โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เติบโตยามวิกฤติไปกับ SCBGOLD กองทุนทองผลตอบแทนเยี่ยม ค่าธรรมเนียมถูก

Finnomena

อัพเดต 20 พ.ค. 2565 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2563 เวลา 05.01 น. • Mr. Serotonin

ในช่วงนี้นักลงทุนหลาย ๆ ท่านคงปวดหัวกับการหาสินทรัพย์ให้เงินทุนของท่านได้ไปสิงสถิตอยู่และสร้างผลตอบแทนที่งอกเงยได้เช่นเคย โดยแม้แต่ตราสารหนี้ที่ว่าปลอดภัยก็ถือว่าผันผวนมากในช่วงนี้ แต่กลับกันกับ “ทองคำ” ซึ่งช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาสร้างผลตอบแทนได้ถึงราว ๆ 15% ในวันนี้ผมจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าทำไมทองคำในช่วงนี้ถึงเป็นช่วงแห่งการ “เก็บสะสม” และกองทุนทองคำที่ผมแนะนำก็คือ SCBGOLD กองทุนทองคำผลตอบแทนเยี่ยม ค่าธรรมเนียมถูก คัดสรรโดย FINNOMENA Investment Team ถ้าพร้อมแล้วไปเจาะลึกพร้อม ๆ กันได้เลยครับ

ก่อนอื่นเรามาเช็กคุณภาพกองทุน SCBGOLD ไปกับ FINNOMENA 3D Diagram กันก่อนเลยครับ

Sources: FINNOMENA Fund

ในส่วนของผลตอบแทนย้อนหลัง (Past Performance) ถือว่าอยู่ในระดับที่ “ปานกลาง” เหากเทียบกับกองทุนทองคำอื่น ๆ รวมไปถึง ผลตอบแทนหลังหักความเสี่ยง (Risk Adjusted Return) ซึ่งค่าที่สูงนี้แสดงให้เห็นว่าหากเทียบกับระดับความเสี่ยงของกองทุนแล้ว ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าไหม ซึ่ง SCBGOLD ในส่วนนี้ก็อยู่ในระดับปานกลางเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของ จุดขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อาจจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ส่วนตัวผมยังมองว่ายังยอดเยี่ยมอยู่ครับหากเป็นกองที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedge) เพราะช่วงก่อนหน้าเงินบาทแข็งค่าเอามาก ๆ

ค่าธรรมเนียมโดยรวมที่ถูกที่สุด เพื่อให้คุณได้ผลตอบแทนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

Sources: FINNOMENA Fund

หลาย ๆ คนคงปวดหัวกับเรื่องค่าธรรมเนียม จะซื้อ จะขาย หรือจะย้ายสักทีก็โดนหักตลอด แต่ในส่วนของ SCBGOLD นั้นทาง FINNOMENA Investment Team ได้ไปขุดวิเคราะห์เจาะลึกจนได้กองทุนที่ค่าธรรมเนียมโดยรวมถูกที่สุดมาซึ่งผลออกมาก็คือตัว “SCBGOLD” ตัวนี้นั่นเองครับ เมื่อทุกคนได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นของกองทุน SCBGOLD ไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปผมจะพาทุกคนไปวิเคราะห์เจาะลึกทั้งในเชิงพื้นฐานและเทคนิคอลแบบแน่น ๆ กันครับ ว่าทำไม “ทองคำ” ถึงเป็นคุณค่าที่คุณคู่ควร ณ ตอนนี้

บทวิเคราะห์เจาะลึกทำไมตอนนี้ถึงต้องทองคำ

เวลาที่ตลาดอยู่ในภาวะตื่นตระหนกเช่นนี้ หลาย ๆ คนที่ต้องการความปลอดภัยคงจะนึกถึงตราสารหนี้ภาครัฐหรือไม่ก็ทองคำ ต่อไปเรามาเจาะลึกกันว่าตราสารหนี้กับทองคำอยู่ใน “สถานะ” ไหนกันแน่ และผมขอบอกว่าอยู่ในสถานะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พิสูจน์ได้จากข้อเท็จจริงที่ผมเตรียมมาให้ทุกคนได้เลยครับ

ตราสารหนี้ ตอนนี้ยังเติบโตได้จริงหรือ?

