โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.แนะกลุ่มเสี่ยงแค่ช้อนกลางอาจไม่พอ ส่วนคนทั่วไปควรใช้ช้อน 2 คันกินข้าว

TODAY

อัพเดต 13 มี.ค. 2563 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 09.42 น. • Workpoint News

จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์มาตลอดให้ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19
.
วันที่ 13 มี.ค. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า คำแนะนำขณะนี้ สำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศที่มีความเสี่ยง ขอร้องให้อยู่บ้าน อย่าสุงสิงกับคนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิด
.
สำหรับอาหารแนะนำว่า ต้องปรับพฤติกรรมไม่ทานอาหารร่วมกับคนอื่น ถ้ามาจากประเทศเสี่ยง ให้ทานอาหารจานเดียวแทน

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย

ขณะที่ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องช้อนกลาง แนะนำว่าถ้ากินข้าวเป็นสำรับ ควรต้องมีช้อนคนละ 2 คัน คันหนึ่งสำหรับตักเข้าปากตัวเอง อีกคันหนึ่งสำหรับตักกับข้าวจากสำรับกลาง ต้องมีช้อนกลางประจำตัว ซึ่งวิธีการแบบนี้ประเทศจีนใช้มา 5 ปีแล้ว

สาเหตุที่ควรแยกเพราะตอนที่เราเอาช้อนกลางตักอาหาร คนอื่นก็ใช้ช้อนกลางคันเดียวกันด้วย มีโอกาสจะแจกผ่านเชื้อจากช้อนกลางคันนั้น จึงควรใช้ช้อนกลางเฉพาะของตนเองตัก
.
สำหรับร้านอาหารแนะนำให้จัดที่นั่งแต่ละโต๊ะห่างกันไม่น้อยกว่า 75 เซ็นติเมตร หันหลังชนกัน จัดร้านให้หลวมขึ้น ทุกร้านควรจะมีการวัดอุณหภูมิผู้ไปใช้บริการด้วยเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีคนป่วยไปใช้บริการ รวมทั้งแจกเจลล้างมือ
.
และขอให้ทุกคนช่วยกันมองในแง่บวก อย่าไปค้นว่าร้านนี้ติดจากร้านนั้นมันไม่มีประโยชน์ เราควรมาคุยกันว่าเราจะป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้อย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...