10 ดราม่างานกีฬาสี ผ่านไปกี่ปีก็ยังมีเหมือนเดิม!
สวัสดีค่ะ กลิ่นกีฬาสี กลับมาอีกแล้วทุกๆ ต้นเทอมสอง พี่มิ้นท์เชื่อว่าหลายคนรอเวลานี้มานาน จะได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายสักหน่อย และยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความรู้จักกับคนในโรงเรียนแบบไม่ต้องเคอะเขิน
แต่…กีฬาสี มันไม่ได้มีแค่ความสุขน่ะสิคะ บางโรงเรียนมีดราม่ากันทุกปี ทุกรุ่น เผลอๆ ลามต่อหลายปี มิตรภาพจากที่ดีอยู่แล้วกลายเป็นแย่ลงก็มีค่ะ พี่มิ้นท์จะมาแฉ เอ้ย มาเล่าให้ฟังว่า ปกติดราม่ากีฬาสีที่เจอกันเป็นประจำ มีอะไรบ้าง และน้องๆ เคยเจอปัญหาพวกนี้บ้างหรือเปล่า
1. ดราม่า "ธีมสี"
สิ่งที่จะถูกพูดถึงในกีฬาสี ส่วนหนึ่งก็คือ ธีมสี ถ้าสีไหนคิดธีมได้อลังการดาวล้านดวง ก็จะเป็นที่พูดถึงตลอดงาน คนที่มีส่วนร่วมก็ได้ยิ้มเบิกบานใจ แต่กว่าจะตกลงปลงใจกันได้ ประชุมกัน 10 รอบก็มักจะมีปัญหาทุกรอบ คนนึงอยากได้ธีมเรียบๆ อีกคนอยากได้ธีมหรูหรา อีกคนอยากได้ธีมการ์ตูน กว่าจะบรรจบตรงกันได้ ก็ดราม่าน้ำลายกันไปหลายวัน
ดราม่านี้ถ้าเคลียร์กันได้ด้วยดีก็แฮปปี้เอ็นดิ้งค่ะ แต่ถ้าเคลียร์กันไม่ได้ ฝ่ายที่ความคิดแพ้ ก็อาจโกรธจนไม่ช่วยงาน จนเป็นปัญหาดราม่าตามมาอีกได้ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุด ควรจัดให้มีการโหวตค่ะ ถ้าให้ดีก็ให้มีจำนวนคนโหวตมากหน่อย โดยเฉพาะคนในสีที่ไมได้เกี่ยวข้องกับคนคิด จะได้แฟร์ๆ เนอะ
2. ดราม่า "ประธานสี"
การจัดระบบสีในโรงเรียนไทย จะมีอยู่ 2 ระบบ คือ แบบยกห้องและแบบรายบุคคล ถ้าเป็นรายบุคคล ก็จะมีสีของตัวเองตั้งแต่เข้าเรียนเลย แบบนี้ปัญหาก็น้อยหน่อย เพราะมีเวลาประชุมสีกันเรื่อยๆ ได้ทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าเป็นระบบสีแบบยกห้อง สีนึงอาจจะมี 2 ห้อง ก็อาจจะมีดราม่าประธานสีขึ้นมาได้ ประมาณว่า ต่างคนต่างเชียร์หัวหน้าห้องของตัวเอง ประธานสีต้องเป็นห้องเราเท่านั้น เอ้า ลุย!! ถ้าหัวหน้าห้องเราไม่ได้เป็น ก็อาจจะจับตามองการทำงานของประธานสีต่างห้อง และเอาไปซุบซิบนินทากัน ในกรณีนี้อยากให้น้องๆ วางอคติลง เชื่อมั่นในตัวประธานสีและช่วยกันทำงานดีกว่านะ^^ เชื่อเถอะว่าใครก็ตามที่มาอยู่ในจุดประธานสีแล้ว ก็ทำมันเต็มที่อยู่แล้วล่ะ
3. ดราม่า "ระหว่างฝ่าย"
กีฬาสีมีหลายแผนก มีทั้งฝ่ายสแตนด์ ฝ่ายอาร์ต ฝ่ายพร็อพ ฝ่ายหาสปอนเซอร์ ฝ่ายกีฬา ฯลฯ แต่ละฝ่ายก็มีหน้าที่ของตัวเอง แต่ไม่วายมาทะเลาะกันได้ เพราะเข้าใจไม่ตรงกัน เวลาประชุมไม่พร้อมหน้า ปัญหาก็ตามมาแบบนี้ตลอด เช่น ตกลงกันไว้ว่าอยากได้ธีมการ์ตูนโดราเอมอน ลิสต์พร็อพมาเรียบร้อยว่าอยากให้มีประตูวิเศษ แต่ทำออกมาเป็นประตูวัด เอ….มันไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นาาา จะแก้ใหม่ก็งานยาวอีก หรือฝ่ายสวัสดิการจะเบิกเงินฝ่ายบัญชีไปซื้อน้ำให้น้องบนสแตนด์ แต่กลับโดนบอกว่างบฝ่ายสวัสดิการหมดแล้ว อยากซื้อให้ออกเองง เอ้าาา! งงไปอีก
