โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อีกปีกำลังจะผ่านไป เราเรียนรู้อะไรกับตัวเองบ้าง - เพจบันทึกนึกขึ้นได้

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2563 เวลา 00.52 น.

เรียกว่าเป็นธรรมเนียมกันแล้ว ที่พอเข้าช่วงเดือนสุดท้ายของปี

ใครหลายๆ คน ก็มักจะมานั่งย้อนดูว่า 11 เดือนที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรไปบ้าง อะไรบ้างที่วางแผนไปแล้วได้ทำ อะไรบ้างที่วางไว้ตั้งหลายปี แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มทำสักที

ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบสรุปชีวิตตัวเองทุก ๆ ปี

จะว่าไปแล้ว มันไม่ต้องรอสิ้นปี แล้วเรามานั่งสรุปตัวเองก็ได้นะ
เพราะบางเรื่อง มันก็ช้าเกินไปที่จะมารู้ตัวกันเอาตอนที่มันจะหมดปี

บางทีเราก็ต้องประเมินตัวเอง สรุปตัวเอง ทุก ๆ เดือน
ทุก ๆ ไตรมาส ว่าชีวิตกำลังเดินไปตามที่ตัวเองต้องการมั้ย
ฟังแล้วดูซีเรียส ๆ ใช่มั้ยครับว่า จะเอาอะไรกับนักหนา
ทำไมมานั่งคิด นั่งสรุปอะไรพวกนี้ด้วย

ส่วนตัวผมมองว่า มันเป็นเรื่องจำเป็นนะ
เพราะมันจะได้ทำให้เรารู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า
ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่กำลังทำตามความฝันตัวเองอยู่ใช่มั้ย
หรือกำลังเหนื่อยอยู่บนความฝันของคนอื่น

กำลังเหน็ดเหนื่อยกับอะไรที่จริง ๆ แล้ว
ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความก้าวหน้าของชีวิตตัวเองเลย

การได้ลองนั่งเงียบ ๆ
จดหรือเขียนสิ่งที่ตัวเอง พบเจอ แล้วก็สิ่งที่ได้เรียนรู้กับมัน
อาจทำให้เราได้มีสติ ฉุกคิด แล้วก็ตั้งหลักได้ใหม่ ในกรณีที่ทิศทางมันผิดที่ผิดทางจริง ๆ

สำหรับบทนี้ก่อนสิ้นปี ผมเลยอยากมานั่งคิด นั่งเล่าให้คุณอ่านกันว่า
ปีนี้ผมทำ ผมผ่านอะไรมาบ้าง แล้วมัน Relate กับคุณบ้างมั้ย
หรือเราได้เรียนรู้ในเรื่องที่คล้ายๆ กันรึเปล่า ยิ่งถ้าคุณมีมุมมองที่ไม่เหมือนผม
แล้วแวะเข้ามาเล่าให้ฟังกันต่อ ก็จะดีมากเลย

1.
สิ่งแรกที่ผมนึกได้เมื่อลองมานั่งคิดว่า ปีที่กำลังจะผ่านไป ผมเรียนรู้อะไรกับตัวเองบ้าง
นั่นก็คือ ผมคิดไม่ออกเลย

อ้าววว..

มันเหมือนมีคนหยิบไมค์มาจ่อปากคุณแล้วถาม คุณ ๆ ปีนี้มึงเรียนรู้อะไรบ้าง
เราก็อาจจะช็อคไมค์ไปแปปนึง แล้วรู้สึกขึ้นมาว่า

เออวะ นึกไม่ออกเลย
พอหลังจากนั้นแปปนึง มันก็มีอีกความคิดแว้บมาต่อว่า

หรือจริง ๆ แล้ว เราแทบไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยมากกว่า

ถึงแม้ว่าจะเป็นปีที่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในชีวิต รอบ ๆ ตัว
เล็กน้อย ยิ่งใหญ่ไปจนถึงระดับโลก
ผมก็ยังรู้สึกว่า มันเป็นอีกปีที่ผมยังทำผิดกับเรื่องเดิม ๆ แบบที่เคยได้เรียนรู้กับมันไปแล้ว

ผมยังเป็นคนขี้โมโหเหมือนเดิม แถมปีนี้ เป็นปีที่ผมอารมณ์ร้อนกว่าปีก่อน ๆ อีกด้วย
หงุดหงิดง่าย ขึ้นงาน รู้สึกไปเองว่า เราคาดหวังไปว่า คนนั้นคนนี้ คนใกล้ตัว คนที่เราทำงานด้วย
จะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ตรรกะง่าย ๆ แค่นี้ทำไมถึงคิดไม่ได้ อะไรพวกนี้
พอไม่ใช่แล้ว เราก็หงุดหงิด เราก็โมโห แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นโวยวายอะไรหรอกนะครับ
แต่รู้สึกได้เลยว่า มันไม่ดีกับตัวเองจริง ๆ

คำพูดที่ว่า สุดท้ายเราก็เปลี่ยนคนอื่นไม่ได้
ปีนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นสำหรับผมอยู่

