โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

สถานทูตตอบคำถามคาใจ! เมื่อไหร่จะได้กลับไทย ‘วีซ่า’ จะหมดแล้ว

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 พ.ค. 2563 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2563 เวลา 07.01 น. • The Bangkok Insight

"สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น" ตอบคำถามคาใจ! อยากกลับไทย เมื่อไหร่จะได้กลับ วีซ่าใกล้หมดแล้ว ต้องทำอย่างไร

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คำถามที่พบบ่อย: อยากกลับไทย เมื่อไหร่จะได้กลับ วีซ่าใกล้หมดแล้ว ต้องทำอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่

1. ลงทะเบียนในแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทยกับสถานเอกอัครราชทูตฯ แล้วแต่ก็ยังไม่ได้กลับประเทศไทย เป็นเพราะอะไร

ตอบ : • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ตระหนักถึงความเดือดร้อนของคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับบ้านโดยหลายคนได้เลื่อนตั๋วมาหลายครั้งแล้ว และเราตั้งใจอย่างยิ่งที่จะส่งคนไทยที่จะต้องการเดินทางกลับไทย ให้ได้กลับบ้านเกิดทุกคน

• ประเด็นสำคัญประการหนึ่งก็คือ มีคนไทยที่ติดค้างอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกจำนวนมาก สถานทูต/สถานกงสุลของไทยทั่วโลกต่างพยายามช่วยเหลือให้คนไทยเดินทางกลับได้เร็วที่สุด แต่รัฐบาลจำเป็นต้องจำกัดการเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งที่ผ่านมาจำกัดที่วันละประมาณ 200 คน จำนวนคนไทยจากญี่ปุ่นที่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ในแต่ละครั้งจึงเป็นไปตามการพิจารณาจัดสรรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย

• ด้วยเหตุนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงจำเป็นต้องคัดเลือกผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับไทยในแต่ละเที่ยวบินตามลำดับความฉุกเฉินและความจำเป็นเร่งด่วน โดยพิจารณาข้อมูลของผู้ลงทะเบียนอย่างรอบคอบ เช่น เด็กและเยาวชนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ transit ในสนามบินเป็นเวลาหลายคืน ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ผู้สูงอายุ เยาวชน นักเรียน/นักศึกษาที่จบการศึกษาแล้ว เป็นต้น และได้ทยอยจัดให้คนไทยในญี่ปุ่นเดินทางกลับไทยตามโควต้าที่ได้รับจัดสรร ซึ่งที่ผ่านมาในเดือนเมษายน สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับจัดสรรโควต้าใน 5 เที่ยวบิน ส่งคนไทยกลับได้แล้ว 181 คน และจะได้รับโควต้าอีกในวันที่ 9 และ 10 พฤษภาคม 2563 จำนวน 230 คน รวมเป็น 411 คน

2. อยากกลับไทยต้องทำอย่างไร จะเปิดลงทะเบียนใหม่เมื่อใด มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

ตอบ : • ขณะนี้ ยังมีผู้ที่ลงทะเบียนแสดงความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ตกค้างอยู่ในญี่ปุ่นอีกหลายร้อยคน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ มิได้นิ่งนอนใจ และกำลังเร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและสายการบินที่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อขอรับโควต้าคนไทยจากญี่ปุ่นที่จะสามารถเดินทางกลับไทยได้ เพื่อทยอยส่งคนไทยกลับบ้านให้ได้โดยเร็วที่สุด

• สถานเอกอัครราชทูตฯ จะแจ้งข่าวสารความคืบหน้ากรณีที่สามารถจัดเที่ยวบินให้คนไทยเดินทางกลับไทยได้อีกทางเว็บไซต์และเฟซบุคของสถานเอกอัครราชทูตฯ รวมทั้งการเปิดรับลงทะเบียนแสดงความจำนงเพื่อเดินทางกลับไทยอีกเป็นระยะๆ จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากสื่อประชาสัมพันธ์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างสม่ำเสมอ

