โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดแพ็คหุ้น 14 กลุ่มน่าเก็บ รับ `อนุทิน` พบโบรกฯ แจงแผนเปิดประเทศ

efinanceThai

เผยแพร่ 30 มี.ค. 2564 เวลา 03.53 น.

เปิดแพ็คหุ้น 14 กลุ่มน่าเก็บ รับ อนุทิน พบโบรกฯ แจงแผนเปิดประเทศ 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 มี.ค. 64 10:53 น.

   บล.หยวนต้า เปิดแพ็คหุ้นเด่น 14 กลุ่มน่าซื้อ หลัง "อนุทิน" พบนักวิเคราะห์ เรียกความเชื่อมั่นเรื่องวัคซีน และเปิดประเทศ  ยก AOT - SPA - BDMS - NOBLE - CPALL- KBANK - VGI  เป็นหุ้นเด่น  

 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ โดยสรุปสาระสำคัญ จากการเข้าร่วมงานเสวนา “โครงการตลาดทุนพบภาครัฐ ครั้งที่ 1/64 : กระทรวงสาธารณสุขพบนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน” กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 โดยนายอนุทิน ยืนยันว่าการควบคุมโควิด-19 ในประเทศยังทำได้ดี ไม่จาเป็นต้องมีการล็อคดาวน์รอบใหม่ และประเทศไทยจัดหาวัคซีนสำหรับคนไทย 61 ล้านโดส หากกระจายได้เต็มศักยภาพจะครอบคลุมราว 50-60% ของจำนวนประชากรภายในสิ้นปี 2564  และแนวทางการเปิดประเทศ เริ่มทยอยลดระยะเวลาการกักตัว หากไม่มีการฉีดวัคซีนเหลือ 10 วัน แต่หากฉีดแล้วจะเหลือ 7 วัน จากนี้ไปจะยิ่งผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลจะเริ่มเปิดประเทศในเกาะภูเก็ตและเกาะสมุยเป็นเป้าหมายแรกๆ และจะขยายผลต่อไป  

 ทั้งนี้ได้คัดหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ถึง 14 กลุ่ม จากการเปิดประเทศ และแนวโน้มการกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ โดยเลือก AOT - SPA - BDMS - NOBLE - CPALL- KBANK -  VGI  เป็นหุ้นเด่นใน Theme  การเปิดประเทศ ส่วนหุ้นทั้ง  14 กลุ่มที่น่าซื้อ มีดังนี้ 

 

* กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สนามบินและสายการบิน

  - โรงแรมขนาดใหญ่ เช่น MINT, CENTEL, ERW  มีสาขาอยู่ในภูเก็ตทั้งหมด แต่หุ้นที่มีสัดส่วนรายได้ในภูเก็ตสูงเทียบกับรายได้รวมในภาวะปกติ ได้แก่ SPA  (8สาขาอยู่ในจ.ภูเก็ต และ 1 สาขาอยู่ในเกาะสมุย เทียบกับสาขารวม 70 สาขา) SHR ( SHR ( 30 % ของรายได้มาจากโรงแรมในไทย ซึ่งอยู่ในเกาะสมุย 2โรง และ 1โรงในเกาะพีพี)

 - นอกจากนี้ผู้ประกอบการที่มีรายได้ขึ้นกับจานวนการบิน เช่น AOT หรือ SPF (รายได้ขึ้นกับ Traffic จากสนามบินสมุย) จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของรายได้ ขณะที่สายการบิน (BA,AAV) คาดได้ประโยชน์เช่นกัน แต่เนื่องจากยังมีงบดุลที่อ่อนแอ ยังให้น้ำหนักเป็นเพียงการเก็งกำไร

 - เราเลือกหุ้นเด่นกลุ่มท่องเที่ยว  1) AOT (BUY : 75.50) 2) หุ้นกลุ่มโรงแรมยังชอบทั้ง MINT, ERW, CENTEL, SHR  แต่ให้น้ำหนักไปที่ MINT (BUY : 36.80) และ SHR (BUY : 4.10 ) ที่จะฟื้นตัวเร็วและแรงกว่าที่ตลาดคาด และ 3) หุ้นขนาดเล็กเราเลือก SPA (BUY:10.20) มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 55% มีสัดส่วนรายได้ในภูเก็ตสูงและมี Upside Risk จากบริการนวดกัญชาในระยะถัดไป 

 

