โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เผย "ยอดค้าชายแดน" 5 เดือน วูบเกือบ 10% ด่านมาเลเซียร่วง 30%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2563 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2563 เวลา 05.57 น.
ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ภาพ: padangbesar.customs.go.th

เผยสถิติมูลค้าการค้าขายสินค้าชายแดน 5 เดือนแรกของปี 2563 ดิ่งลงเกือบ 10% ขณะที่ชายแดนมาเลเซีย ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง ลดลงกว่า 30% หวังการเปิดด่านเพิ่ม 12 จุดช่วยดันยอด

กรมการค้าต่างประเทศ เผยสถิติการค้าชายแดน-ผ่านแดน 5 เดือนแรกของปี 2563 มูลค่ารวมทั้งสิ้น 524,357 ล้านบาท ดิ่งลง 9.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ด้านการค้าชายแดนมาเลเซียยังครองแชมป์ ส่วนการค้าผ่านแดนจีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง และพร้อมผลักดันให้มีการเปิดด่านชายแดนเพิ่มเติม

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 524,357 ล้านบาท (ลดลง 9.71%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออก 305,725 ล้านบาท (ลดลง 9.03%) และการนำเข้า 218,632 ล้านบาท (ลดลง 10.65%) ทำให้ไทยเกินดุลการค้า 87,093 ล้านบาท

สำหรับการค้าชายแดน 4 ประเทศ ในช่วง ม.ค.-พ.ค. 63 พบว่า มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม 87,854 ล้านบาท (ลดลง 32.43%) รองลงมาคือ สปป.ลาว มูลค่า 77,172 ล้านบาท (ลดลง 6.59%) เมียนมา มูลค่า 73,740 ล้านบาท (ลดลง 10.96%) และกัมพูชา มูลค่า 70,872 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.20%) เรียงตามลำดับ

ทั้งนี้ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้า สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ และสินค้าแร่และเชื้อเพลิงอื่นๆ เมียนมา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันดีเซล และปูนซีเมนต์ และกัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สินค้าปศุสัตว์ และรถยนต์นั่ง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กรมการค้าต่างประเทศ ยอมรับว่าการค้าชายแดน-ผ่านแดนการค้า การส่งออกจะลดลงเนื่องจากปัญหาของโควิด-19 มีผลต่อการขนส่งและการปิดด่านเป็นจำนวนมาก ทำให้การค้า การส่งออกลดลง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้สถานการณ์ดีขึ้นคาดว่าด่านชายแดนต่างๆน่าจะพิจารณาเปิดเพิ่มเติม ซึ่งคดาว่าจะทำให้การค้าชายแดนขยายตัวได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดันเรื่องนี้ต่อไป รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการค้าชายแดนที่ปรับรูปแบบใหม่ทำการค้าออนไลน์มากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าจากปัญหาทำให้กรมฯไม่สามารถจัดกิจกรรมรุปแบบเดิมได้ แม้หากจะดำเนินการจัดแต่ด่านไม่เปิดการค้าชายแดนก็ทำได้อยากลำบากเนื่องจากคนยังไม่สามารถเดินเข้า-ออกได้ ซึ่งปัจจุบันมีเพียงการขนส่งสินค้าผ่านแดนได้เท่านั้น

ตัวเลข “การค้าผ่านแดน”

ขณะที่ การค้าผ่านแดน ในช่วง ม.ค.- พ.ค. 63 พบว่า จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 90,740 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15.74%) โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลไม้สดฯ ยางพารา และเครื่องคอมพิวเตอร์ฯ รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 36,102 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 20.83%) โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องยนต์สันดาปฯ เครื่องคอมพิวเตอร์ฯ และแผงวงจรไฟฟ้า เวียดนาม มูลค่า 24,697 ล้านบาท (ลดลง 26.71%) โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำฯ ผ้าผืนและด้าย และรถยนต์ฯ ประเทศอื่นๆ มูลค่า 63,180 ล้านบาท (ลดลง 16.85%) ตามลำดับ

ส่วนสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนทั่วประเทศยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ส่งผลให้มีการปิดจุดผ่านแดนของไทยทั่วประเทศทั้งหมด จากจำนวน 97 จุด เหลือเพียง 28 จุด ซึ่ง คต. ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้มีการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม 9 จุด

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามและผลักดันการค้าให้ไทยส่งออกสินค้าได้ทุกประเภท จากเดิมที่ให้เฉพาะสินค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราเท่านั้น โดยผ่านระบบรางต่อรางและรถต่อราง และลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านนาหินโหง่น อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี ในการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับผู้ส่งออกของไทย-สปป.ลาว

โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 รัฐบาลได้ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 11) ข้อ 5 ผ่อนผันการใช้ช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักรเฉพาะเพื่อการขนส่งสินค้า เพื่อบรรเทาผลกระทบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าชายแดนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเปิดช่องทางเข้าออกด่านจุดผ่านแดนหรือจุดผ่อนปรนในพื้นที่รับผิดชอบ เฉพาะเพื่อการนำเข้าส่งออกสินค้าผ่านแดนได้ตามความจำเป็น โดยต้องมีมาตรการป้องกันโรคและกำกับการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ และเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ปัจจุบันมีการเปิดจุดผ่านแดน ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 จำนวน 12 จุด ดังนี้

ไทย-มาเลเซีย จำนวน 4 จุด

1. จุดผ่านแดนถาวรด่านบ้านประกอบ จ.สงขลา

2. จุดผ่านแดนถาวรด่านบูเก๊ะตา จ.นราธิวาส

3. จุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ จ.สงขลา

4. จุดผ่านแดนถาวรด่านตากใบ จ.นราธิวาส

ไทย-เมียนมา จำนวน 6 จุด

1. จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี

2. จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสินขร จ.ประจวบคีรีขันธ์

3. จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน

4. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้ง จ.แม่ฮ่องสอน

5. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแสบ จ.แม่ฮ่องสอน

6. จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) จ.กาญจนบุรี

ไทย-สปป.ลาว จำนวน 1 จุด

1. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านใหม่ชายแดน อ.สองแคว จ.น่าน

ไทย-กัมพูชา จำนวน 1 จุด

1. จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...