หากพูดถึงสถานการณ์ของตราสารหนี้ในตอนนี้ ผมเชื่อว่านักลงทุนคงต้องผวากันเป็นแน่ โดยล่าสุด ตราสารหนี้ระยะสั้น (Treasury bill) ของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐได้ติดลบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งแบบ 1 เดือน และ 3 เดือน ในวันพุธที่ 25 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา นอกจากนั้นตราสารหนี้ระยะยาวของสหรัฐก็ถือว่ายํ่าแย่ไม่แพ้กัน เพราะอัตราผลตอบแทน (yield) ก็อยู่ในระดับที่ตํ่ามาก ๆ

ภาพแสดงการติดลบของอัตราผลตอบแทน (Yield) พันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นอเมริกา (1 เดือน)

Sources: ThaiBMA

และหากจะอธิบายเพิ่มเติมการที่อัตราผลตอบแทน (yield) ของตราสารหนี้อยู่ในระดับตํ่า จะส่งผลเสียต่อการเติบโตของตราสารหนี้เป็นอย่างมากครับ เพราะตราสารหนี้นั้นเติบโตจากการที่ตัวผลตอบแทน (yield) ลดลงไปเรื่อย ๆ จากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจนทำให้ราคาขึ้น แต่ธนาคารกลางในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ณ ตอนนี้เหลืออัตราดอกเบี้ยในระดับที่ตํ่ามาก ๆ จึงอาจส่งผลให้ตราสารหนี้ในช่วงนี้ไม่อาจเติบโตได้ โดยไทยเราก็เหลืออัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.75% เท่านั้น ก็จะเข้าสู่อัตราดอกเบี้ย 0.00% และเมื่อถึงจุดนั้นทางรัฐอาจไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้อีกต่อไปซึ่งอาจทำตราสารหนี้นั้นไม่สามารถเติบโตได้

แล้วอะไรคือหลุมหลบภัยที่ยังเติบโตได้ในตอนนี้?

ผมขอยกให้ “ทองคำ” ครับ เพราะหากมาเทียบกับตราสารหนี้ในช่วงนี้แล้วเรียกได้ว่ายังมีปัจจัยหนุนจัดเต็มอีกมาก อย่างเช่น การประกาศอัดฉีดเงินแบบไม่จำกัดจำนวนของ Fed ณ ตอนนี้ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์นั้นอ่อนค่าและทำให้ทองคำเติบโตได้ เพราะค่าเงินดอลลาร์มักจะถูกนำไปจับคู่กับทองคำเสมอ ๆ รวมไปถึงการเทขายของหุ้นต่าง ๆ ณ ตอนนี้ที่แสดงถึงภาวะ “ความกลัว” ของตลาด จึงอาจทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำนั้นมีโอกาสเติบโตขึ้นมาได้

ภาพแสดงดัชนี Fear & Greed สะท้อนให้เห็นถึงภาวะตลาดที่ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

Sources: CNBC

การอัดฉีดเงิน กับ ทองคำเชื่อมโยงกันแค่ไหน?

