โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลี้ยงลูกฉบับ The Penthouse เมื่อความรักของแม่กำลังพังทลายลูก

Sarakadee Lite

อัพเดต 21 เม.ย. 2564 เวลา 19.28 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2564 เวลา 04.45 น. • วิวิศนา อับดุลราฮิม

เรื่องราวของ The Penthouse เริ่มต้นขึ้นด้วยเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในสถานที่ที่ชื่อว่า เฮราพาเลซ เมื่อการสืบหาความจริงมากขึ้นเท่าไรความลับที่พยายามปกปิดก็ยิ่งถูกเปิดเผยออกมากขึ้นเท่านั้นนอกจากซีรีส์เรื่องนี้จะพาผู้ชมลุ้นระทึกไปกับการสืบหาความจริงและการแก้แค้นของตัวละครในเรื่องแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่ The Penthouse ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ที่แม่นั้นรักลูกเต็มเปี่ยม แต่กลายเป็นว่าความรักนั้นกำลังพังทลายลูกเป็นเสี่ยงๆ

จากซ้าย : ฮายุนชอล (รับบทโดย ยุนจงฮุน) ชอนซอจิน (รับบทโดย คิมโซยอน) ฮาอึนบยอล (รับบทโดย ชเวเยบิน)

ความหวังของฉัน คือฝันร้ายของเธอ

“ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ต้องปกป้องลูกให้ได้ เพราะเธอคือแม่บางครั้งแม่ก็ทำเรื่องร้าย ๆ เพื่อลูกได้ จริงไหม…คนเป็นแม่ต้องพร้อมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก”

“แต่ในบางครั้ง สิ่งที่แม่ตั้งใจทำเพื่อลูก ก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ลูกต้องการเสมอไป”

(จากบทละครตอนหนึ่งของ The penthouse ซีซัน1 และ 2)

The Penthouse เดินเรื่องโดย ชอนซอจิน (นำแสดงโดย คิมโซยอน) ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นนักร้องเพลงคลาสสิกที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของประเทศ มีพร้อมทั้งหน้าตา ความสามารถ อำนาจ และสถานะทางสังคม เธอเปรียบได้กับหัวเรือหลักของครอบครัวที่คอยควบคุมและจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งรวมถึงชีวิตของสามีอย่าง ฮายุนชอล (รับบทโดยยุนจงฮุน) และลูกสาวอย่าง ฮาอึนบยอล (รับบทโดยชเวเยบิน)

“แกต้องได้ที่หนึ่งตอนสอบเข้า… แกต้องซ้อม ร้องแล้ว ร้องอีก แม้แต่ในฝันก็ต้องร้อง”

ชอนซอจินตีกรอบชีวิตของอึนบยอลลูกสาวที่เธอรักที่สุดในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้อึนบยอลเดินตามรอยของเธอในการเป็นนักร้องเพลงคลาสสิกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศ เพราะความสำเร็จของอึนบยอล นอกจากจะสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวของซอจินและอึนบยอลเองแล้ว สิ่งนี้ยังเป็นหลักประกันที่แสดงถึงความมั่นคงในตำแหน่งผู้อำนวยการ มูลนิธิชองอา ต่อจากพ่อชอนซอจินอีกด้วย

แม้ว่าฮาอึนบยอลจะใช้ชีวิตตามที่แม่ของเธอต้องการเสมอมา และก็ไม่เคยแสดงท่าทีต่อต้าน รวมทั้งยังเชื่อฟังคำสั่งของซอจินเป็นอย่างดีตลอดมา ขยันฝึกฝนและพัฒนาทักษะการร้องเพลง มีเป้าหมายในชีวิตคือเป็นที่หนึ่งในการสอบ และเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีโซลให้ได้ซึ่งในตอนแรก ชอนซอจินก็มั่นใจในทักษะการร้องเพลงของลูกสาวตัวเองระดับหนึ่ง แต่ความมั่นใจนั้นก็ค่อย ๆ หายไป แล้วก่อเกิดกลายเป็นความกลัวขึ้นมา เมื่อทั้งคู่ได้พบกับ แบโรนา (รับบทโดย คิมฮยอนซู) ลูกสาวของ โอยุนฮี (รับบทโดย ยูจีน) อดีตคู่แข่งและศัตรูของชอนซอจิน

ชอนซอจิน พรีมาดอนน่าแห่งวงการเพลงคลาสสิก

แบโรนาเป็นเด็กสาวมัธยมต้นที่มาจากครอบครัวธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่เรียนเก่งและมีพรสวรรค์ในการร้องเพลงเหมือนกับโอยุนฮีในอดีต เมื่อซอจินได้ฟังเสียงของแบโรนายามร้องเพลงคลาสสิก เหตุการณ์ความพ่ายแพ้ต่อโอยุนฮีในอดีต และชัยชนะจอมปลอมที่เคยได้รับก็ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำของเธออีกครั้ง ความกลัวและความอับอายของชอนซอจินในอดีต ก็แปรเปลี่ยนเป็นความกดดันและความคาดหวังที่มากขึ้นผ่านลูกสาวอย่างฮาอึนบยอล

