โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บริจาคอย่างไร อิ่มบุญและลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

Wealth Me Up

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2562 เวลา 06.26 น. • Wealth Me Up

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ผ่านปี2562 ไปครึ่งปีแล้ว คนที่มีเงินได้มาตรา 40(5) – (8) นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึง 30 มิถุนายนของปีนั้น ๆ มากกว่า 60,000 บาท ในกรณีโสด หรือกรณีมีคู่สมรสที่มีรายได้รวมกันเกิน 120,000 บาท ก็อย่าลืมไปยื่นภาษีเงินได้กลางปี (ภ.ง.ด.94) แต่ไม่ต้องตกใจนะ การยื่นภาษีเงินได้กลางปีไม่ได้หมายความว่าเราจะเสียภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น เพราะยังไงภาษีที่เราต้องเสียทั้งหมดจะคำนวณจากเงินได้ทั้งปีตอนยื่นภาษีภายในเดือนมีนาคมปีหน้าอยู่ดี แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของการยื่นภาษีกลางปี ก็คือ เหมือนจดหมายเตือนเราว่า ปีนี้จะต้องเสียภาษีเงินได้เยอะหรือเปล่า ถ้าเยอะก็รีบวางแผน ดีกว่าไปรู้เอาตอนยื่นภาษีจริงๆปีหน้า รู้ตอนนั้นก็สายไปแล้ว

 

ถ้าไม่อยากเสียภาษีเงินได้เยอะ ลองมาดูการบริจาคเงิน เพราะนอกจากได้บุญแล้ว เรายังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีก โดยเงินบริจาคที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี มี 2 แบบ คือ

 

1. แบบได้สิทธิประโยชน์ภาษีสำหรับเงินบริจาคแบบ จ่าย 1 ได้ 2 หรือ พูดง่ายๆ คือ ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินบริจาค เช่น บริจาค 100 บาท สามารถลดหย่อนภาษีได้ 200 บาท เงินบริจาคแบบนี้ได้แก่

 

–  เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา ได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 10 %ของเงินคงเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว โดยการบริจาคให้แก่สถานศึกษา ต้องเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรายการ ดังต่อไปนี้  คือ จัดหาหรือจัดสร้างอาคาร จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา

เช่น แบบเรียน ตำรา ฯลฯ จัดหาครู อาจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา ฯลฯ โดยต้องมีหลักฐานจากสถานศึกษา เป็นใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาเท่านั้น โดย “ สถานศึกษาต้องระบุ คำว่า “เงินบริจาคเพื่อ…. (วัตถุประสงค์ข้างต้น) เพื่อ สนับสนุนการศึกษา ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 ”

 

– เงินบริจาคให้สถานพยาบาลของทางราชการ ซึ่งหมายถึง สถานพยาบาล ซึ่งเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และรวมถึงสถานพยาบาลขององค์กรที่เป็นของรัฐ เช่น สถานพยาบาลของสถาบันการศึกษาของรัฐ, สถานพยาบาลของรัฐวิสาหกิจที่เป็นองค์การของรัฐบาล, สถานพยาบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สถานพยาบาลของสภากาชาดไทย เป็นต้น

 

 

2. แบบได้สิทธิประโยชน์ภาษีสำหรับเงินบริจาคแบบ จ่าย 1 ได้ 1 หรือพูดง่ายๆ คือ บริจาคเท่าไหร่ ลดหย่อนภาษีได้เท่านั้น เช่น บริจาคให้กับวัด มูลนิธิ หรือ สถานศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ที่นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น คือจะมีสิทธิหักลดหย่อนบริจาคได้เท่าจำนวนที่บริจาคเท่านั้น และได้ไม่เกินอัตรา 10 % ของเงินได้พึงประเมินที่เหลือจากหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนอื่นๆ และค่าลดหย่อนเงินบริจาคแบบจ่าย 1 ได้ 2 แล้ว

 

ดังนั้น หากต้องการได้บุญ และได้ภาษีเยอะๆแล้ว ควรบริจาคแบบจ่าย 1 ได้ 2 มากๆ และไม่ต้องกลัวว่าจะบริจาคมากไป ตัวอย่างเช่น หากเงินได้พึงประเมินที่เหลือจากหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนอื่นๆ ของเราเท่ากับ 1 ล้านบาท เราสามารถบริจาคโรงเรียนเพื่อจ่าย 1 ได้ 2 เต็มที่ 50,000 บาท เพราะตามกฎหมายคือ เมื่อคูณสองแล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินที่เหลือจากหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนอื่นๆ (10%*1 ล้านบาท = 1 แสนบาท)

 

แต่หากเราบริจาคมากไป เช่น แทนที่จะบริจาค 50,000 บาท กลับบริจาค 120,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียใจนะ ใบเสร็จบริจาคยังมีค่าอยู่ สิทธิในการลดหย่อน 70,000 บาทที่เหลืออยู่ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีแบบจ่าย 1 ได้ 1 อยู่นะ เท่ากับใบเสร็จเงินบริจาคโรงเรียน 120,000 บาทของเรา สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 100,000 + 70,000 = 170,000 บาท

 

สถานศึกษาที่เราสามารถบริจาคแบบจ่าย 1 ได้ 2 เราสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ เว็บไซต์กรมสรรพากร  www.rd.go.th => เมนูบริการข้อมูล => รายชื่อสถานศึกษาที่สามารถหักลดหย่อนเงินบริจาคให้ 1 ได้ 2 (http://www.rd.go.th/publish/28654.0.html) รู้อย่างนี้แล้ว ไม่อยากเสียภาษีเยอะ ก็สะสมบุญด้วยการบริจาคกันนะ ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งประหยัดภาษี

 

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...