ปตท.ปลุกพนักงานสร้างนวัตกรรม เพิ่มงบวิจัย 3% ภายใน 3-5 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 มี.ค. 2562 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2562 เวลา 09.35 น. • The Bangkok Insightปตท.วางเป้าเพิ่มงบ วิจัย และพัฒนาเป็น 3% ภายใน 3-5 ปี เน้นพลังงานสะอาด เชื้อเพลิงชีวภาพ วัสดุทดแทน หลังประเมินอนาคตน้ำมันฟอสซิลถูก disrupt แน่
วันนี้ (28 มี.ค.) บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จัดงานครบรอบ 20 ปี ของสถาบันนวัตกรรม ปตท. อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีการออกบูธแสดงผลงานวิจัยต่างๆของสถาบัน
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่าปตท.ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมใหม่ โดยมุ่งเน้นนำดิจิทัล และเทคโนโลยีมาปรับใช้ในกระบวนการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยแต่ละปีได้จัดงบเพื่อการวิจัย และพัฒนา 1% ของผลกำไร และภายใน 3-5 ปีจะเพิ่มเป็น 3%
สำหรับงานวิจัย และพัฒนาที่ปตท.จะมุ่งไปในอนาคตนั้น จะเป็นพลังงานสะอาด อาทิ โซลาร์เซลล์ ลม แบตเตอร์รี่ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage ) เชื้อเพลิงชีวภาพ สมาร์ทซิตี้ สมาร์ท แมททีเรียล เช่น วัสดุทดแทนเหล็กแต่มีน้ำหนักเบา รวมถึง ยาและเคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ปุ๋ยสั่งตัด เป็นต้น โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ ทั้งยุคดิจิทัล สังคมสูงวัย ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งอนาคตเชื้อเพลิงจากฟอสซิลจะต้องลดบทบาทลงแน่นอน
“ในยุคของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ ปตท. ได้แสวงหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยสถาบันนวัตกรรมได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญ ในการให้บริการด้านการประเมิน และทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีตัวต้นแบบที่มีความน่าสนใจและสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจ ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ใน ปตท. รวมถึง บริษัท ในกลุ่ม ปตท. เชื่อมั่นว่าสถาบันนวัตกรรมจะช่วยนำองค์กรก้าวข้ามความท้าทายทางเทคโนโลยีไปสู่อนาคตที่มั่นคง ” นายชาญศิลป์ กล่าว
สถาบันนวัตกรรม ถือเป็นกลไกที่สำคัญของปตท.ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สถาบันนี้ชื่อเดิม คือ สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 ด้วยการลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาท ในการสร้างอาคารปฏิบัติการวิจัย พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค มีภารกิจหลักในการดำเนินงานวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการด้านปิโตรเลียม ปิโตรเคมี รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานของ กลุ่ม ปตท. และตอบสนองนโยบายด้านพลังงานของรัฐ พร้อมทั้งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
งานวิจัยจากสถาบันแห่งนี้ได้สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ปตท. และมีการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ เช่น ผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงและหล่อลื่นของ ที่ทำให้ ปตท. มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 รวมถึงงานวิจัยและพัฒนาด้านพอลิเมอร์ กระบวนการผลิตปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ งานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม การจัดระบบ การบริหารทรัพย์สินทางปัญญา และการจัดเก็บองค์ความรู้ โดยมีรางวัลการันตี ทั้งในระะดับประเทศ และเวทีโลก อาทิ รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นด้านนวัตกรรม ซึ่ง ปตท. ได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่อง มาเป็นเวลา 9 ปี ตั้งแต่ ปี 2553 – 2561
ในปี 2561 ที่ผ่านมา ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นองค์กรแรกในประเทศไทย ที่ได้รับรางวัล R&D 100 ซึ่งเป็นรางวัลด้านนวัตกรรมระดับโลก จากผลงานชุดอุปกรณ์ดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซล ให้สามารถใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้ด้วยหลักการระบบเชื้อเพลิงร่วม (Diesel Dual Fuel Engine Conversion Kit)
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระบวนการในการพัฒนาและการสร้างนวัตกรรม มุ่งสู่การเปิดรับเทคโนโลยีจากภายนอกมาร่วมสร้างมากขึ้น (Open Innovation) ในระยะหลัง ปตท. จึงสร้างพันธมิตรในการดำเนินงานวิจัยร่วมกัน เพื่อให้เกิดนวัตกรรมโดยเร็วและสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์
วันนี้ นายชาญศิลป์ ได้เดินดูบูธแสดงผลงานของสถาบัน และกระตุ้นให้นักวิจัยต่อยอดนำนวัตกรรมไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์ตลาดและธุรกิจให้มากขึ้น รวมถึงให้คิดเสมอถึงการถูก disrupt