* กลุ่มโรงพยาบาล

 เราคงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล “มากกว่าตลาด” เราคาดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดจะคลี่คลาย เราเลือก EKH เป็นหุ้น Top pick (BUY : 7.20) คาดคนไข้จีนจะกลับมารักษา IVF ในครึ่งปีหลัง 64 และแนะนำ BCH (BUY : 20.20 ) ซึ่งคาดรายได้ปีนี้ยังเติบโตดี รายได้หนุนการให้บริการตรวจโควิด และ BDMS (BUY : 24.30 ) ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 63 และจะกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 64 หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เรามองว่าจะกลับเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลกำไรอีกครั้ง

 

* กลุ่มอสังหาริมทรัพย์
 
 มาตรการเปิดประเทศคาดเป็นปัจจัยสำคัญหนุนการฟื้นตัวของกำลังซื้อโครงการแนวสูงตามแนวสถานีรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ผู้ประกอบการที่เน้นพัฒนาโครงการแนวสูงและคาดได้รับผลประโยชน์มากที่สุดได้แก่ NOBLE, ANAN, ORI  และ LPN  จากการมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติในสภาวะปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดที่ราว 20-40%
 
 เลือก NOBLE (BUY :10.40) เป็นหุ้นเด่นจากปัจจุบันมี Foreign Quota พร้อมขายกว่า 6.0-7.0 พันลบ. คิดเป็น 50% จากฐานรายได้ในปี 63

 

* กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

 ความคืบหน้าเรื่องการฉีดวัคซีนและการเปิดประเทศเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ช่วยปลดล็อคการลงทุน กระตุ้นยอดขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลให้ผลประกอบการหุ้นกลุ่มนิคมในครึ่งปีหลัง 64 คาดจะฟื้นตัวโดดเด่น และคาดการย้ายฐานผลิตยังมีต่อเนื่อง

 ชอบหุ้นนิคม AMATA   และ WHA  ซึ่งทาง AM ATA ตั้งเป้า ยอดขายที่ของบริษัทปี 64 ที่ 1,200 ไร่เพิ่มขึ้นจาก 212 ไร่ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ WHA ตั้งเป้ารายได้ปี 2564 เติบโต 30%YoY  เป้าหมายยอดขายที่ดินในปีนี้อยู่ที่ 1,030 ไร่ แบ่งเป็นในประเทศไทย 725ไร่ และเวียดนาม 305ไร่ รวมทั้งตามแผนปี 64-66มีแผนเปิดในไทยอีก 4โครงการ และเวียดนามอีก 3โครงการ

 

* กลุ่มบันเทิง

 ผลประกอบการที่ชะลอตัวรุนแรงตลาดได้รับรู้แล้ว และกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 64 หลังสถานการณ์โควิด คลี่คลาย ทั้งนี้ได้ปรับหุ้น Top pick  จากเดิม PLANB  เป็น JKN  (BUY : 13.20) และ VGI  (BUY : 8.90) เนื่องจากราคาหุ้นที่ Laggard  โดย JKN  เราคาดกำไรปี 64 เติบโตดีต่อเนื่อง 22%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) เราคาดรายได้คอนเทนต์ยังเติบโตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ 2) แผนในการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ในการผลิต จำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ความงามและสินค้า 3) Upside Risk จากธุรกิจกัญชงที่เรายังไม่ได้นับรวมในประมาณการ
 
 ส่วน VGI  เราคาดผลประกอบการที่ผ่านช่วงที่แย่ไปแล้วในปีก่อน และจะกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 64/65 และปี 65/66 ที่ 767%YoY YoY และ 30%YoY YoY ตามลำดับ

 

*  กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

 การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหนุนให้ราคาเนื้อสัตว์ทั้งหมู ไก่ และอาหารทะเลปรับตัวดีขึ้น เราเลือก TU (TRADING :16.20)เพราะมีสัดส่วนรายได้จากการส่งเข้าโรงแรมเป็นประจำสูงกว่ากลุ่ม
 
 นอกจากนี้ธุรกิจร้านอาหารตามห้างจะได้ประโยชน์เช่นกัน เราเลือก ZEN   (BUY :14 .80) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เราคาดปรับลดขนาดองค์ก่อนหน้าจะหนุนให้ Margin  เติบโต หากรายได้ฟื้นตัว

 เครื่องดื่มชอบ HTC (BUY : 46.25) เป็นอีกตัวเลือก จากรายได้จากนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และได้ประโยชน์โดยตรงจากการเปิดภูเก็ต

 

* กลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์

 โควิดเริ่มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้นเป็นบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ คาดยอดผลิตรถยนต์ Q1/64 ที่ 4.6 แสนคัน +1%YoY  โดยคาดการผลิตของอุตสาหกรรมจะปรับสู่ระดับปกติ ที่ 70-80% เทียบปี 63ที่ 50-60% เราคาดกำไรปกติหุ้นกลุ่มยานยนต์ ภายใต้ coverage 5 บริษัทฟื้นตัว 104% YoY เป็น 3,260ล้านบาท

 ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มยานยนต์ “มากกว่าตลาด” เราคาดผลประกอบการจะฟื้นตัวโดดเด่นในปี 64 ตามอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว การย้ายฐานการผลิตของค่ายรถ เพิ่มสัดส่วนการผลิตในประเทศไทยมากขึ้น โดยเลือก AH (BUY : 26.50) เป็น Top   pick ของกลุ่ม และแนะนำ “ซื้อ” IHL (BUY :6.00-7.00 บาท) และ IRC (BUY : 19.10)

 

* กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

 มาตรการข้างต้นจะทำให้กิจกรรมเดินทางระหว่างประเทศฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานปรับตัวดีขึ้น เป็นบวกต่ออุตสาหกรรมโรงกลั่น (ค่าการกลั่น) เช่น TOP PTTGC IRPC SPRC BCP  ESSO โดยมองว่าจะเป็นบวกมากต่อ TOP  (TRADING : 69.00)เพราะเป็นโรงกลั่นที่ยังผลิตน้ำมันอากาศยานอยู่นอกจากนี้ ยังเป็นบวกต่อผู้ให้บริการเติมน้ามันเชื้อเพลิงในสนามบินเช่น BAFS (Non rated) และผู้ค้าน้ำมันอากาศยาน ได้แก่ OR (TRADING : 27.50)

 

* กลุ่มธนาคาร

 กลุ่มแบงก์-ได้อานิสงส์บวกจากการเปิดประเทศใน 3 ประเด็นคือ 1) สินเชื่อคาดเร่งตัวขึ้น สอดรับไปกับการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศซึ่งจะหนุนการเติบโตของทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม 2) การตั้งสำรองผ่อนคลายลง จากความเสี่ยงผิดนัดชาระหนี้ที่ต่ำลงโดยเฉพาะลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิดค่อนข้างรุนแรงอย่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรม และ 3) Yield มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นช่วยให้ NIM ขยับดีขึ้นต่อเนื่อง

 แนะนำหุ้นแบงก์ที่มีสัดส่วนลูกหนี้ในกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมมากกว่ากลุ่ม เลือก KBANK(BUY : 178.00) และ SCB (BUY :124.25) 

 

* กลุ่ม ICT 

 ได้ประโยชน์จากภาพการฟื้นตัวของ Tourism SIM และรายได้ Roaming ซึ่งโดยปกติจะคิดเป็นราว 3% ของมูลค่าตลาดโดยรวม เราเลือก ADVANC (TP : 221.00) เป็นตัวเลือกเด่นของกลุ่ม

 

* กลุ่มค้าปลีก

 คาดการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพิ่มกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในกลุ่มร้านค้าสะดวกซื้อ ที่มีสัดส่วนต่อรายได้ราว 5-10%จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเราคาดเห็นการฟื้นตัวขึ้นจากยอดขายของสาขาเดิม SSSG  ที่จะพลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง บริษัทที่คาดประโยชน์ เช่น 1) CPALL (BUY : 77.50) จาก 7-eleven  และ Lotus  2) BJC (BUY : 47.00) จาก Mini  BigC และ 3) CRC (BUY : 42.00) จากFamily Family  Mart

 

* กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
 
 คาดสถานการณ์การขาดแคลนแรงงานจะเริ่มดีขึ้นจากการเดินทางกลับมาของแรงงานต่างด้าว ส่งผลต่อความคืบหน้าของงานระหว่างมีความคืบหน้าเพิ่ม เลือก SEAFCO  (BUY : 5.40) เป็นหุ้นเด่น

 

* กลุ่มขนส่ง

 การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหนุนให้ Traffic  ของระบบขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินใจกลางกรุงเทพฯมหานคร แนะนำ BEM (BUY :10.60) และ BTS (BUY : 10.90)

 

* กลุ่ม MAI

 เลือก BC (Non rate) เป็นหุ้นเด่น ธุรกิจหลักคือการพัฒนาโรงแรมเพื่อขาย โดยบริษัทฯมีโรงแรมหลักอยู่ในภูเก็ตและพัทยา นอกจากนี้บริษัทฯยังอยู่ระหว่างพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเป็น Upside  สำคัญที่ซ่อนอยู่ เราประเมินกรอบราคาเหมาะสมที่ 4.48 -4.66  บาทต่อหุ้น

 

 

 

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ    โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...