โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Dow Jones, S&P500, Nasdaq ดัชนีสำคัญของสหรัฐฯ

เด็กการเงิน DekFinance

อัพเดต 13 มิ.ย. 2564 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2564 เวลา 23.00 น.

เคยสงสัยกันมั้ยคะว่าทำไมตอนเช้าหลายสำนักข่าวต้องรายงานดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ พวก Dow Jones, S&P 500, NASDAQ ก่อนเป็นอันดับแรก? คำตอบก็คือดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถือเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการซื้อขายในตลาดหุ้นทั่วโลก หรือพูดง่ายๆ ว่า แต่ละวันถ้าหากไม่มีเรื่องสำคัญในแต่ละประเทศแล้ว ส่วนมากตลาดหุ้นทั่วโลกก็มีแนวโน้มที่จะบวกหรือลบตามดัชนีของสหรัฐฯ นั่นเอง

วันนี้ #เด็กการเงิน เลยขอพาทุกคนมาทำความรู้จักสามดัชนีนี้กันค่ะ

1.Dow Jones Index (DJIA - Dow Jones Industrial Average) เป็นดัชนีหุ้นใหญ่แบบ Price-weighted Index 30 บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ใน New York Stock Exchange (NYSE) และ NASDAQ ซึ่งถือเป็นตัวแทนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะแต่ละบริษัทนั้นมีขนาดใหญ่และเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งถือเป็นตัวแทนหุ้น Blue Chip ที่มีผลกำไรมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ดัชนีแบบ Price-weighted เป็นดัชนีที่ถ่วงน้ำหนักด้วยราคาหุ้น พูดง่ายๆ ว่า หุ้นตัวใดมีราคาสูง ก็จะมีสัดส่วนในดัชนีนั้นมากกว่าหุ้นที่มีราคาต่ำ

หุ้น 30 ตัวแรกของ DJIA (23 Apr 2021) เรียงจากราคาสูงสุดไปต่ำสุด ได้แก่ UnitedHealth, Goldman Sachs, Home Depot, Microsoft Corp, Amgen, Boeing, McDonald's, Salesforce.com, Caterpillar, Visa Inc, Honeywell International, 3M, Walt Disney, Johnson & Johnson, Travelers Cos, JPMorgan Chase, American Express, International Business Machines Corp, Walmart, Apple, Procter & Gamble, NIKE, Chevron, Merck & Co, Dow Inc, Intel, Verizon Communications, Coca-Cola, Walgreens Boots Alliance, Cisco Systems Inc/Delaware

2.S&P500 Index เป็นดัชนีที่คำนวณจากหุ้นใหญ่ 500 บริษัทชั้นนำ ซึ่งจดทะเบียนอยู่ใน New York Stock Exchange (NYSE) และ NASDAQ เรียงตาม Market-cap weighted ซึ่งหุ้นใหญ่ 500 ตัวนี้มีมูลค่าประมาณ 80% ของมูลค่าตลาดหุ้นทั้งหมด

ทั้งนี้ดัชนีแบบ Market-cap weight เป็นดัชนีที่ถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาด ซึ่งมูลค่าตลาดมาจากราคาหุ้นคูณด้วยจำนวนหุ้น ดังนั้นหุ้นที่มี Market-cap สูง จะมีผลให้ดัชนีเปลี่ยนแปลงสูง และจะเห็นว่าคำนวณแตกต่างกับ Dow Jones Index ซึ่งเป็น Price-weighted นอกจากนี้ S&P500 ยังเป็น Float-weighted Index คือมีการปรับด้วยจำนวนหุ้นที่ซื้อขายในกลุ่มนักลงทุนทั่วไปเท่านั้น

ดัชนี S&P500 ก็สำคัญไม่แพ้ Dow Jones ซึ่งสามารถสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ดี เนื่องจากครอบคลุมในภาพรวมถึง 500 บริษัท
น้ำหนักของแต่ละ Sector ที่อยู่ในดัชนี (31/3/2021) ประกอบด้วย Tech 26.6%, Health Care 13%, Consumer discretionary 12.45%, Finance 11.32%, Commerce 10.93%, Industrials 8.87%, Consumer staple 6.15%, Energy 2.8%, Materials 2.7%, Utilities 2.7%, Real Estate 2.46%

หุ้น Top 10 (31/3/2021) ได้แก่ Apple, Microsoft, Amazon, Facebook, Alphabet (class A shares), Alphabet (class C shares), Tesla, Berkshire Hathaway, JPMorgan Chase & Co, Johnson & Johnson

3.NASDAQ Composite เป็นดัชนีที่จดทะเบียนในตลาด NASDAQ ซึ่งมีบริษัทอยู่มากกว่า 3,000 แห่ง จริงๆ แล้วการตั้ง NASDAQ ในตอนแรกจัดตั้งเพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทขนาดเล็กที่มี Tangible asset (สินทรัพย์ที่มีตัวตน) ต่ำกว่าเกณฑ์ ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนใน NYSE ได้ บริษัทในกลุ่มนี้ก็คือบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง ต่อมาบริษัทพวกนี้ก็กลายมาเป็นบริษัทแนวหน้าระดับโลก ก็คือหุ้นเทคฯที่เราคุ้นหูในทุกวันนี้นั่นเอง ดังนั้นดัชนี NASDAQ จึงถือว่าเป็นตัวแทนดัชนีหุ้นเทคฯ ไปแล้ว อย่างที่เราได้ยินข่าวในช่วงที่ผ่านมาว่าหุ้นเทคฯ ลงหนัก ซึ่งเราก็ดูผ่านดัชนี NASDAQ นี่เองค่ะ ทั้งนี้ดัชนี NASDAQ ก็ใช้วิธี Market-cap weighted เช่นเดียวกับ S&P 500

น้ำหนักของแต่ละ Sector ที่อยู่ในดัชนี (31/3/2021) ประกอบด้วย Computer 46.89%, Industrial 30.61%, Health Care 10.4%, Telecom 4.46%, Other Financial 3.45%, Bank 2.03%, Transportation 1.47%, Insurance 0.69%

หุ้น Top 20 (TD Ameritrade 2/4/2021) ได้แก่ Apple, Microsoft, Amazon, Facebook, Alphabet (class A shares), Alphabet (class C shares), Tesla, NVIDIA, PayPal, ASML, Intel, Comcast, Netflix, Adobe, Cisco systems, PepsiCo, Broadcom, Texas Instrument, Pinduoduo, T-Mobile US

เพิ่มเติมให้สำหรับ NASDAQ Composite 100 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้น 100 บริษัทจดทะเบียนในตลาด NASDAQ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินทั้งในและนอกประเทศเลย เรียกได้ว่าเน้นในกลุ่มเทคโนโลยี Hardware, Software, Telecom, Chips ทั้งนี้ดัชนี NASDAQ 100 ก็ใช้วิธี Market-cap weighted เช่นเดียวกัน

สามารถตั้ง Watchlist ติดตามความเคลื่อนไหวของดัชนีพวกนี้ได้ที่แอพ investing.com และ CNBC

ติดตามบทความการเงิน การลงทุนดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/dekfinance101

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...