อีกอย่างที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ
บางทีมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่ต้องไปเปลี่ยนแปลงใครด้วย
คนที่ควรเปลี่ยนจริง ๆ มันคือตัวเองเราเอง
ที่คาดหวัง ที่ตั้งธง ที่คิดไปเองว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้
เอาไม้บรรทัดตัวเองไปวาดเอาไว้ แล้วพอใครที่ไม่ได้ค่าตามนั้น ก็ปัดตกว่า มันไม่ดี
ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่เลย

พอคิดได้แบบนั้นแล้ว มันก็เย็นลงกว่าเดิม
เราเองก็ต้องนับเลขให้เยอะขึ้น จากที่เคยนับหนึ่งแล้วร้อยเลย
ก็ต้องค่อย ๆ นับ เพิ่มจำนวนให้มากขึ้น
เพื่อให้เราได้มีสติในการที่จะรู้ว่า คำพูดต่อไปที่ควรจะพูด
คือสิ่งที่เป็นอารมณ์ หรือเป็นเหตุเป็นผลมากกว่ากัน

2.
ยิ่งโตขึ้น คนรอบตัวยิ่งสำคัญ

จะใช้คำว่ายิ่งโตขึ้น ก็ไม่ถูก
ต้องใช้ว่า คนใกล้ตัว สำคัญกับเราในทุก ๆ วัน

มันจะมีช่วงเวลาที่เรามีเพื่อนมากมาย มีคนรุมล้อม
แต่พอถึงช่วงเวลาหนึ่ง มันจะมีแค่เรา กับใครข้าง ๆ กับคนใกล้ตัว
ใกล้ตัวในที่นี้ ผมใช้คำว่า ใกล้ใจ น่าจะถูกกว่า

สุดท้ายแล้ว ชีวิตเราที่เดินหน้าไปทุกวัน ไม่ได้ต้องการอะไรเลย
เราต้องการคนที่เข้าใจ ที่อยู่ข้าง ๆ คนสนับสนุนเรา
ซึ่งคนเหล่านี้แหละ ที่หลายครั้งเราเองที่ไม่ถนอมน้ำใจ
เราเอาแต่ใจ แล้วเราก็เป็นตัวเองจนไปล้ำเส้นการเป็นตัวเขาในบางโอกาส

ตัวเลขในโลกออนไลน์ที่บอกกับเราว่า
ตอนนี้เรามีเพื่อนกี่คน
เรามีคนติดตาม เรามีคนเข้ามาเห็นกี่คนแล้ว
ไม่ได้สำคัญเท่ากับ คนที่พอเรารู้สึกดีใจหรือเสียใจบางอย่าง
แล้วเราพร้อมที่จะโทรศัพท์ไปหาเค้า ไลน์ไปหา

ผมว่ามันเป็นสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนดีนะ
ที่ชีวิตในโลกออนไลน์เราช่างมีคนสนใจและพูดคุยด้วยเยอะแยะ
แต่โลกแห่งความจริง แค่คนที่จะถามเราว่า วันนี้เป็นยังไงบ้าง ยังแทบหาไม่ได้เลย

ปีนี้เป็นปีที่ผมบอกกับตัวเองว่า ผมต้องให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัว ใกล้ใจให้มากกว่าเดิม
ให้เวลากับเขาให้มากขึ้น เพราะเราแทบไม่รู้เลยว่า
วันสุดท้ายของกันและกันมันจะมาถึงกันเมื่อไหร่
ทำดีด้วยกันไว้ก่อน น่าจะดีที่สุด
จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ หรือรู้สึกผิดในภายหลัง

3.
ปีนี้ เป็นปีที่ผมได้ออกเดินทางน้อยมาก
ถ้าไม่นับการขับรถไปทำงานว่าเป็นการเดินทาง
ผมออกเดินทางหรือออกไปเที่ยวต่างจังหวัด แค่ 1 จังหวัดถ้วน
ซึ่งแต่ก่อนจะชอบคิดว่า การได้ออกเดินทาง คือการได้ออกไปเรียนรู้ ได้ไปค้นพบตัวเอง
แต่การที่ปีนี้แทบไม่ได้ไปไหน ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมไม่ได้เรียนรู้อะไรกับตัวเองเลย

การจะเอาข้ออ้างของการออกไปข้างนอกเพื่อที่จะบอกว่า เราจะได้เปลี่ยนแปลง เลยใช้ไม่ได้กับปีนี้

เป็นปีที่ไม่ได้ไปไหน แต่เป็นปีที่ได้ทำความเข้าใจตัวเองมากกว่าปีก่อน ๆ
ผ่านงานที่เข้ามาให้ทำ ผ่านการกระเสือกกระสนไปหาไอ้นั่นไอ้นี่มาเรียน
ผ่านการได้รู้จัก แล้วก็ได้เดินผ่านชีวิตของใครสักคน
ไม่ต้องไปไหนไกลเลย แค่มีชีวิตอยู่วนเวียนแบบทุกวันนี้
มองให้ดี ๆ มันมีเรื่องราวให้เราได้แก้ไข ปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา
อยู่ที่ว่า เราจะมองว่ามันเป็นจุดที่เราควรจะเปลี่ยน แล้วยอมรับความจริงข้อนั้นได้รึเปล่า