• อนึ่ง สำหรับผู้ที่ยังไม่มีความเร่งด่วนในการเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือให้พิจารณาชะลอการเดินทางออกไปก่อน

3. สามารถเดินทางกลับไทยโดยสายการบินไทย (TG) All Nippon Airways (ANA) และ Japan Airlines (JAL) ได้เท่านั้นหรือ ผู้ที่มีตั๋วของสายการบินอื่น ๆ จะทำอย่างไร ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าตั๋วเองหรือไม่

ตอบ : • เนื่องจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประกาศระงับการให้เที่ยวบินพาณิชย์จากต่างประเทศบินเข้าไทย (ล่าสุดถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2563) ทำให้สายการบินต่าง ๆ ไม่สามารถทำการบินเที่ยวบินปกติเข้าไทยได้ การจัดเที่ยวบินให้คนไทยเดินทางกลับไทยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ กพท. กำหนดไว้ คือ เป็นเที่ยวบินรับส่งบุคคลกลับประเทศไทยเท่านั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงได้ประสานงานกับสายการบินต่าง ๆ ที่พร้อมจัดเที่ยวบินลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ สายการบินต่างก็มีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ต่างๆ กัน บางสายการบินหยุดทำการบินโดยสิ้นเชิง ทำให้ที่ผ่านมามีเพียง ANA และ JAL รวมทั้งสายการบินไทย ที่สามารถจัดเที่ยวบินรับส่งบุคคลกลับประเทศไทยได้

• อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตฯ ตระหนักดีว่า คนไทยที่ต้องการเดินทางกลับมีตั๋วเครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ มากมาย จึงได้ติดต่อสายการบินต่างๆ นอกเหนือจาก 3 สายการบินข้างต้น โดยเฉพาะสายการบิน LCC เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับคนไทยในการเดินทางกลับไทย โดยอาจเป็นเที่ยวบินที่ทำการบินเพื่อขนส่งสินค้าเป็นหลัก แต่สามารถรับผู้โดยสารได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

• ในการเดินทางจากต่างประเทศกลับเมืองไทย ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเองตามราคาของสายการบินนั้น ๆ ในเรื่องนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้พยายามปรึกษาหาทางออกกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อบรรเทาปัญหาเรื่องค่าบัตรโดยสารของคนไทย ในกรณีของ ANA และ JAL ผู้ที่มีตั๋วเดิมอยู่แล้ว สามารถใช้ตั๋วเดิมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกรณีของสายการบินอื่นๆ อาจต้องจ่ายค่าเปลี่ยนตั๋วเพิ่มเพียงบางส่วน หรือซื้อตั๋วใหม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสายการบิน แต่โดยรวมแล้ว ค่าตั๋วในปัจจุบันจะราคาสูงกว่าปกติมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสายการบินรับผู้โดยสารได้น้อยลง และสายการบินมีมาตรการให้ผู้โดยสารนั่งห่างกันบนเครื่องเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

4. ขั้นตอนเตรียมตัวในการเดินทางและเมื่อกลับถึงประเทศไทยจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

ตอบ : • เมื่อได้รับการติดต่อ ยืนยันจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ว่าสามารถเดินทางได้ในเที่ยวบินใด แล้ว สถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานงานทางอีเมล์เพื่อขอให้ลงนามในใบยินยอมให้กักตัวเป็นเวลา 14 วัน เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยตามเงื่อนไขของทางการไทย และสถานเอกอัครราชทูตฯจะออกเอกสารรับรองการเดินทางกลับประเทศไทยให้ ซึ่งต้อง print out เพื่อใช้แสดงต่อสายการบินในการเช็คอิน และแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

