โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุตฯยานยนต์อ่วมทั้งปี ปิดโรงงาน-ผู้ผลิตชิ้นส่วนระส่ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 พ.ค. 2563 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2563 เวลา 02.36 น.

อุตฯยานยนต์ 2 ล้านล้านดิ่งหนัก รง.ผลิตเลื่อนเปิดยาว “โตโยต้า-นิสสัน” ปิดต่อถึงสิ้น พ.ค. เหตุรถค้างสต๊อกลอตใหญ่ หลังส่งออกไม่ขยับ-ยอดขายในประเทศหดตัวกว่า 50% ผู้ผลิตชิ้นส่วนในระบบกว่าหมื่นรายกระอัก ไม่มีออร์เดอร์จากค่ายรถ คาดเดี้ยงยาวถึงปลายปี หวัง “ปิกอัพ” ฟื้นก่อนช่วยพยุง บิ๊กรถยนต์ยื่นหนังสือรัฐบาลอัดมาตรการดันรถเก่าออกจากตลาด หนุนซื้อรถใหม่

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมยานยนต์เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดรถยนต์ปี 2563 ถือว่าเผชิญความท้าทายอย่างมาก จากผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ยอดขายรถยนต์ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย.) ต้องถือว่าตกต่ำที่สุดในช่วง 10 ปี โดยครั้งล่าสุดคือเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ประเทศไทย เมื่อปี 2554 แต่ครั้งนี้หนักกว่ามาก เพราะอุตสาหกรรมถูกทำลายทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเชนชิ้นส่วน ตัวแทนจำหน่าย อุปกรณ์ตกแต่ง ลีสซิ่ง ประกันภัย ฯลฯ ไปจนถึงผู้บริโภค

ยอดขายทรุดกว่า 50%

แหล่งข่าวกล่าวว่า จากตัวเลขยอดขายรถในประเทศเดือนมีนาคม 2563 ทำได้ 60,105 คัน ซึ่งเป็นการลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 41.7% แต่ในเดือนเมษายน 2563 พบว่า ตัวเลขทรุดหนักลงจากเดือนมีนาคมอีกกว่า 50% คือ ทำยอดขายได้แค่ 33,300 คัน ทำให้ยังมีรถยนต์จำนวนมากค้างอยู่ในสต๊อกทั้งของผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อ และค้างอยู่ในมือตัวแทนจำหน่าย แม้ว่าแต่ละค่ายรถยนต์จะประกาศปิดไลน์การผลิตชั่วคราวเพื่อปรับสมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลายไปบ้างแล้วก็ตาม โดยยอดผลิตรถยนต์ไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค. 2563) ประเทศไทยผลิตรถยนต์จำนวน 453,682 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 20%

“การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทบทั้งตลาดส่งออก และตลาดในประเทศ โดยก่อนหน้านี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยประเมินว่า หากโควิดยืดเยื้อไปจนถึงเดือนกันยายน เป้าการผลิตรถยนต์ที่ตั้งไว้ 2 ล้านคันต่อปี จะเหลือเพียงครึ่งเดียวคือ 1 ล้านคันเท่านั้น เม็ดเงิน 2 ล้านล้านบาท จะเหลือแค่ 1 ล้านล้านบาท และในอุตสาหกรรมรถยนต์น่าจะมีคนตกงานถึง 7.5 แสนคน”

สำหรับยอดขายรถยนต์ไตรมาสแรกปี 2563 มีทั้งสิ้น 200,064 คัน ลดลง 24.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 78,385 คัน ลดลง 23.6% รถเพื่อการพาณิชย์ 121,679 คัน ลดลง 24.4%

ขณะที่ตัวเลขส่งออกกลุ่มยานยนต์ เดือนมี.ค. 2563 ลดลง 0.71% และกลุ่มชิ้นส่วนลดลง 12.9% โดยคาดว่าทั้งการส่งออกกลุ่มยานยนต์จะติดลบ 10 %

ชิ้นส่วนจ๊าก ค่ายรถเลื่อนผลิต

นายสุพจน์ สุขพิศาล รองเลขาธิการสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย หรือ TAPMA เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่น่ากังวลมากที่สุดตอนนี้ คือ ค่ายรถยนต์ประกาศเลื่อนการผลิตยาวออกไปเรื่อย ๆ ช่วงแรกก็อยู่แค่สิ้นเดือนเมษายน ตอนนี้ขยายกันไปอีก 1 เดือน ซึ่งตรงนี้จะทำให้กระทบกันเป็นลูกโซ่ทั้งซัพพลายเชน ขณะนี้ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนหลายรายต้องหยุดงาน บางแห่งถ้ามีออร์เดอร์ก็เบนเข็มไปผลิตชิ้นส่วน อุปกรณ์ทางการแพทย์ ป้อนโรงงานที่ปรับไลน์ผลิตไปสนับสนุนภาครัฐ