ดังนั้น เฮดแต่ละฝ่ายต้องเข้าประชุมกันทุกครั้ง และควรจบการประชุมแบบที่เข้าใจตรงกัน จะได้ไม่มีปัญหาตามมา งานจะได้ราบรื่นจ้า
4. ดราม่า "ไม่ช่วยงาน"
ดราม่าระหว่างฝ่ายกันไปแล้ว ในแผนกเดียวกันก็มีดราม่าจ้า ที่เจอบ่อยๆ ก็คือ ไม่ช่วยงาน แต่พี่มิ้นท์ไม่อยากระบุเหมารวมขนาดนั้น คนไม่ช่วยงาน เชื่อว่ามีอยู่จริงทุกที่แหละค่ะ แต่บางคนอาจติดธุระจำเป็นหรือกลับบ้านดึกไม่ได้ อาจจะไปช่วยงานในเวลาที่ว่างมาแล้ว แต่ไม่เห็นกันเองก็ได้นะ เป็นเรื่องค่อนข้างเซนซิทีฟเลยทีเดียว เวลาช่วยงานแล้วแต่คนมองว่าไม่ช่วย วิธีแก้ที่ง่ายงดดราม่าที่สุดก็คือ แบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนที่สุด ระบุดีเทลไปเลย ว่าใครดูแลส่วนไหน ทำครบ ไร้ปัญหา ก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าว่าไม่ช่วยงาน
5. ดราม่า "รุ่นพี่-รุ่นน้อง"
เมื่อรุ่นพี่เป็นพี่ใหญ่ มีหน้าที่เป็นสตาฟ ส่วนเด็กน้อยๆ ม.1 ก็จะเป็นกองเชียร์ ขึ้นสแตนด์ ว่ากันว่า ไม่มีใครหนีสแตนด์เชียร์ไปได้ จริงหรือเปล่าไม่รู้นะคะ แต่เชื่อว่าบางคนก็คงติดเหตุผลจำเป็นที่ขึ้นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือ กลับบ้านดึกไม่ได้ รวมถึงน้องๆ ที่มองว่าการขึ้นสแตนด์เชียร์ควรจะเป็นความสมัครใจ? เมื่อคิดแบบนี้ก็มีน้องๆ บางส่วนที่ไม่เต็มใจขึ้น ส่วนรุ่นพี่ก็ต้องมาเกณฑ์น้องไปขึ้น ตามดักหน้าห้องเรียน หน้าโรงเรียน ไปจนถึงมีการพูดจาหยาบคายใส่กัน เป็นปัญหาตามมา ภาพแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำค่ะ
ดังนั้น ก่อนเริ่มขึ้นสแตนด์จริง ควรตกลงกันให้เรียบร้อย ว่ามีใครไม่อยากขึ้นมั้ย ส่วนคนที่ยอมขึ้น ก็ต้องทำข้อตกลงกันก่อนว่าจะไม่หนีไปไหน ให้ทุกข์ใจกันทั้งสองฝ่าย
credit :กองเชียร์-เชียร์ลีดเดอร์ คณะขุนแผน(สีฟ้า) กรรณสูตฯ118ปี
6. ดราม่า "เงินจอมปัญหา"
อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่เลยค่ะ น้องๆ นักเรียนเองก็มีดราม่าเรื่องเงินแทบทุกครั้งเมื่อมีกิจกรรมกีฬาสี เพราะทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่าย ก็จะเริ่มมีการเรี่ยไรเพื่อนๆ ในห้องเพื่อรวมเป็นค่าใช้จ่ายในสี ซึ่งการเก็บตังค์ทุกวัน วันละ 5 บาท 10 บาท ถึงจะดูจำนวนไม่เยอะ แต่สำหรับบางคนทำอะไรได้หลายอย่างเลย พอจ่ายช้า หรือ ไม่จ่าย ก็ดราม่าประจานกันอีก ซึ่งไม่เหมาะสมเลยค่ะ ตรงนี้ต้องใจเขาใจเรา ลองหาวิธีดูว่า ทำยังไงถึงจะไม่รบกวนเพื่อนจนเกินไป เช่น หาสปอนเซอร์มั้ย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทต่างๆ รุ่นพี่ศิษย์เก่า หรือ ตั้งซุ้มขายของช่วงกีฬาสี เป็นต้น และเมื่อได้เงินมาแล้ว ก็อยากให้ควบคุมค่าใช้จ่าย ไม่ให้งบบานปลายด้วยนะคะ บางทีมีหมื่นใช้หมื่น มีแสนก็ใช้จนหมดแสน คิดแบบนี้ก็ไม่ถูกค่ะ
7. ดราม่า "ได้หน้าไม่เท่ากัน"