4.
ไม่ว่าเราจะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมั้ย
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราได้พบเจออยู่ข้างหน้า
จะบังคับให้เราเปลี่ยนเอง

มันน่าจะเป็นทักษะของการเป็นคนของเรานะครับ
ที่ไม่ว่าจะพร้อมมั้ย เราก็จะค่อย ๆ ปรับตัวไปตามสถานการณ์เอง
จะด้วยความอยู่รอด หรือจะด้วยความอ่อนแอเกินกว่าจะต้านความเปลี่ยแปลงนั้น

สุดท้ายเราก็จะบ่น ๆ แล้วก็ค่อย ๆ ทำสิ่งนั้นไปเอง
ไม่ก็เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองยืนอยู่ตรงนั้น
ไปยืนที่อื่น ซึ่งสุดท้ายมันก็คือการเปลี่ยนแปลงอีกอยู่ดี

5.
การสื่อสาร การพูดคุย และการบอกในสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึก เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
ผมหมายรวมถึง ทั้งในความสัมพันธ์ ในการทำงาน และการพูดคุยกับตัวเอง

เป็นปีที่ผมเห็นคนทะเลาะกัน เพราะไม่ยอมพูดคุยกัน
จากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ต่างคนต่างมีอีโก้ ถืออะไรบางอย่างอยู่
รอให้ใครสักคนเข้ามาเริ่มต้นบทสนทนาก่อน เราถึงจะบอกอะไรบางอย่าง
หรือบางทีพอเค้ามาถามอะไรบางอย่าง ก็ไม่พูดความจริงออกไป

ถ้าวิเคราะห์ลงไปดี ๆ บางครั้งความสัมพันธ์ที่มันแย่ลง ก็เริ่มต้นมาจากการที่เราไม่พูดความรู้สึกที่แท้จริงออกไปสักที

ปีนี้เลยเป็นปีที่ผม เรียกว่า เปิดเผยความรู้สึกให้กับคนรอบตัวมากขึ้น
พอเริ่มมีเรื่องอะไรที่ทำให้ขัดใจ ผมจะขอคุยด้วยเลย
คือมันก็ต้องมีศิลปะในการคุยกันหน่อย ไม่ใช่ไปชี้หน้าแล้วขอคุย
แต่มันมีวิธีที่มันละมุนละม่อม การรอให้เขาใจเย็น การสังเกตลักษณะต่าง ๆ
ดูภาษากาย ดูสิ่งที่เขาอยากพูด แต่ไม่ได้บอกออกมา

อย่างที่บอกว่า สุดท้ายแล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย
แต่การปล่อยให้เรื่องเล็กน้อยเล่านั้นเติบโตอยู่ในใจ แบบที่รดน้ำมันทุกวันด้วยการไม่พูดคุย
จนกลายเป็นความเข้าใจผิดที่เติบโตขึ้นมาเป็นการเกลียดชัง
ที่สุดท้ายแล้ว ก็เสียความรู้สึกด้วยกันทั้งคู่

ผมไม่กลัวเสียหน้าเลยที่จะเปิดบทสนทนาก่อน
แต่ผมกลัวจะเสียใครสักคนที่สำคัญไป ถ้าเราไม่พูดเรื่องที่สำคัญกับเราสองคนออกไปสักทีมากกว่า

6.
การพัฒนาตัวเอง เป็นสิ่งที่จำเป็น และสำคัญกับเราในทุกวัน และทุกปีที่กำลังจะผ่านไป
หาทักษะอะไรสักอย่างที่เราถนัด หรือไม่จำเป็นต้องถนัดก็ได้ครับ แต่ค่อยๆ เรียนลงไปให้มันลึกขึ้นเรื่อยๆ
จนกลายเป็น Professional ในสายนั้น

ผมยังทำไม่ได้หรอกนะครับ แต่ก็พยายามหาคอร์สลงเรียนเพิ่ม
พาตัวเองไปยังที่ที่จะทำให้เราได้เข้าใกล้สิ่งที่เราชอบ
สิ่งที่เป็น Passion ของเรามากขึ้น

มันอาจจะไม่ใช่ปีที่ดีนะครับ
แต่ถ้าเราถือโอกาสเอาตอนนี้ไปทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้มันดี
แบบที่ไม่ต้องรอปีถัดๆไป
ทำตัวเองให้พร้อม กับทุกๆ สถานการณ์
เพราะไม่ว่าปีหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
เราจะเอาความชอบ เอาสิ่งที่เรามีออกมาเป็นตัวตั้ง
ให้เรามีชีวิตต่อไปกับแต่ละวันได้

ไม่ง่ายครับ แต่ถ้าไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรเพื่อตัวเองเลยตั้งแต่ตอนนี้
มันก็จะยากแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

แล้วสำหรับคุณละครับ สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปีนี้คืออะไร
คอมเม้นต์บอกกันข้างล่าง
แล้วมาแชร์สิ่งที่เราได้เรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ

ขอให้เป็นปีที่ดีกว่าปีนี้นะครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...