Sources: FINNOMENA Investment Team

ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า Fed ได้มีมาตรการทำ QE ไม่อั้นต่อเนื่องซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงและหนุนนำทองคำให้พุ่งทยานต่อเนื่อง ดังนั้นเรามาพิสูจน์ผ่านการสังเกตกันว่าเมื่อ Fed ทำ QE แล้วทองคำมีทิศทางสอดคล้องกันไปเป็นอย่างไร จากภาพดังกล่าวจะถือว่าสอดคล้องเข้ากันใช้ได้เลย สำหรับการทำ QE กับทองคำ (เพิ่มเติมเล็กน้อยการทำ QE คือ การซื้อคืนสินทรัพย์ เช่น พันธบัตรรัฐบาล, ตราสารเงินผู้ลงทุนในสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBS) รวมถึงตราสารหนี้เอกชนระยะสั้น) ดังนั้นการทำ QE ก็คือการซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่ว่าคืนกลับมาและสินทรัพย์จะถูกบันทึกลงใน Balance sheet ดังภาพ แต่จุดสังเกตก็คือช่วงปี 2013-2014 ที่ดูจะไม่เข้ากันนัก เหตุผลอาจเป็นเพราะตลาดมองว่าการทำ QE ใกล้จะจบและเศรษฐกิจน่าจะรอดแล้วเงินจึงไหลเข้าไปในหุ้นแทน ดังนั้นเราอาจต้องใช้เหตุผลอื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจด้วย ซึ่งหากเสริมกับดัชนีความกลัวของตลาด (Greed & Fear Index) ข้างต้น และดัชนี VIX ในส่วนถัดไปในจุดนี้ทองคำก็ยังถือว่าน่าสนใจอยู่ครับ

VIX index กับ ทองคำ ตัวชี้วัดสำคัญ เข้าทอง รอช้อนหุ้น

Sources: FINNOMENA Investment Team

จากภาพจะสังเกตได้ว่าหากดัชนี VIX (ดัชนีวัดความผันผวนของหุ้น) กำลังขึ้น ทองจะลงมาก่อนซึ่งอาจจะสอดคล้องกับการพักตัวของทองคำก่อนหน้านี้ โดยมีผลมาจากการที่คนอาจเทขายทองคำทิ้งมาถือเงินสดแทนในช่วงวิกฤติ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อดัชนี VIX ถึงจุดพีค ราคาทองจะกลับดีดขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นในช่วงที่ VIX ถึงจุดพีค ทองอาจจะกลับมาขึ้นอีกครั้ง โดย VIX ณ ตอนนี้นั้นเรียกได้ว่าอยู่ในจุดของวิกฤติ Subprime เรียบร้อยแล้ว

เมื่อวิกฤติผ่านพ้นทองคำยังเติบโตได้อยู่ไหม?

Sources: FINNOMENA Investment Team

หลายคนอาจจะติดกับการที่ทองคำคือสินทรัพย์ปลอดภัยและมีประโยชน์ยามวิกฤติเท่านั้น ซึ่งมันก็ใช่ครับ แต่อาจจะไม่เสมอไป… เพราะฉะนั้น คำตอบของคำถามข้างต้นคือ ได้ครับ ใช่แล้วครับทองคำยังเติบโตได้แม้หุ้นจะกลับมาแล้ว โดยเมื่อเทียบกับวิกฤติ Subprime เมื่อปี 2008 ทองคำยังถือว่าเติบโตต่อเนื่องและเป็นอีกระยะหนึ่งด้วย (ราว ๆ 2 ปี ตามภาพ) ดังนั้นถึงแม้เราจะไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ว่าตอนนี้ตลาดใกล้ถึงจุดตํ่าสุดแล้วหรือยัง เราก็ยังอาจทยอยสะสมทองคำได้อยู่ครับ เพราะถึงแม้ตลาดหุ้นจะกลับมาแล้ว คนก็ยังไม่ได้รีบหนีไปไหนจากทอง (สังเกตได้จากราคาที่เติบโต) ดังนั้น timing ตอนนี้ถือว่าเหมาะเจาะมาก ๆ ครับ เพราะตลาดลงมาหนักระยะหนึ่งแล้ว

เปิดบัญชีลงทุน SCBGOLD ได้ที่นี่ ! คลิกเลย!!