“ที่น่าเป็นห่วง คือ กลุ่มที่ทำแต่เฉพาะโออีเอ็ม เนื่องจากต้องรอไลน์ผลิตเปิด แต่ถ้าเป็นกลุ่มตลาดทดแทนก็ยังพอมีออร์เดอร์อยู่บ้าง ตอนนี้บางโรงงานทำ 3 วัน หยุด 2 วัน สลับกันไป แต่ยังจ่ายค่าแรง 75% ตามกฎหมาย”

ทางสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนฯประเมินว่า หลายค่ายน่าจะเริ่มกลับมาได้ภายในเดือนพฤษภาคม หรือบางค่ายอาจจะยาวถึงต้นมิถุนายน โดยกลุ่มรถปิกอัพน่าจะเริ่มกลับมาผลิตได้ก่อน เนื่องจากรถปิกอัพส่วนใหญ่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ ประกอบกับรถประเภทนี้ตลาดหลักอยู่ในต่างจังหวัด และลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์เพื่อไปใช้งานเริ่มกลับมาดำเนินธุรกิจกันบ้างแล้ว หลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ให้บางธุรกิจ

ส่วนกลุ่มรถยนต์นั่ง ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งใช้ทั้งเวลาและบางประเทศมีปัญหาระบบโลจิสติกส์ ประกอบกับดีมานด์ของตลาดรถยนต์นั่งช่วงหลังลดลงเยอะ เพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

ขณะนี้ทางกลุ่มชิ้นส่วนพยายามเก็บรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกเพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งน่าจะหนักหนาทีเดียว แต่ก็เชื่อว่าเร็ว ๆ นี้ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ราว ๆ ไตรมาสสุดท้ายของปี และเชื่อว่ายอดการผลิตปีนี้น่าจะอยู่ราว 1.3-1.4 ล้านคัน

ปัจจุบันผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เป็นสมาชิกของสมาคมมีอยู่ราว 619 ราย จากจำนวนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 1,700 ราย สำหรับผู้ผลิตกลุ่มชิ้นส่วนเทียร์ 1 ประมาณ 476 ราย เทียร์ 2 ประมาณ 1,210 ราย ที่เหลือก็เป็นเทียร์ 3 ซึ่งเยอะพอสมควร แต่ไม่มีการเก็บตัวเลข

โตโยต้า-นิสสันปิด รง.ถึงสิ้น พ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสการกลับมาเปิดไลน์ผลิตของค่ายรถยนต์มีมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม แต่พอถึงกำหนด แต่ละยี่ห้อจะประกาศขยับไปเรื่อย ๆ โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด เลื่อนเปิดโรงงานทั้ง 3 แห่ง คือ โรงงานสำโรง จ.สมุทรปราการ, โรงงานบ้านโพธิ์ และโรงงานเกตเวย์ จ.ฉะเชิงเทรา หลายระลอก เดิมประกาศปิดไลน์ผลิตระหว่างวันที่ 7-17 เมษายน 2563 และต่อมาได้ขยายเวลาปิดเพิ่มไปถึงวันที่ 30 เมษายน 2563, ครั้งที่ 3 ขยายต่อถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2563 ครั้งที่ 4 เลื่อนกำหนดการเปิดโรงงานเกตเวย์ ไปวันที่ 12 พฤษภาคม 2563

และล่าสุดโตโยต้าเลื่อนเปิดโรงงานเกตเวย์ไปอีกถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 โดยบริษัทระบุว่า สถานการณ์การขายทั้งตลาดในประเทศไทยและตลาดการส่งออก การผลิตชิ้นส่วนจากทั่วโลกยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจปรับช่วงเวลาการหยุดพักสายการผลิตเพิ่มเติม

เช่นเดียวกับค่ายนิสสัน เดิมมีกำหนดหยุดการผลิตชั่วคราวถึงวันที่ 3 พค. ล่าสุดก็ได้ประกาศขยายไปจนถึง 31 พ.ค.นี้ ทั้งโรงประกอบเครื่องยนต์ และชิ้นส่วน ขณะที่ฟอร์ด ประเทศไทย ปิดโรงงานผลิตรถยนต์ 2 แห่ง ได้แก่ ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (FTM) และออโต้ อัลลายแอนซ์ (AAT) ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.-20 เม.ย. 2563 และมีการขยายไปถึงวันที่ 15 พ.ค. เช่นเดียวกับมิตซูบิชิ หยุดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 26 เม.ย. และเริ่มเปิดไลน์ผลิตตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.

