โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิยสวัสดิ์ชงล้มโต๊ะIPP เร่งพลังงานทางเลือก

ทันหุ้น

อัพเดต 29 ต.ค. 2563 เวลา 00.30 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 00.30 น.

ทันหุ้น-สู้โควิด- ดร.ปิยสวัสดิ์ แกนนำกลุ่มปฏิรูปพลังงาน เตรียมยื่นเสนอปฏิรูปพลังงาน รองนายกฯและรมว.พลังงาน เล็งล้มโต๊ะ IPP ที่ไม่ได้ประมูล และชี้อนาคตควรลดสัญญา IPP เพื่อให้เอกชนแข่งขันกัน หนุนเร่งใช้พลังงานหมุนเวียนเกิน 50% แต่ต้องเปิดเสรี วงในมองเปลี่ยนอำนาจผูกขาดสู่มือรากหญ้า ชี้ RATCH-EGCO เสียเปรียบเหตุมีโรงไฟฟ้าไม่ประมูล ด้านกลุ่มโรงไฟฟ้าหมุนเวียนเฮ

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน (ERS) ได้เปิดเผยว่า กลุ่ม ERS ซึ่งดำเนินการด้านพลังงานมากกว่า 6 ปีแล้ว ได้เตรียมนำเสนอข้อเสนอใหม่ในการปฏิรูปพลังงาน กับ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยมองว่าไทยกำลังเผชิญกับปัญหากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่สูงถึงระดับ 50% จากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และภาระต่อผู้บริโภค

@เลื่อน IPP ไม่ได้รับประมูล

มาตรการที่จะเสนอนั้นมีทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว โดยหลักๆ ควรจะปฏิรูป ระบบปัจจุบันที่เป็นการรับประกันผลตอบแทน และหันมาเน้นการแข่งขันด้านราคา และสร้างแรงจูงใจให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพ ทั้งการทบทวนหลักเกณฑ์ทางการเงินในการกำหนดค่าไฟฐาน เพื่อลดค่าไฟฐาน ให้เร่งเจรจาชะลอการลงทุนและเลื่อนกำหนดการเข้าสู่ระบบ (COD) ของหน่วยผลิตไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะของเอกชนที่ได้รับอนุมัติโดยมิได้ผ่านการประมูล

อีกทั้งในส่วนของกำลังผลิตที่ติดตั้งไปแล้ว ให้เน้นระบบการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าในส่วนที่เรียกกันว่า Merit Order เพื่อให้โรงไฟฟ้าต่างๆ ทั้งเอกชนและของรัฐแข่งกันเสนอราคาขายที่ต่ำที่สุด ซึ่งอาจจะต่ำกว่าค่าพลังงานที่เคยระบุไว้ในสัญญา เพื่อที่จะได้รับการขายไฟมากขึ้น

นอกจากนี้รัฐควรใช้เงื่อนไขตามสัญญาเพื่อลดหรือเจรจาลดการซื้อในส่วนที่เป็นสัญญาผูกมัด (Must take) และลดการจ่าย “ค่าความพร้อมจ่าย” ที่สามารถลดได้

@ เน้นพลังงานทดแทน

สำหรับการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศหรือ PDP ควรปรับปรุงกระบวนการให้ทันสมัย โปร่งใส และมีความยืดหยุ่น สะท้อนความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ให้เกิดการอนุมัติกำลังผลิตที่เกินความจำเป็นและเป็นปัญหาที่ยาวนาน และเพื่อวางแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จริงจังมากขึ้น

อีกทั้งควรให้มีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ได้ PDP ที่โปร่งใสและสมบูรณ์  ที่สำคัญต้องกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนต่อพลังงานโดยรวมไม่ต่ำกว่า 50% โดยเร็ว เพื่อให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ ที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็น 0 (Carbon Neutral) ภายในปี พ.ศ.2593

ในระยะยาวสนับสนุนให้มีการเปิดไฟฟ้าเสรี ซึ่งในภาวะที่กำลังผลิตสำรองล้นเกินจะช่วยให้ค่าไฟลดลงแทนที่จะสูงขึ้น ดังนั้น จึงควรเปิดบริการสายส่งสายจำหน่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สาม (TPA) เช่นเดียวกับที่ได้มีการเปิด TPA ระบบท่อก๊าซธรรมชาติและคลังนำเข้า LNG ไปแล้ว

และต้องออกแบบตลาดไฟฟ้าที่มีทั้งการประมูลค่าพลังงานไฟฟ้า และการประมูลค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าเพื่อป้องกันปัญหาค่าไฟพุ่งขึ้นสูงมากในช่วงขาดแคลน โดยมีเงื่อนไขการแบ่งภาระความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นช่วงกำลังผลิต สำรองเกิน หรือขาด หรือสมดุล โดย กฟผ.ยังคงให้การควบคุมระบบสายส่ง ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าพลังงานน้ำและจัดกลุ่มโรงไฟฟ้าอื่นๆของ กฟผ. ให้เป็นอิสระเพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกับเอกชนที่เปิดกว้างและโปร่งใสเพื่อให้การรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าต่างๆเชื่อมโยงระบบอย่างมีประสิทธิภาพ

@เร่งพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม

ด้านปิโตรเลียม ต้องการขอเร่งรัดให้พัฒนาทรัพยากรปิโตรเลียมของไทยก่อนที่จะด้อยค่า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ด้วย ได้แก่ การเปิดสัมปทานรอบ 23และรอบต่อไป รวมไปถึงการเจรจาหาข้อยุติกับกัมพูชา ในการเข้าไปสำรวจและ การพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา รวมถึงการนำพื้นที่ภาคเหนือที่อยู่ใต้กรมการพลังงานทหารมาอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ.2560 เพื่อนำผลประโยชน์มาเป็นรายได้ส่วนกลางของรัฐ  ขณะเดียวกันควรจะมุ่งเน้นการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพควรมุ่งเน้นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 กับน้ำมันไบโอดีเซลB10 ให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงหลักของประเทศเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรส่งเสริมผลิตภัณฑ์ในประเทศ และยกเลิกการใช้ E85 และ B20 เนื่องจากไม่มีความจำเป็น และควรทยอยลดการอุดหนุน จากปัจจุบันใช้เงินกองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงอุดหนุน E85 ที่ 200 ล้านบาท และ B20 ที่ 300 ล้านบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ปัจจุบันกองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง มีเงินในกองทุนที่ 2.9 หมื่นล้านบาท และจะต้องมีการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงและ LPG จะทำให้เงินกองทุนหมด ภายใน2 ปี และมีการกู้เงินได้อีก 2 หมื่นล้านบาท ก็จะทำให้บริหารได้อีก2 ปี รวมเป็น 4 ปี นั่นเป็นเหตุผลที่ควรลดเงินอุดหนุนน้อยลง เพื่อสะท้อนกับราคาพลังงานด้วย และแข่งขันได้

ด้านนักวิเคราะห์ในวงการประเมินว่า ข้อเสนอดังกล่าว หากถูกพิจารณาจะส่งผลต่อหุ้นโรงไฟฟ้าที่ได้ใบอนุญาติโดยไม่ต้องประมูลอย่าง RATCH และ EGCO ขณะเดียวกันก็จะเป็นการลดการผูกขาดจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ มาสู่โรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก ทั้งกลุ่มโซลาร์ ลม และ ชีวมวล ชีวภาพ แต่อาจจะต้องใช้เวลานานเนื่องจากเป็นการปรับโครงสร้าง สำหรับหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากกรณีนี้ และมีแนวโน้มการประมูลเพื่อขึ้นคือกลุ่มชีวมวล เช่น ACE TPCH

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...