ส่งท้ายบทวิเคราะห์ด้วยเทคนิคอลแบบเจาะลึก

ทองคำ

จากภาพจะเห็นได้ว่าราคานับตั้งแต่ช่วงเกือบ ๆ กลางปีของปี 2016 ไปจนถึงเกือบ ๆ กลางปีของปี 2019 มีการสะสมราคาแบบไร้ทิศทาง (Sideway) มาโดยตลอด จนมีการหลุดกรอบราคาออกไปอย่างรุนแรง แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ราคาทองจะเพิ่มขึ้นต่อไป เนื่องจากการสะสมราคาที่มีระยะเวลานาน (ราว ๆ 3 ปี) เพิ่มเติมสักนิดการหลุดออกจากรอบราคา (Breakout) ถ้ายิ่งเป็นกรอบที่สะสมนานราคาที่วิ่งขึ้นไปจะรุนแรงตามไปด้วยครับ ถัดไปเรามาดูในกรอบเวลารายวันกันบ้างว่าทองคำจะเป็นเช่นไร

หากมาวิเคราะห์ในกรอบรายวันแล้วจุดสังเกตแรกก็คือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving average) เส้น 50 และ 200 มีการตัดกันเป็นขาขึ้นซึ่งในทางเชิงเทคนิคอลแล้วถือว่าเป็น “Golden cross” หรือการกลับตัวของแนวโน้มที่ชัดเจน โดยในที่นี้ตัดกันขึ้นก็จะเป็นขาขึ้นครับ สนับสนุนต่อด้วยการทะลุกรอบราคา (breakout) ที่จุดเดียวกับกรอบเวลารายสัปดาห์ก่อนหน้า หลังจากนั้นราคาได้ลงมาทดสอบที่เส้น Moving average 200 และไม่สามารถผ่านลงมาได้ พร้อมกับดีดตัวกลับขึ้นไป แสดงถึงความเป็นไปได้ที่ทองคำจะกลับตัวเป็นขาขึ้นต่อไป

ค่าเงินบาท

จากภาพที่กรอบราคารายวันจะสังเกตได้ว่ามีการสะสมของราคาด้านบนมาตั้งแต่ราว ๆ กลางปี 2015 จนถึงเกือบ ๆ กลางปี 2017 ก่อนเงินบาทจะแข็งค่าอย่างรุนแรงสังเกตได้จากราคาที่ร่วงลงมาเกือบ ๆ 30 บาท/ดอลลาร์ แต่มีความเป็นไปได้ว่าแนวโน้มขาลงได้สิ้นสุดลงแล้วสังเกตได้จาก corrective wave ที่ทำเป็น A, B และ C ครบเป็นที่เรียบร้อย แสดงให้เห็นว่าบาทจะกลับตัวเป็นอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ อย่างไรก็ตามอาจมีการพักตัวเล็กน้อยของราคา (บาทแข็งค่าขึ้น) ก่อนจะกลับขึ้นไปอ่อนค่าอีกครั้งในระยะยาว สรุปโดยรวม ระยะยาวเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าครับ

ไขข้อสงสัย? ทำไมเราถึงต้องเลือก SCBGOLD ไม่ใช่ SCBGOLDH

การที่เราแนะนำกองทุน SCBGOLD แบบไม่ประกันความเสี่ยงค่าเงินก็เพราะค่าเงินบาทนั้นมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าต่อไปได้ จากมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ของรัฐ ตัวอย่างเช่น มาตรการล่าสุดในไทย อย่างการเข้าช่วยซื้อตราสารหนี้คุณภาพดีในตลาดเงินที่จะถือได้ว่าเป็นการทำ REPO หรือ QE ในแบบฉบับของไทยก็ว่าได้ รวมไปถึงการลดดอกเบี้ยที่คาดว่าน่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกในอนาคต เพราะทางแบงก์ชาติล่าสุดปรับประมาณการ GDP ไทยปี 2563 อยู่ที่ -5.3% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาจมีผลมาจากการส่งออกที่ลดลงมากกว่าการนำเข้า ซึ่ง ณ จุดนี้หากไม่มีการกระตุ้นเพิ่มเติมก็คงจะแปลกเอามาก ๆ นอกจากนั้น ในเชิงเทคนิคอลค่าเงินบาทก็ได้จบแพตเทิร์นเวฟขาลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นถึงการกลับตัวของค่าเงินบาทจาก “แข็งค่า” เป็น “อ่อนค่า” โดยรวม ทั้งการเพิ่มสภาพคล่อง การลดดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจนั้น จะเป็นปัจจัยหนุนนำให้ค่าเงินบาทอ่อนลง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด

ภาพแสดงการเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุน SCBGOLD กับ SCBGOLDH

จากภาพข้างต้นก็จะสังเกตได้ว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่ค่าเงินบาทมีการอ่อนค่าลงทางตัว SCBGOLD ให้ผลตอบแทนที่มากกว่าเป็นครึ่ง ๆ เลยทีเดียวครับ ซึ่งแตกต่างกันมากเลยทีเดียวกับ SCBGOLDH ที่มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

ความเสี่ยงที่ควรพึงระวัง

1) ความเสี่ยงในเรื่องของค่าเงิน

จริงอยู่ครับที่ว่ามาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ของไทยสนับสนุนให้ค่าเงินบาทอ่อน แต่ทาง Fed ก็มีมาตรการกระตุ้นเช่นนี้ออกมาเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากค่าเงินดอลลาร์เกิดอ่อนตัวมากกว่าค่าเงินบาทก็อาจทำให้เกิดความสูญเสียในส่วนนี้ได้

2) ความเสี่ยงในเรื่องของการลงทุนแบบกระจุกตัว

อันนี้คงต้องบอกไว้ก่อนครับ ด้วยความหวังดี ตัวกองทุน SCBGOLD นั้นมีสัดส่วนลงทุนที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นทองล้วนก็ว่าได้ โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 98.78% จากตัวกองทุนทั้งหมด ดังนั้นถือว่าเป็นการลงทุนในทองล้วน ๆ ไม่ได้กระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์ส่วนอื่นครับ

สรุปโดยรวมทำไมต้อง SCBGOLD

1) ค่าธรรมเนียมถูกและผลตอบแทนเยี่ยม

กองทุนทอง SCBGOLD มีค่าธรรมเนียมโดยรวมทั้งการซื้อ ขาย และสับเปลี่ยนที่ถูกกว่ากองทุนทองคำตัวอื่น ๆ รวมถึงผลตอบแทนที่อยู่ในระดับ “ดีที่สุด” วัดจาก FINNOMENA Diagram

2) ทองคำเป็นช่วงแห่งการเก็บสะสม

ในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นขาลง ทองคำจะมีการพักตัวขึ้นมาชั่วครู่เช่นเดียวกัน เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรและนำเงินสดมาใช้ยามวิกฤติ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลข้างต้นก็พิสูจน์แล้วว่า ทองคำมีแนวโน้มจะกลับมาได้ก่อนหุ้น เพราะฉะนั้นช่วงพักตัวเช่นนี้ เป็นโอกาสที่น่าสนใจมาก ๆ ครับสำหรับทองคำ

3) มีคุณค่าในเชิงสินทรัพย์ปลอดภัย

ทองคำเป็นสิ่งที่ผู้คนให้คุณค่ากับมันเสมอ ๆในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีค่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ดังนั้น การเก็บสะสมทองคำนั้นอาจไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “หนี้สูญ” หรือ “ล้มละลาย” แตกต่างกับตราสารหนี้ภาคเอกชนต่าง ๆ แต่ข้อควรระวังก็คือเรื่องของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง ทั้งหมดก็เปนการรีวิวและแนะนำในวันนี้ครับ เช่นเคย รักษาสุขภาพกันด้วย… ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

เปิดบัญชีลงทุน SCBGOLD ได้ที่นี่ ! คลิกเลย!!

คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้ ---------------------------- Jessada Sookdhis Investment Analyst (IA) ตรวจทานบทความ

References

FINNOMENA Investment Team https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/872582?fbclid=IwAR2qvkLVoa-AX1VT5St4vdeuF4l0lsAN0EcQ3jQO0QzFpE8v1QSadL6O6Dw

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...