โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกหมอลาม-คดีทุจริตยา2

INN News

เผยแพร่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 11.54 น. • INN News

ศึกหมอลาม-คดีทุจริตยา2

เปิดฉาก ศึกซักฟอกวันแรก กับการ อภิปรายไม่ไว้วางใจ “นายกลุงตู่” “หมอหนู” และ 4รัฐมนตรี ในท่ามกลาง “สัญญาณ” ความไม่ไว้วางใจกันเอง ในรัฐบาล ที่ส่งผ่านปฏิกิริยาเมื่อวาน (30ก.ย.) จากวงประชุมพรรคพลังประชารัฐ ที่มีรายงานสายตรงทั้งโทรศัพท์และส่งไลน์จากนอกห้องประชุมทั้งจาก “ทำเนียบฯ” และจาก ”บุรีรัมย์” ถึง ”หัวหน้าป้อม” ในระหว่างการประชุมที่มีปฏิกิริยาจากลูกพรรค อันสะท้อนถึง “น้ำหนัก” ประเด็นข่าวร่ำลือแผนการ โดดเดี่ยวผู้นำที่เพลี่ยงพล้ำ “โควิด” และ ปม ”ดีลการเมืองข้ามขั้ว” จนแปรผลเป็นปฏิกิริยาของ “น้องหนู” ที่เมื่อวานก็เข้าไปคุยกับ“นายกฯลุงตู่”ที่ทำเนียบฯเพื่อเก็ง “ข้อสอบโควิด” ก่อนออกตัววันนี้(31ส.ค.) ว่าเป็นคนโทรหา “พี่ป้อม” เมื่อวานไม่ใช่ ”เนวิน” ยืนยันไม่กังวลความเรียบร้อยในศึกซักฟอกที่ เหมือนคนจาก พรรค พปชร.จ้องขย่ม รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เพราะคุยกับ “พี่ป้อม” ที่บอก ให้ “เชื่อพี่คนเดียว ไม่ต้องคุยกับใคร” เราต่างเป็นหัวหน้าพรรคด้วยกันก็ต้องเชื่อกัน ถ้าไม่เชื่อหัวหน้าพรรคแล้วจะไปเชื่อใคร

เรียกว่า “ศึกซักฟอก” จะเป็นปัจจัยเหตุสั่นคลอนรัฐบาลแค่ไหนยังต้องรอดูทั้ง เนื้อหาว่าจะเด็ดเหมือนคำในญัตติหรือไม่ รวมถึงต้องรอดู “คะแนน” วันลงมติวันที่ 4 ก.ย. หากแต่ระหว่างทาง มีความน่าสนใจในสารพัดตัวแปรแทรกซ้อน ที่ จะส่งผลกระทบกับ “นายกฯลุงตู่” และ “หมอหนู” ที่จะตกเป็น “เป้าตำบลกระสุนตก” ระหว่างที่ถูกถล่มด้วยข้อมูลในสภาฯ คือ ความจริงตรงหน้า กับ สถานการณ์โควิดทั้งมิติผลกระทบชีวิตสุขภาพและปากท้อง ที่แม้พรุ่งนี้ (1ก.ย.) จะมีบรรยากาศการ “คลายล็อก” และเปิดทำเนียบฯให้ “นักข่าว” เข้าวันแรก เพื่อส่ง “สัญญาณบวก”ทางด้านความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ล้อไปกับตัวเลขติดเชื้อโควิดที่ลดลงต่อเนื่องมา1สัปดาห์จาก2หมื่นกว่าเหลือหมื่นกว่า แม้ยอดตายยัง “ทรงตัว” ที่ 200 กว่า แต่ก็ยังถูกหลายฝ่าย “จับผิด”ตั้งข้อสงสัย ว่า “ดีขึ้นแล้ว” ตาม “สัญญาณ”ที่ถูกส่งออกมาจริงหรือ โดยมำคำถามมากมายอย่างกังวลหากสภาพการณ์กลับมามี “คลัสเตอร์ใหม่”จากการคลายล็อก ที่จะไปซ้ำเติมของเดิมที่ตัวเลขตายสะสมหมื่นกว่า ติดเชื้อกว่าล้าน และยังมีผู้ยังอยู่ระหว่างรักษาในระบบสาธารณสุขจำนวนมาก