บางทีเรื่องนี้เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวก็มีค่ะ หลายคนชอบและมีจิตอาสา ใครให้ช่วยอะไรก็ช่วย อาจารย์วานใช้อะไรก็ทำให้ รวมถึงถ้ามีเคสอะไรต้องดูแล ก็เสนอตัวก่อน แต่อาจกลายเป็นถูกมองว่าทำดีเอาหน้าก็ได้ รวมถึงถ้ามีอะไรจากส่วนกลาง ก็จะเรียกหรือพูดถึงคนกลุ่มใดกลุ่มนึงก่อนตลอด ก็เกิดชนวนให้คนอื่นๆ เกิดความหมันไส้ได้ค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะมีคนที่ไม่ได้ทำอะไร แต่ได้หน้าก็มีอยู่จริง ยังไงก็ตาม พี่มิ้นท์ว่าไม่ต้องไปคิดมากอะไร ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ถ้าผลงานออกมาดี ให้ภูมิใจว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย
8. ดราม่า "โกง"
จะงานเล็กงานใหญ่ ก็มีให้เคลือบแคลงสงสัยกันตลอด เรื่องการ "โกง" แม้ว่ากีฬาสีจะเป็นกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ แต่ลึกๆ แล้วทุกสีก็อยากคว้าชัยชนะมาครอง ไม่ว่าจะเป็นกองเชียร์ เชียร์ลีดเดอร์ หรือ กีฬา ทุกคนจึงตั้งใจซ้อมและทำวันจริงให้ออกมาเต็มที่ แต่หลายๆ ครั้ง ผลออกมาค้านสายตามาก สีที่ควรชนะกลับแพ้ รวมถึงกลโกงต่างๆ เช่น แข่งกีฬาแล้วใช้กำลัง หรือ แสดงโชว์เกินเวลา เป็นต้น ถ้าเกิดดราม่าเรื่องนี้ขึ้นมา ก็อย่าให้ถึงกับต้องใช้กำลังหรือพูดจาไม่ดีใส่กันเลย ควรจะแจ้งอาจารย์หรือทีมงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รู้ถึงการกระทำที่กรรมการอาจจะไม่รู้ไม่เห็น จะดีกว่าค่ะ
9. ดราม่า "คนนอก"
หลายๆ สีอาจจะมีให้คนนอกมาช่วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นรุ่นพี่ที่จบไปแล้วนี่แหละค่ะ บางทีรุ่นพี่กลับมาช่วย แต่บางทีรุ่นพี่ก็กลับมาแบบมีอำนาจมากกว่าสตาฟเสียอีก คือ ดูแลจัดการทุกอย่าง จนทำให้สตาฟคนอื่นๆ ในสีไม่พอใจค่ะ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเขาโดยตรง ตรงนี้ก็ต้องคุยกันดีๆ ทั้งกับสมาชิกในสีและตัวคนนอก ให้เข้าใจตรงกันว่าขอบเขตคนนอกมีแค่ไหน ที่ดราม่าหนัก พี่มิ้นท์เคยเจอว่า มีคนนอกเข้ามาสวมรอยแข่งกีฬาแทนด้วยนะ ยังงี้เรียกว่า "โกง" ค่ะ คล้ายๆ กับการแข่งกีฬาที่กำหนดอายุ แต่คนแข่งดันอายุเกินรุ่น
10. ดราม่า "อาจารย์"
ก่อนกีฬาสี จะเกิดคู่กรณีระหว่าง ศิษย์-อาจารย์ กันหลายคู่เลย เพราะน้องๆ มักจะขอคาบอาจารย์มาทำกิจกรรม ไม่อย่างนั้นจะทำไม่ทัน ส่วนอาจารย์ก็เตรียมการสอนมาอย่างตั้งใจ แต่โดนลูกศิษย์ขอคาบก็เสียความรู้สึกเหมือนกันค่ะ ซึ่งการขอคาบเรียนก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูก เพราะถ้าคนนึงขอได้ คนอื่นก็พากันมาขอคาบบ้าง สุดท้ายคนที่เสียใจ อาจไม่ใช่อาจารย์ แต่เป็นน้องๆ เองค่ะ ที่ได้ความรู้ไปไม่เต็มที่ และถ้าสอบออกมาได้คะแนนไม่ดี ก็จะมีปัญหาตามมาอีกเยอะเลยค่ะ
การทำงานร่วมกับคนอื่น อยากให้น้องๆ นึกอยู่เสมอว่า ปัญหามันต้องมีค่ะ แต่ทุกปัญหาไม่ได้จบที่ดราม่าทะเลาะกันเสมอไป ยิ่งกีฬาสี ต้องอาศัยความสามัคคีอย่างสูง ทุกๆ ฝ่ายถึงจะทำให้ออกมาสำเร็จได้ ดังนั้น มีอะไรคุยกันให้ดีๆ ค่ะ แล้วช่วยกันหาทางออก เพราะสุดท้ายแล้ว "มิตรภาพ" สำคัญกว่ารางวัล "ขนมปี๊บ" ที่ได้มานะคะ อะล้อเล่นนนน^^