ย้อนรอยเส้นทางชีวิต 'เอ๋ ปารีณา' จากนางงามสู่นักการเมืองก่อนศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
ย้อนรอยเส้นทางชีวิต “เอ๋ ปารีณา” จากนางงามสู่นักการเมืองก่อนศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
หลังจากที่ศาลฎีกา มีคำสั่งรับคำร้องในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม
โดยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เเละเเจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมนัดไต่สวนพยานผู้ร้องอีกครั้ง 30 เม.ย.9.30 น. นั้น
อ่านข่าว: [ด่วน! ศาลฎีการับคำร้อง ปปช. ปารีณาฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายเเรง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่](http://ด่วน! ศาลฎีการับคำร้อง ปปช. ปารีณาฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายเเรง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่)
“มติชนออนไลน์” จะขอย้อนเส้นทางการเมืองของเอ๋ ปารีณา”กัน
โดยเอ๋ ปารีณา มี ชื่อ จริงว่า ปารีณา ไกรคุปต์ เกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2519 เป็นคน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นบุตรสาวของ นายทวี ไกรคุปต์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี มารดาคือ สิริบังอร ไกรคุปต์ จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ จากสหรัฐอเมริกา
โดยชีวิตครอบครัวนั้นเอ๋ ปารีณา ได้สมรสกับนายอุปกิต ปาจรียางกูร (หย่า) มีลูก 3 คนคือ กล้าเกล้า ไกรคุปต์, อดิศรา ปาจรียางกูร, และกิตตรา ปาจรียางกูร โดยปัจจุบันได้หย่าขาดกับสามีแล้ว
ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมืองตามรอยผู้เป็นบิดานั้น เอ๋ ปารีณา เคยประกวดนางสาวไทย ในปี 2544 ซึ่งปีนั้น นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ เป็นผู้คว้าตำแหน่งนางสาวไทยไปได้ โดยในครั้งนั้น เอ๋ ปารีณา ได้หมายเลข 60 สามารถผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย พร้อมกับคว้ารางวัลนางงามมิตรภาพ
หลังจากนั้นในปี 2548 เอ๋ ปารีณา ได้ลงเล่นการเมือง โดยได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี 4 สมัย ตั้งแต่ พ.ศ.2548 ในนามพรรคไทยรักไทย และได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาย้ายไปพรรคชาติไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, และพรรคพลังประชารัฐ ตามลำดับ กระทั่งศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จากกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนใน จ.ราชบุรี