~ ช ว น กั น เ ที่ ย ว อ่ า ง ~
อะ อะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันไป อ่างที่ว่าหมายถึงอ่างเก็บน้ำต่างหาก วันนี้ขอมารีวิวการเที่ยวพักผ่อนชิลๆ"ฉบับอ่าง" ณ อ่างเก็บน้ำในจังหวัดนครนายก ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมาก แต่รับประกันความสวย สงบ และเป็นธรรมชาติสุด ๆ
"อ่าง" ที่ว่านี้ส่วนตัวก็เพิ่งเคยไปครั้งแรกเหมือนกัน (16 ก.ย.) เรียกว่าเป็นการตะล่อนไปเรื่อยๆ เห็นป้ายก็แวะไปกัน โดยเป็นไปเที่ยวหลังจากที่ไปกางเต็นท์นอน ณ อ่างเก็บน้ำเขารวก อช.เขาสามหลั่น จ.สระบุรี ก่อนลมเพลมพัดไปกินมื้อเที่ยงที่อ่างเก็บน้ำวังบอน ซึ่งไม่ขอรีวิวรายละเอียดมาก เพราะอ่างเก็บน้ำวังบอน น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ทั้งอยู่ใกล้กรุงเทพ มีธรรมชาติที่สวยงาม มีน้ำตก เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากางเต็นท์นอน พายเรือคายัค ตกปลา ปิ้งย่าง ทำสุกี้&หมูกระทะ แต่เชื่อว่ายังมีหลายคนที่ไม่รู้ว่าในอาณาบริเวณใกล้ๆกับอ่างเก็บน้ำวังบอน ยังมีอ่างเก็บน้ำอีก 2-3 แห่ง ที่อยู่นอกกระแส ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก อาจเป็นเพราะบางที่ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวมากางเต็นท์นอน ไม่มีกิจกรรมให้ทำเหมือนอ่างเก็บน้ำวังบอน ส่วนใหญ่ที่มาจึงเป็นคนในพื้นที่มากกว่า อย่างเช่นมาเดินเล่น ปั่นจักรยาน วิ่งออกกำลังกาย ตอนเย็นบ้างก็นำสัตว์เลี้ยง อย่างวัว ควาย มาปล่อยให้เล็มกินหญ้า เอาเป็นว่าไปทำความรู้จักอ่างเก็บน้ำนอกกระแสเหล่านี้กันดีกว่า เริ่มจาก
"อ่ า ง เ ก็ บ น้ ำ ห้ ว ย ป รื อ"
อยู่ในเขตหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.14 (วังรี) ต.เขาพระ อ.เมือง จว.นครนายก ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กม. เป็นอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล เนื่องจากสมัยก่อนพื้นที่บริเวณนี้มีน้ำท่วมอยู่บ่อยๆ จึงสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น ลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก แต่มีบริเวณผิวน้ำกว้าง มีวิวทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติ มองเห็นเทือกเขาน้อยใหญ่เรียงราย มีน้ำตลอดทั้งปี บริเวณสันอ่างและรอบๆอ่างมีถนนลาดยาง เหมาะแก่การมาปั่นจักรยาน หรือมาดูพระอาทิตย์ยามเช้าๆหรือเดินเล่นชิลๆแต่ถ้ามาตอนสายๆแดดอาจจะร้อนหน่อย แต่จะมองเห็นผิวน้ำเป็น(ริ้ว)คลื่นสะท้อนกับทิวเขาก็สวยไปอีกแบบ ถัดจากอ่างเก็บน้ำห้วยปรือไปอีก 3 กม.จะเจออ่างเก็บน้ำทรายทองซึ่งสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเดียวกัน
"อ่ า ง เ ก็ บ น้ำ ท ร า ย ท อ ง "
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ภูมิประเทศโดยรอบเป็นภูเขาคงความสวยงามตามธรรมชาติ เหนืออ่างเก็บน้ำขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตรจะมีทางเดินเล็กๆนำไปสู่ "น้ำตกคลองตาอิน "ถัดขึ้นไปเป็น"น้ำตกทรายทอง" เป็นธารน้ำตกขนาดเล็กมีน้ำเกือบตลอดปี การเดินทางไปยังน้ำตกทรายทองต้องเดินเท้าเข้าไปโดยเริ่มจากตัวอ่างเก็บน้ำใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที (ยังแอบเสียดายที่ไม่ได้เดินขึ้น) จุดนี้เราเจอวัยรุ่นจับกลุ่มกันอยู่และบอกทางไปน้ำตก&รีสอร์ท แต่พอเราขับไปก็เจอกับทางขรุขระและค่อยข้างแคป จึงไม่ได้ไปต่อ แต่มุ่งหน้าไปอ่างเก็บน้ำอีกแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน คือ
" อ่ า ง เ ก็ บ น้ำ ค ล อ ง โ บ ด "
อยู่ใกล้กับโรงเรียนนายร้อย จปร.เชิงเขาฝาละมี (เทือกเขาเดียวกับเขาพระ)วิวทิวทัศน์สวยงาม มีน้ำทั้งปี จากสันอ่างเก็บน้ำ สามารถมองเห็นเทือกเขาใหญ่ชัดเจนสวยงามมาก และโชคดีของเราที่ได้เจอกับฝูงกระบือ(ควาย)ที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ โดยมีนกกระยางขาวหลายสิบตัวบินเล่นหยอกล้ออยู่กับฝูงควายบ้างบินวนอยู่เหนือผิวน้ำคอยจับปลาเป็นอาหาร ยามที่ฝูงควายเดินหันหลังเรียงรายส่ายก้นไปมาบนถนนหันหน้าไปทางเทือกเขา ชวนจินตนาการว่านี่เราเจอกับฝูงช้างป่าเขาใหญ่อยู่หรือเปล่า ? แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงฝูงควายที่เห็นเป็นวัวที่ชาวบ้านนำมาปล่อยไว้ ให้เล็มกินหญ้าเป็นอาหาร พอตกเย็นก็มาต้อนกลับไปที่คอก เรียกว่าเป็นวิถีชีวิตที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ชวนหลงใหลไปอีกแบบ
เราเดินเล่นถ่ายรูปกันสักพัก ก็มีรถเก๋งอีกคันขับเข้ามาจอด ก่อนจะนำเสื่อมาปูนั่งพร้อมขนเสบียงจากรถลงไปนั่งกินกันอยู่ริมอ่างประมาณ 3-4 คน เห็นแล้วก็ได้แต่อิจฉา เพราะถึงเวลาที่เราต้องหันหน้าสู่เมืองกรุงอีกแล้ว แต่ก่อนจะกลับสมาชิกก็คุยกันไว้ว่า ต้องกลับมาเยี่ยมเยือนอ่างเก็บน้ำที่นี่อีกให้ได้และถ้าให้ดีก็คงจะมานั่งริมอ่างรอดูพระอาทิตย์ตกเหมือนนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้น
" ไม่ว่าว่างหรือไม่ว่างก็ทำให้ว่าง พาตัวเองออกเดินทางท่องเที่ยวไปสัมผัสธรรมชาติกันเนอะ รับรองว่ารู้สึกดี จิตใจก็จะดีไปด้วย เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว "
บันทึกฉบับอ่าง
16 ก.ย.60
By คำยี่