โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.ล.ต. เปิดทาง REIT buy-back ลงทุนสิทธิการเช่าได้ เพิ่มความยืดหยุ่นจากเดิมลงทุนในกรรมสิทธิ์เท่านั้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ก.ค. 2564 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 06.33 น.

 ก.ล.ต. ปรับปรุงเกณฑ์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีข้อกำหนดขายคืน (REIT buy-back) 

ให้ครอบคลุมทั้งการลงทุนในสิทธิการเช่า (leasehold) ที่มีข้อตกลงในการบอกเลิกสัญญาภายในวันเวลาและตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และการลงทุนในกรรมสิทธิ์ (freehold) ที่มีข้อกำหนดในการขายคืน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและเพิ่มความยืดหยุ่นในการระดมทุน

 

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ได้ออกหลักเกณฑ์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถนำอสังหาริมทรัพย์ของกิจการมาระดมทุนผ่านทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) โดยลงทุนในกรรมสิทธิ์ (freehold) ที่มีข้อตกลงที่จะซื้อทรัพย์สินคืนเพื่อรักษาความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นได้ หรือที่เรียกว่า REIT buy-back 

โดยมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 นั้นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการระดมทุนผ่าน REIT buy-back ก.ล.ต. จึงได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมถึงการลงทุนในสิทธิการเช่า (leasehold) ด้วย โดยคู่สัญญาระหว่างเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แบบถือครองสิทธิการเช่า (ในฐานะผู้ให้เช่า) กับ REIT (ในฐานะผู้เช่า) สามารถทำข้อตกลงให้สิทธิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการบอกเลิกสัญญาภายในวันเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และให้ REIT มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเมื่อ มีการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าตามเงื่อนไข 

 

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ REIT buy-back ที่ลงทุนใน leasehold จะเป็นไปในแนวทางเดียวกับการลงทุนใน freehold ได้แก่ การจัดตั้ง REIT buy-back รูปแบบของข้อตกลงต่าง ๆ ข้อกำหนดเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และการจัดหาผลประโยชน์ และการเปิดเผยข้อมูล โดยหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงแล้วจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

 

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. มุ่งหวังให้ตลาดทุนมีส่วนช่วยเหลือกิจการที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอันเนื่องมาจากสถานการณ์ COVID-19 ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ อีกทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุนในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

ที่มีศักยภาพผ่าน REIT buy-back”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...