นั่นก็เป็นประเด็นที่ทุกคนต้องประเมินแบบรายวันนับจากวันคลายล็อกพรุ่งนี้..ว่าจะโอเคหรือไม่ แต่ที่น่าจับตา และ น่าจะ “บานสะพรั่ง”เป็น “ประเด็น”ผลกระทบ ไม่น้อยไปกว่าสถานการณ์สงครามโควิด และศึกการเมืองในสภาขณะนี้ คือ “ศึกหมอ”ที่ก่อนตัวปะทุชัดเจนเมื่อวาน (30ส.ค.) ระหว่าง “หมอกระทรวง” กับ ”หมอชนบท” จากปมการจัดซื้อเครื่องตรวจโควิดATK 8.6 ล้านชุด ที่ทำท่าว่าจะลามกลายเป็นปม “ลมพัดหวน” กลับไปสู่อดีตที่เกิดเคสคดีประวัติศาสตร์ “ทุจริตยา” ในสธ. หลังจากที่ “นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์” ผอ.องค์การเภสัชกรรม ยื่น ปชช.ให้ตรวจสอบความผิดของคณะทํางานกําหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มี “นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ” และ “นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ” เป็นคณะอนุกรรมการ กล่าวหาว่าทำผิดกฎหมายด้วยการล็อกสเป็ก ที่ทำให้ “ชมรมแพทย์ชนบท” “โดย “หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ที่เคลื่อนไหวเปิดประเด็นตรวจสอบการประมูลชุดตรวจATKก่อนหน้านี้ออกมาระบุวันนี้ (31ส.ค.) ว่าการยื่นปปช.ดังกล่าว เพื่อแก้เกี้ยวที่องค์การเภสัชไปลดสเป็กโดยไม่ลดราคากลางจนทำให้ประมูลได้ของถูกราคาแพง ซึ่งชมรมแพทย์ชนบทระบุว่า ขอบคุณ “น.พ.วิบูลย์” ที่ช่วยทำให้เรื่องที่กำลังจะจบนี้ไม่จบ และช่วยทำให้ “แพทย์ชนบท”และเครือข่ายมีแรงฮึดที่จะขุดคุ้ยปมATKต่อไป และอาจถือเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ “ทุจริตยาภาค 2”ที่กำลังจะเริ่มอีกครั้ง

 

 

ที่ต้องไม่ลืมว่า “คดีทุจริตยา” เมื่อ 24 ปีที่แล้ว(พ.ศ.2540) หมอสายNGOทั้ง “ชมรมแพทย์ชนบท” เภสัชชนบท และ 30 องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสาธารณสุขต้านคอร์รัปชันเชิงนโยบายมีบทบาทสำคัญในการเปิดโปง “ขบวนการทุจริตจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ 1,400 ล้านบาท ของกระทรวงสาธารณสุข จนกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์สามารถนำนักการเมืองอดีตรมต.สธ.เข้าคุกได้ ทำให้ “รัฐบาลนายกฯชวน” ขณะนั้น ต้องปรับพรรคร่วมรัฐบาลออก และพรรคการเมืองนั้นต้องสิ้นชื่อทางการเมือง โดยครั้งนั้นมีความคล้ายสถานการณ์ปัจจุบันที่ขณะนั้นเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องบริหารงบประมาณตามข้อตกลงที่ทำไว้ ไอเอ็มเอฟ.แต่ถูกภาคสังคมหมอและประชาชนตรวจสอบ พบว่าการทุจริตอย่างมีขั้นตอน โดยมีผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ข้าราชการผู้บริหารระดับสูงในสธ.ถึงรัฐมนตรี

โดย “คดีทุจริตยา” ครั้งนั้น ได้ส่งผลให้รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง 2 คน ปลัด สธ. ถูกโอนย้ายไปสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาคถูกไล่ออก 3 คน สสจ.ถูกปลดออก 4 คน ข้าราชการถูกสอบสวนวินัยมากกว่า 30 คน รัฐมนตรีและที่ปรึกษาทั้งที่มีการแต่งตั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ถูกส่งไปดำเนินคดีอาญาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นรายแรกของประเทศไทย

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter :https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...