“จัดสรรเงินลงทุน” ต่างกัน...ทำให้ ‘ความมั่งคั่ง’ ต่างกัน!!!
Wealthy Thai
อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 10.24 น. • สรวิศ อิ่มบำรุงปัจจุบันประเทศไทยมีเครื่องมือการลงทุนครบครัน ไม่ว่าจะเป็น"หุ้น"หรือ"ตราสารหนี้"นอกเหนือจาก"เงินฝาก"ที่นักลงทุนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล้ว
ที่สำคัญด้วยเครื่องมืออย่าง“กองทุนรวม”ก็ทำให้โลกการลงทุนของคุณง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเงินลงทุนที่ไม่มากก็สามารถเปิดประตูการลงทุนสู่‘สินทรัพย์’ประเภทต่างๆ ที่เป็นการลงทุนหลักครบถ้วนแล้ว
อย่างไรก็ตาม มีคนเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่สามารถจะสร้างความมั่งคั่งได้จริงๆ จากเครื่องมือที่มีอยู่เหล่านี้ ในขณะที่มีคนจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้ามาลงทุน กลับปล่อยให้เงินส่วนใหญ่ทิ้งไว้ในธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ย‘ไม่เต็มบาท’ประมาณ0.25%ต่อปีเท่านั้นในส่วนของเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายผลตอบแทนที่เราทอดทิ้งกันไป
วันนี้ทีมงาน‘Wealthythai’มีเคล็ด (ไม่ลับ) ในการจัดสรรเงินลงทุนง่ายๆ เพื่อทำให้เงินในกระเป๋าของคุณงอกเงยมาฝากกัน
ปรับสมดุล‘สินทรัพย์เสี่ยง’ และ‘สินทรัพย์มั่นคง’…ให้เหมาะกับ‘สไตล์ของคุณ’
ถ้าคุณมองย้อนกลับไปในทิศเบื้องหน้าของเรา คือ พ่อแม่ผู้มาก่อน แล้วเปรียบเทียบกับเพื่อนฝูงของพ่อแม่ คุณจะพบว่า คนเหล่านั้นหลายๆ คนมีความสามารถพอๆ กัน มีการทำงาน มีความขยันหมั่นเพียรพอๆ กัน มีความประหยัดและอดทนพอๆ กัน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเหล่านั้นมีความมั่งคั่งไม่เหมือนกัน บางคนรวยมากๆ บางคนก็ยังเป็นชนชั้นกลางอยู่ ทั้งนี้ความแตกต่างนั้นเกิดจาก“การจัดการลงทุนที่แตกต่างกัน”นั่นเอง
“หนึ่งในปัญหาที่นักลงทุนส่วนใหญ่ต้องเผชิญ คือ ไม่รู้ว่าจะจัดสรรเงินลงทุนของตัวเองยังไง รู้แล้วล่ะว่า…ต้อง‘กระจายการลงทุน(Asset Allocation)’แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี โดยอาศัยสินทรัพย์หลักพื้นฐานระหว่าง‘หุ้น’กับ‘ตราสารหนี้’ก็มีกลยุทธ์ในการจัดสรรเงินง่ายๆ5แบบที่ใช้กันโดยทั่วไป ที่น่าจะตอบโจทย์นักลงทุนได้เป็นอย่างดี”
สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนใน “กองทุนรวมทั่วไป”หรือจะลงทุนใน“กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)”ตลอดจน “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)”โดยเฉพาะกลุ่ม ‘ลูกค้าเงินฝาก’ก็สามารถที่จะใช้กลยุทธ์ทั้ง 5 นี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของตัวเองได้เช่นกัน
-นักลงทุนที่มี‘อายุมาก’หรืออยู่ในช่วง‘วัยปลายทำงาน (Late Career Life)’หรือ เป็นนักลงทุนประเภท‘ระมัดระวัง’ที่พยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ควรจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มี ‘ความเสี่ยงต่ำ’โดยลงทุนในตั๋วเงินคลัง 40%,ตราสารการเงิน 35%,พันธบัตรรัฐบาล 15%และหุ้นกู้บริษัทเอกชน 10%
-นักลงทุนที่มี‘อายุปานกลาง’หรือ อยู่ใน‘วัยกลางของการทำงาน (Mid Career Life)’หรือเป็นนักลงทุนประเภทระมัดระวัง แต่ยอม ‘รับความเสี่ยงได้บ้าง’เพื่อผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงกว่า อาจจะเลือกลงทุนที่คละกันไปในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท โดยให้น้ำหนักการลงทุนที่ ‘สมดุล’ระหว่างสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น) และสินทรัพย์มั่นคงสูง (ตราสารหนี้)
“ทั้งนี้การยอมรับความเสี่ยงในระดับที่สูงก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในระดับที่สูงด้วยเช่นเดียวกัน”
-นักลงทุนที่มี‘อายุน้อย’หรืออยู่ใน‘วัยต้นของการทำงาน (Early Career Life)’ผู้ลงทุนอาจจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากกว่า เพราะเมื่อลงทุนแล้วเกิดผลขาดทุนสูญเสียเงินต้นก็ยังมีเวลาที่จะเริ่มต้นใหม่ได้อีก นั่นเอง
ท้ายสุดคงไม่มี“สูตรสำเร็จ”ที่ตายตัวสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทั้ง‘5กลยุทธ์’การจัดสรรเงินง่ายๆ นี้ ก็น่าจะเป็น‘ไอเดีย’หรือ‘แนวทาง’ในการจัดพอร์ตให้กับคุณได้ในระดับหนึ่ง ลองก้าวขยับออกจาก‘เงินฝาก’เพื่อโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าสำหรับตัวคุณเอง หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อยครับ