โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบียร์พรีเมียม แดนมังกรเดือด "ชิงเต่า-บัดฯ" เขย่าบัลลังก์ "สโนว์"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2562 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2562 เวลา 08.09 น.

*ดีกรีความร้อนแรงของตลาดเบียร์แดนมังกร ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่สุดในโลกร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง *

สะท้อนจากข้อมูลของบริษัทวิจัยการตลาดยูโรมอนิเตอร์ฯ ที่ระบุว่า ปีที่ผ่านมาตลาดเบียร์ของจีนมีมูลค่า 9.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.5 หมื่นล้านลิตร มีปริมาณลดลง 10% เทียบกับช่วง 5 ปีก่อน หรือปี 2556 แต่ด้านมูลค่ากลับเพิ่มขึ้นถึง 40% ซึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมของนักดื่มชาวจีนที่เลือกซื้อเบียร์ราคาสูงขึ้น และผู้เล่นในตลาดก็มุ่งกระตุ้นเซ็กเมนต์บน-พรีเมี่ยมมากขึ้นด้วยเช่นกัน

จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้ 3 ค่ายเบียร์ยักษ์ใหญ่ในเมืองจีน ทั้ง “ไชน่า รีซอร์สเซส เบียร์” (China Resources Beer) เบอร์ 1 ของตลาด, “ชิงเต่า บริวเวอรี่” (Tsingtao Brewery) และ “เอบี อินเบฟ” (AB InBev) ต่างปรับแผนมุ่งโฟกัสชิงเม็ดเงินในเซ็กเมนต์นี้กันอย่างคึกคัก

โดยแต่ละรายต่างมีกลยุทธ์เด็ดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นไชน่า รีซอร์สเซส เบียร์ ที่จับมือยักษ์เบียร์สัญชาติเยอรมัน “ไฮเนเก้น” เพื่อดึงแบรนด์ดังเข้ามาขายในจีน ด้านชิงเต่าฯทุ่มทุนระดับ 10 ล้านเหรียญสหรัฐปั้นไลน์อัพสินค้าใหม่ ส่วนเอบี อินเบฟเตรียมระดมทุนด้วยการเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงเพื่อนำเม็ดเงินมาซื้อกิจการผู้เล่นท้องถิ่นมาเสริมแกร่ง ทั้งนี้ เป็นการรับมือการหดตัวของเซ็กเมนต์ระดับแมสที่ผู้บริโภครุ่นใหม่หันไปดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ

สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชียน รีวิว” รายงานว่า “ไชน่า รีซอร์สเซส เบียร์” เตรียมใช้สิทธิทำตลาดและขายเบียร์ “ไฮเนเก้น” ในประเทศจีนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ หลังดีลซื้อหุ้น 40% ของธุรกิจเบียร์ไฮเนเก้นในประเทศจีน มูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เสร็จสิ้นเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา หวังใช้ชื่อของเบียร์เยอรมันรุกเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม หลังการเน้นทำตลาดด้วยกลยุทธ์ราคาทำให้เบียร์ “สโนว์” ที่เป็นสินค้าหลักและแบรนด์อื่น ๆ ในมือติดภาพลักษณ์ระดับแมสจนยากจะแก้ไข

แต่ด้วยดีลนี้ยักษ์เบียร์สัญชาติจีนสามารถลอนช์สินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ไฮเนเก้นแทนได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาด้านภาพลักษณ์ที่เผชิญอยู่ได้

“โฮ เซียวไห่” ซีอีโอของไชน่า รีซอร์สเซส เบียร์ เปิดเผยว่า ตลาดเบียร์ของจีนนั้นกว้างใหญ่มากจนไม่จำเป็นต้องรุกตลาดต่างประเทศเลย ดังนั้น หลังจากนี้ ไฮเนเก้นจะเป็นหัวหอกในการรุกตลาดเบียร์ในประเทศ โดยเตรียมเปิดตัวและวางขายเบียร์ภายใต้แบรนด์ไฮเนเก้นอีก 4-5 ตัวพร้อม ๆ กัน

ด้าน “ชิงเต่าฯ” เริ่มเดินเครื่องผลิตเบียร์ตัวใหม่ในโรงงานแห่งที่ 3 ที่เมืองชิงเต่าเมื่อต้นเดือน พ.ค. หลังลงทุนขยายไลน์ผลิตไปกว่า 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ช่วยให้กำลังผลิตเพิ่มขึ้น 20% เป็น 900 ล้านลิตรต่อปี แม้ทางบริษัทจะไม่เปิดเผยว่ากำลังไลน์การผลิตและผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้จะใช้กับสินค้าตัวใด แต่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเป็นสินค้าระดับกลางและไฮเอนด์ เนื่องจากในรายงานประจำปีฉบับล่าสุดบริษัทมีการเพิ่มกำลังผลิตและยกระดับคุณภาพสินค้าจะเป็นตัวผลักดันการเติบโตในปี 2562 นี้

สำหรับ “เอบี อินเบฟ” เจ้าของแบรนด์บัดไวเซอร์ (Budweiser) เตรียมนำ “บัดไวเซอร์ บริววิ่ง โค เอแพ็ค” (Budweiser Brewing Co. APAC) ธุรกิจในเอเชีย-แปซิฟิกเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกง พร้อมตั้งเป้าระดมทุนไม่น้อยกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำมาจ่ายหนี้จากการซื้อกิจการ “ซาบมิลเลอร์”

(SABMiller) อัพเกรดการทำตลาดรับมือการแข่งขันดุเดือดกับไฮเนเก้น ซึ่งก่อนหน้านี้มีการทุ่มงบฯเช่าชั้นวางสินค้าในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อโปรโมตและซื้อกิจการผู้เล่นท้องถิ่นเข้ามาเสริมทัพตามแผนผลักดันตัวเองขึ้นจากอันดับ 3 ของตลาดจีนในปัจจุบัน

ความเคลื่อนไหวของ 3 ยักษ์ใหญ่ดังกล่าว จะทำให้ตลาดเบียร์ของจีนคึกคักยิ่งขึ้นอีก และต้องรอลุ้นว่าชิงเต่าฯและเอบี อินเบฟจะสามารถใช้โอกาสนี้เขย่าบัลลังก์ของไชน่า รีซอร์สเซส เบียร์ได้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...