบาท

แต่ปรากฏว่างานนี้ทั้งสองไปขวางทางผู้ยิ่งใหญ่ในไทยคนหนึ่งเข้าโดยไม่รู้ตัว

“ถ้าเรารู้ว่าลูกเสือตัวนี้เขาจับไว้ส่งให้ตามใบสั่งผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง เราก็คงไม่ไปช่วยออกมาหรอก” แฟร้งค์เปิดใจ

“หนึ่งอาทิตย์หลังการช่วยปลดปล่อยลูกเสือดาวตัวนี้ มีตำรวจในเครื่องแบบสองนายขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาสองสามีภรรยาที่บ้าน  เรียกร้องจะเอาเงิน ๔ แสนบาท โดยไม่แจ้งว่าเป็นค่าอะไร''

ต่อมาอีกหลายอาทิตย์ตำรวจยกกำลังเข้าค้นบ้าน ตั้งข้อหาว่ามีสัตว์ป่าต้องห้ามไว้ในครอบครองโดยที่ทั้งสองพยายามอธิบายว่าสัตว์ราว ๕๐ ตัวเหล่านั้น ช่วยชีวิตมาจากการบาดเจ็บและอยู่ในระหว่างพักรักษาก่อนปล่อยกลับเข้าป่าอีกครั้ง ตำรวจไม่ฟัง ยึดเอางูสี่ตัวและนกฮูกหนึ่งตัวไป

เลขาธิการใหญ่สมาคมผู้คุ้มครองสัตว์ป่า รอเจอร์ โลหะนันท์ พยายามให้ข้อเท็จจริงแก่ตำรวจว่า ยู่ยี่เป็นอาสาสมัครของสมาคม ได้รับการยกเว้นจากกฏหมายคุ้มครองสัตว์ป่าให้เก็บสัตว์เหล่านั้นไว้เพื่อเยียวยาได้ ทั้งนี้โดยประสานกับกรมวนอุทยาน

แต่ว่า “ปัญหาของกฏหมายไทยอยู่ที่มันเลือกปฏิบัติกันได้” คุณรามอสบ่น

“เจ้าหน้าที่ทำเป็นมองไม่เห็นกับคนที่มีเส้นสายโยงสูง และพวกลักลอบจับสัตว์ป่า”

หนึ่งเดือนหลังการบุกเข้าค้นบ้าน ยู่ยี่กับแฟร้งค์ได้รับการเยือนจากตำรวจอีกครั้ง คราวนี้มานอกเครื่องแบบ สวมบู๊ท เสื้อขาว กางเกงยีน เรียกเงินสี่แสนอีก

“ผมถามว่าทำไมเราต้องจ่ายด้วยล่ะ” รามอสเล่า

“เขาบอกว่าคิดหน่อยสิ คิดหน่อย จากนั้นก็บอกว่าลูกเสือดาวตัวนั้นจับไว้เพื่อส่งให้ใคร (ที่สำคัญ) คนหนึ่ง

เงินที่เรียกเก็บเป็นค่าเสียหายจากการที่ปล่อยลูกเสือตัวนั้นไป”

 ถามทนายหน่อยดิ ถูกตัดสินฎีกาไปแล้ว รื้อคดีว่าสำนวนอ่อนได้ไหม?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...