ส่วนบริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งเอกสารแจ้งพนักงานจะกลับมาเดินสายการผลิตรถยนต์ทั้ง 2 โรงงานอีกครั้ง โรงงานสำโรงที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ กำหนดเดินเครื่องในวันที่ 5 พฤษภาคม ส่วนโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ จ.ฉะเชิงเทรา กำหนดวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ อีซูซุประกาศระงับการผลิตของโรงงานทั้ง 2 แห่งชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 13-30 เมษายน

เช่นเดียวกับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ก่อนหน้านี้แจ้งหยุดการเดินสายการประกอบรถยนต์ชั่วคราว ของโรงงานทั้ง 2 แห่ง ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม จนถึงวันที่ 30 เมษายน ขณะนี้ได้กลับมาเดินสายการผลิตแล้ว

ดีลเลอร์เทกระจาดขายขาดทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจทำให้คนตกงานจำนวนมาก ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อโดยตรง รวมทั้งการแพร่ระบาดทำให้อีเวนต์ขายรถยนต์อย่างงาน “มอเตอร์โชว์” ซึ่งเดิมกำหนดจัดปลายเดือนมีนาคม ถูกขยับออกไปเป็นปลายเดือนกรกฎาคม ส่งผลสต๊อกรถยนต์ยังค้างอยู่กับดีลเลอร์เป็นจำนวนมาก ตอนนี้หลายโชว์รูมเริ่มแบกภาระดอกเบี้ยไม่ไหว ใช้วิธีระบายสต๊อก ถล่มราคาขายต่ำกว่าทุน เลือกกำเงินสดเพื่อเสริมสภาพคล่องของตัวเอง คลิกอ่าน (ขายรถดิ้นทุบราคาล้างสต๊อก ดีลเลอร์เฉือนเนื้อกำเงินสดรักษาสภาพคล่อง)

ร้องรัฐฟื้นอุตฯรถยนต์

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ภาคเอกชนได้ยื่นข้อเสนอแนะและขอความช่วยเหลือมายังกระทรวง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับค่ายรถไปแล้วบางส่วน และเตรียมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือตามที่เอกชนร้องขอ กำลังพิจารณาว่าจะทำได้ หรือทำไม่ได้ เพื่อจะทำให้ออกมาเป็นรูปธรรมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เสนอแนวคิดการให้รัฐสนับสนุนเงินส่วนต่างจำนวนหนึ่งสำหรับรถเก่าที่นำไปเทิร์นเพื่อซื้อรถใหม่ ซึ่งจะไม่เพียงกระตุ้นทั้งยอดขาย แต่ยังช่วยลดปัญหามลพิษ PM 2.5 ลงไปด้วย เช่นเดียวกับที่สหรัฐ และเยอรมนี เคยใช้เมื่อตอนฟื้นวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งไทยก็ควรใช้โมเดลนี้เช่นกัน

ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำลังทบทวนมาตรการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการลงทุนเร็วขึ้นหลังจบวิกฤตโควิด เพื่อเป็นส่วนในการช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนได้ ทั้งนี้ หากรัฐสามารถออกมาตรการช่วยกระตุ้นยอดขายได้จริง หลังจบโควิดที่คาดว่าช่วงเดือน ก.ย. 2563 บวกกับค่ายรถทำโปรโมชั่น อาจทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัวได้ช่วงไตรมาส 4

แหล่งข่าวยังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐใช้วิธีกระตุ้นยอดขายด้วยการออกมาตรการรถคันแรก ฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัยปี 2554 แต่วิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากน้ำท่วม บีโอไอจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบด้าน

 

ซัมมิทคาดฟื้นตัวปลายปี

นายกรกฤช จุฬางกูร ประธานบริหารบริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าขณะนี้บริษัทผลิตตามปฏิทินการทำงานของลูกค้า ที่เพิ่งจะมีความชัดเจนหลังจากค่ายรถยนต์ได้ประกาศหยุดไลน์ผลิตในช่วงที่ผ่านมา

โดยขณะนี้ บริษัทได้ใช้แผนการผลิตตามลูกค้าที่มีมาให้ในช่วง 3 เดือน คือ พ.ค.-ก.ค. ซึ่งเป็นแผนคาดการผลิตใหม่ตามสภาพความต้องการของตลาดที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และเศรษฐกิจโดยรวม โดยการผลิตจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามคาดการณ์ของค่ายรถยนต์ และเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค. ค่ายรถยนต์และชิ้นส่วนจะกลับไปใช้การคาดการณ์การผลิตตามแผนงานเดิมที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี

ส่วนบริษัทยังคงเดินหน้าผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อรับกับความต้องการของค่ายรถยนต์ ซึ่งมีเพียงค่ายรถยนต์ 1-2 รายที่มีการชะลอ การผลิตชิ้นส่วนสำหรับโมเดลใหม่ออกไป 1-2 เดือน

“ที่ผ่านมาเราพยายามรักษาพนักงานซับคอนแท็กต์ และพนักงานประจำไว้ให้มากที่สุด และโชคดีที่ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมายังมียอดของตลาดส่งออกในบางประเทศเข้ามาทำให้สามารถรักษาการผลิตไว้ได้อย่างต่อเนื่อง”

นายกรกฤชกล่าวเพิ่มเติมในฐานะเลขาสมาคมชิ้นส่วนยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยคาดว่าช่วง พ.ค.จะเป็นช่วงยอดผลิตรถหดตัว 50-70% โดยบริษัทที่ส่งออกเยอะจะตกลงมากหน่อย 70-75% เพราะตลาดส่งออกทั่วโลกก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจผู้ผลิตทุกคนต้องปรับตัว ส่วนตัวมองว่ายานยนต์น่าจะฟื้นตัวช้า เพราะไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตมากนัก

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...