โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประกันชีวิตอ่วมไวรัสลามไม่เลิก เบี้ยปีแรกติดลบ/รัฐหั่นเกณฑ์ดอกเบี้ยอุ้มธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. 2563 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2563 เวลา 10.50 น.

ธุรกิจประกันชีวิตอ่วม “โควิด-19” ทุบซ้ำ เบี้ยปีแรก Q1/63 ส่อหดตัว “กรุงเทพประกันชีวิต” โอดไวรัสระบาดกระทบช่องทางการขายผ่าน “แบงก์แอสชัวรันซ์” เหตุคนไม่เข้าสาขาแบงก์-ชะลอเดินห้าง แถมธนาคารปล่อยสินเชื่อไม่ได้ฉุดเบี้ย MRTA หวังสถานการณ์คลี่คลายหนุนไตรมาส 2-3 เบี้ยฟื้น ด้าน คปภ.ช่วยประคองธุรกิจลดผลกระทบภาวะดอกเบี้ยต่ำ เร่งออกประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันลดลงจากไม่ต่ำกว่า 2% เหลือ 1%

ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงภัยแล้ง มีผลกระทบทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้น ขณะที่หนี้ครัวเรือนและหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนภาวะดอกเบี้ยต่ำ ปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบต่อธุรกิจประกันปี 2563 นี้ โดยในไตรมาสแรก เบี้ยประกันปีแรกน่าจะหายไปมาก สอดคล้องกับที่มีการประเมินกันว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้จะเติบโต 0%

โดยเฉพาะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะกระทบต่อช่องทางการขาย โดยเฉพาะช่องทางการขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์) เนื่องจากคนเข้าสาขาธนาคารน้อยลงกว่า 50% รวมถึงเข้าศูนย์การค้าลดลง ประกอบกับการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารทำได้ยากขึ้น มีผลกระทบต่อประกันคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) ที่จะหายไปราว 50-60% ส่วนช่องทางตัวแทนยังพอไปได้ เนื่องจากยังสามารถส่งกรมธรรม์ผ่านแอปพลิเคชั่นได้ แต่ก็ได้รับผลกระทบ เพราะลูกค้าบางส่วนยังต้องการพูดคุยกับตัวแทนแบบซึ่งหน้า

“ไตรมาสแรกถูกกระทบแน่นอน แต่ยังเชื่อว่าพอเข้าสู่ไตรมาส 2 และ 3 สถานการณ์จะดีขึ้น หากการระบาดของโควิด-19 ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มแบบมีนัยสำคัญ ก็อาจจะทำให้คนคลายความกังวล และออกมาใช้ชีวิตได้บ้าง ซึ่งน่าจะทำให้ช่องทางการขายผ่านแบงก์แอสชัวรันซ์ปรับดีขึ้น”

ม.ล.จิรเศรษฐกล่าวอีกว่า ภาวะดอกเบี้ยต่ำ ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าประกัน ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีมาตรการที่จะปรับปรุงแก้ไขอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณอัตราเบี้ยประกัน (pricing) โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ ลดลงเหลือไม่น้อยกว่า 1% จากเดิมกำหนดว่าต้องไม่ต่ำกว่า 2%

“ตอนนี้หลายบริษัทยังคงให้ผลตอบแทนที่ 3% อยู่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น บริษัทประกันชีวิตจะมีการปรับสินค้าและราคาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว และอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการปรับพอร์ตลงทุน แต่การปรับพอร์ตการลงทุน อาจจะใช้ระยะเวลา ซึ่งในส่วนของบริษัทได้เริ่มทยอยปรับผลิตภัณฑ์ไปแล้วเป็นบางส่วน เช่น ผลิตภัณฑ์บางส่วนที่ให้ผลตอบแทนคงที่ เป็นต้น และจะทยอยปรับในส่วนผลิตภัณฑ์ที่เหลือต่อไป”

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงมีผลให้อัตราดอกเบี้ยต่ำลง คปภ.จึงได้ออกคำสั่งนายทะเบียนเพื่อปรับปรุงการแก้ไขอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณอัตราเบี้ยประกันใหม่ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่า 1% ซึ่งได้แจ้งให้บริษัทประกันชีวิตคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยข้อเท็จจริงให้ผู้เอาประกันภัยทราบก่อนที่ทำประกันชีวิต รวมถึงให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนถึงต้นทุนของบริษัทอย่างแท้จริง

นายอาภากร ปานเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย คปภ. กล่าวว่า คาดว่าจะเสนอให้เลขาธิการ คปภ.ลงนามออกคำสั่งนายทะเบียนได้ในสัปดาห์นี้ และให้มีผลทันที โดยกรมธรรม์ใหม่จะต้องยื่นเรื่องขอความเห็นชอบก่อน จึงจะวางขายผลิตภัณฑ์ในตลาดได้

นายนิติพงษ์ ปรัชญานิมิต ประธานอนุกรรมการคณิตศาสตร์ประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า หลังจากนี้ภาคธุรกิจคงต้องปรับแบบประกันใหม่ โดยดอกเบี้ย 1% น่าจะใกล้เคียงความเป็นจริง เพราะบริษัทประกันลงทุนผ่านพันธบัตรรัฐบาลค่อนข้างมาก ซึ่งปัจจุบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี หรือระยะยาวกว่านั้น ก็ลดลงมาอยู่ระดับ 1% ทั้งสิ้น

“การลดดอกเบี้ยลงมาเหลือ 1% จะทำให้เพดานเบี้ยสูงขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจชาร์จเบี้ยประกันได้เหมาะสม และผลตอบแทนลูกค้าจะได้ใกล้เคียงกับตลาด” นายนิติพงษ์กล่าว

นายสาระ ล่ำซำ อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่ 1% น่าจะยังไม่พอ เนื่องจากปัจจุบันบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ปรับตัวลงต่ำกว่า 1% ไปแล้ว เฉลี่ยอยู่ราว 0.8-0.9% และมีโอกาสลงต่ำทำนิวโลว์ได้อีก และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็น่าจะลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ซึ่งมองว่าควรจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการคำนวณขั้นต่ำให้ลงไปได้มากกว่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...