โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

INDแกร่งเหนือจอง170% ยิ้มรับงานอู่ตะเภา27ล้าน

ทันหุ้น

อัพเดต 23 ธ.ค. 2563 เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2563 เวลา 02.20 น.

ทันหุ้น - IND ปิดเทรดสุดประทับใจ ยืนเหนือจอง 1.88 บาท หรือ170.91% จากราคา IPO ที่ระดับ 1.10 บาท ด้านบิ๊ก "ดร.ชัยณรงค์ ณ ลำพูน" เผยคว้างานปรับปรุงระบบรันเวย์เฟสแรกอู่ตะเภา 27ล้านบาท เติมแบ็กล็อกที่มีอยู่กว่า 540ล้านบาท รับรู้ยาวถึงปี 2564 ปักธงรายได้ปีหน้าพุ่ง 25%จากปีก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IND เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรกวานนี้ (22 ธ.ค.63) ปิดตลาดที่ 2.98 บาท เพิ่มขึ้น 1.88 บาท หรือ 170.91% จากราคา IPO ที่ 1.10 บาท ระหว่างวันราคาปรับตัวสูงสุด 3.10 บาท และปรับตัวต่ำสุด 1.55 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,808.98 ล้านบาท

เป๋าตุงรับงานใหม่

ดร.ชัยณรงค์ ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ IND เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้งานปรับปรุงรันเวย์ในส่วนของระยะแรก อาทิ การปรับปรุงผิวดิน ในโครงการสนามบินอู่ตะเภา คิดเป็นมูลค่าราว 27ล้านบาท และได้มีการลงนามในสัญญาแล้ว ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขงานในมือ(Backlog) ของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมที่มี Backlog ราว 540 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่น่าจะรับรู้ในปี 2564

ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ราว 700-900ล้านบาท เติบโต 20-25% เมื่อเทียบกับปี 2563ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 600 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าทิศทางของงบประมาณปี 2564 ของภาครัฐสามารถใช้จ่ายได้ตามปกติ ซึ่งจะสนับสนุนให้เกิดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ออกมาค่อนข้างมาก ประกอบกับมองว่าปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19จะเริ่มคลี่คลาย

โอกาสทางธุรกิจ

ดังนั้น ทาง IND จึงมองเป็นโอกาสของธุรกิจ ซึ่งมีแผนประมูลงานอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง (Design and Build) ให้หน่วยงานภาครัฐ, งานสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ฯลฯ ซึ่งจะมีมูลค่าเฉลี่ยราว 1-2พันล้านบาท ต่อโครงการ เพื่อเสริมรายรับของธุรกิจในอนาคต

ส่วนเงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO ครั้งนี้จำนวน 90ล้านหุ้นนั้นบริษัทจะนำไปใช้เพื่อเป็นลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการให้บริการประมาณ 35 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนอีก 47.70 ล้านบาท

อนึ่ง งบการเงินสิ้นไตรมาส 3/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 8.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนหน้า เท่ากับ 2.45ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 42.84% ถึงแม้ว่าบริษัทมีรายได้ลดลงจากการส่งมอบงานโครงการใหญ่ในงานออกแบบพร้อมก่อสร้างในปี 2562 ที่งานใกล้แล้วเสร็จ และจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ในปี 2563ทำให้งานโครงการต่างๆ ที่บริษัทได้เข้าร่วมประมูลมีการล่าช้าออกไป แต่ในไตรมาส 3 /2563 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการ บริหารลดลง ทำให้บริษัทยังมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับรายได้จากการให้บริการงวดไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ 136.01ล้านบาท ลดลง 8.34 ล้านบาทหรือ 5.78% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3/2562

เคาะกำไรโตโดด

ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัททรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น IND เพราะบริษัทให้บริการวิศวกรรมที่ปรึกษาหลากหลายสาขาและครบวงจร โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปี 2564 เติบโตก้าวกระโดด 178% จากปี 2563 และขยายตัวต่อเนื่องอีก 27% ในปี 2565 เพื่อตอบรับการลงทุนต่างๆ ที่ขยายตัวมากขึ้น จึงมองเป็นโอกาสในการลงทุน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...