• นอกจากนี้ ผู้ที่จะเดินทางต้องไปตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองแพทย์ (เป็นภาษาอังกฤษ) ที่ระบุว่ามีสุขภาพแข็งแรงสามารถเดินทางได้ (fit tofly) โดยใบรับรองแพทย์นี้จะต้องมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง และต้องแสดงใบรับรองแพทย์ฉบับจริงนี้ในการเช็คอิน และเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยด้วย

• ก่อนออกเดินทาง ผู้เดินทางจะต้องดาวน์โหลด AOT Application และก่อนลงจากเครื่องบิน จะต้องกรอกแบบฟอร์ม ต.8 (ดังแนบ) ให้เรียบร้อย ซึ่งจะลดเวลาในการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และกระบวนการตรวจคัดกรองอาการของผู้โดยสาร (Entry Screening) ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 และออกจากท่าอากาศยานได้เร็วขึ้นและในกรณีที่เดินทางเป็นครอบครัว ขอให้แยกสัมภาระของแต่ละคนไว้คนละกระเป๋าเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ในการคัดแยก

• เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว ผู้โดยสารจะต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันในสถานที่ที่รัฐบาลไทยจัดไว้ให้

5. เป็นนักท่องเที่ยว ไม่มีที่พัก ขณะนี้ เงินใกล้จะหมดแล้ว ควรทำอย่างไร

ตอบ : • สำหรับผู้ที่มีความเดือดร้อน เร่งด่วน ฉุกเฉิน ขอให้ติดต่อที่ Hotline สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อขอรับคำแนะนำเป็นรายกรณี ที่หมายเลข 090-4435-7812 หรืออีเมล์ rtetokyo2020.3@gmail.com

6. วีซ่าใกล้หมดแล้ว จะต้องทำอย่างไร

ตอบ : • สำหรับผู้ที่ถือวีซ่า/สถานะพำนักประเภทต่าง ๆ รวมถึงสถานะพำนักระยะสั้น (ท่องเที่ยว 15 วัน) ที่กำลังจะหมดอายุในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2563 นั้น ทางการญี่ปุ่นได้อนุโลมขยายช่วงเวลาที่จะต้องยื่นขอต่ออายุวีซ่า/สถานะการพำนัก หลังจากวันหมดอายุที่ระบุไว้ เป็นเวลา 3 เดือน

• ภายหลัง 3 เดือน ท่านสามารถติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้ที่พำนักเพื่อยื่นคำร้องขอต่ออายุวีซ่าโดยขอให้เตรียมเอกสารไปยื่น ดังนี้

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุ
  • บัตรโดยสารเครื่องบินที่ระบุวันกลับใหม่ (พิจารณาจองตั๋วกลับกับบริษัทท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น)
  • เอกสารรับรองฐานะทางการเงิน (หรือจดหมายรับรองการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายระหว่างการรอเดินทางกลับจากบุคคลที่มีถิ่นพำนักอยู่ในญี่ปุ่นพร้อมเอกสารประจำตัวของบุคคลนั้น เช่น สำเนาหนังสือเดินทางหรือสำเนาใบขับขี่ญี่ปุ่น)
  • เอกสารรับรองที่พักระหว่างรอเดินทางกลับประเทศไทย เช่นเอกสารการจองที่พัก (หรือจดหมายรับรองจากบุคคลที่มีถิ่นพำนักอยู่ในญี่ปุ่นพร้อมเอกสารประจำตัวของบุคคลนั้น เช่น สำเนาหนังสือเดินทางหรือสำเนาใบขับขี่ญี่ปุ่น)
  • เอกสารระบุเหตุผลที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ (เช่นบัตรโดยสารเครื่องบินที่ถูกยกเลิก หรือจดหมายอธิบายเหตุผล)
  • ค่าธรรมเนียม
  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอาจขอเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยสามารถตรวจสอบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใกล้ถิ่นที่พักได้ที่
    http://www.immi-moj.go.jp/english/info/index.html

https://www.facebook.com/rtejapan/photos/pcb.1403667423167911/1403666493168004/?type=3&theater

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...