ความกดดันของแม่ส่งให้อึนบยอลเริ่มกดดันตัวเองโดยไม่รู้ตัว เธอใช้ชีวิตโดยมีเป้าหมายเดียวนั่นก็คือสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายศิลปะชองอาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อที่จะได้ร้องเพลงในพิธีเปิดการศึกษาตามที่แม่ต้องการ แต่ในวันสอบเข้า อึนบยอลกลับเห็นแต่ภาพหลอนและได้ยินแต่คำพูดกดดันของแม่จนเสียสมาธิในการร้องเพลง และทำพลาดในที่สุด จนชอนซอจินต้องทุจริตคะแนนการสอบร้องเพลง เพื่อให้อึนบยอลสามารถเข้ามาเรียนได้ แต่ด้วยเหตุการณ์ฆาตกรรมในเฮราพาเลซ ประกอบกับสถานการณ์บางอย่าง ก็ทำให้อึนบยอลที่เข้ามาด้วยคะแนนลำดับที่สาม ได้ขึ้นมาร้องเพลงในพิธีเปิดภาคการศึกษาของโรงเรียนตามความต้องการของชอนซอจินได้สำเร็จ

การแสดงเดี่ยวของอึนบยอลในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการแสดงที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีข้อผิดพลาดอย่างที่เกิดขึ้นในวันสอบเข้า หลังจากที่การแสดงจบลง พ่อของอึนบยอลได้เข้ามาแสดงความดีใจ แต่ฝ่ายผู้เป็นแม่กลับบอกเพียงว่าสิ่งที่อึนบยอลทำในวันนี้ ก็เป็นเพียงการชดเชยความผิดที่ร้องเพลงพลาดในวันสอบเข้าเท่านั้น นอกจากผู้เป็นแม่จะไม่ได้ชมลูกด้วยความจริงใจแล้ว ยังกดดันให้ลูกสาวที่รักต้องชนะรางวัลแดซังในเทศกาลศิลปะของโรงเรียนเฉกเช่นที่เธอเคยชนะในครั้งอดีตซึ่งชอนซอจินไม่รู้ตัวเลยว่าความกดดันทั้งมวลทำให้ลูกสาวของเธอตั้งคำถามที่ดูเหมือนจะไร้สาระแต่ก็สะเทือนใจลูกๆ หลายคนและซ่อนปมเล็กๆ ที่เป็นความผิดพลาดมหันต์ไว้

“ถ้าหนูได้ถ้วยรางวัล แม่ก็จะชมหนูเหมือนกันใช่ไหมคะ”

The Penthouse

วัฒนธรรมการชม ที่ไม่ได้มีเพื่อหลงระเริง

เมื่อก่อนเราอาจจะเคยได้ยินคำที่ว่า “อย่าชม เดี๋ยวจะเหลิง” ประโยคนี้มาจากวัฒนธรรมดั้งเดิมทั่วโลกโดยเฉพาะฝั่งเอเชียที่พ่อแม่มักหลีกเลี่ยงการชมเพราะเชื่อต่อๆ กันว่าการชมจะทำให้เด็กเสียคน หลงระเริงกับคำชมที่ได้รับ แต่วันนี้ก็มีหลายคนที่ออกมาบอกโต้แย้งความเชื่อดั้งเดิม แล้วเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่าการชมคนอื่นเป็นเรื่องที่ดี เช่น Gwen Dewarผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งมองว่าการชมเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างพฤติกรรมที่ดี คำชมที่จริงใจ จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกอยากจะพัฒนาตัวเอง และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

นอกจากนี้ Carol Dweckศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ยังศึกษาเรื่องลักษณะของคำชมที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก โดยทดลองเกี่ยวกับทัศนคติของเด็กต่อคำชม 2 รูปแบบ แบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะได้รับคำชมว่าเก่งมาก และกลุ่มต่อมาจะได้รับคำชมที่สะท้อนถึงความพยายามและความตั้งใจ ซึ่งผลของการทดลองพบว่าเด็กที่ได้รับคำชมว่าตั้งใจ มีแนวโน้มที่อยากจะท้าทาย ลองทำสิ่งที่ยากขึ้น แต่เด็กในกลุ่มที่ได้รับคำชมว่าเก่งมาก ไม่กล้าจะท้าทายลองทำอะไรที่ยากเกินไป เพราะเขาจะกลัวว่าจะทำไม่ได้ แล้วผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามที่ผู้ใหญ่คาดหวัง

ฮาอึนบยอล ในระหว่างรับประทานอาหารกับจูดันแท คู่หมั้นของชอนซอจิน และว่าที่พ่อเลี้ยงของเธอ

การปกป้องตัวเองด้วยการบอกว่า “หนูเป็นเด็กดี”

ในตอนหนึ่งของ The Penthouse หลังการแสดงเปิดเทศกาลจบลง โรงเรียนได้จัดกิจกรรมการประกวดทูตประชาสัมพันธ์ขึ้น โดยผู้เข้าสมัครต้องผ่านการเทสต์หน้ากล้อง และทดสอบการพูดตามบทที่ได้รับ ซึ่งในครั้งนี้ชอนซอจินก็ลักลอบเอาบทที่จะใช้ทดสอบมาให้ลูกสาวซ้อมล่วงหน้า แต่ในระหว่างที่อึนบยอลกำลังซ้อมอยู่ แบโรนาบังเอิญได้ยิน แล้วไปบอกกรรมการคัดเลือก ทำให้ต้องเปลี่ยนบทการคัดเลือกใหม่ทันที

และเมื่อถึงวันจริง ฮาอึนบยอลเห็นว่าบทที่ได้รับไม่ตรงกับบทที่ซ้อมมา เธอเริ่มอาการสั่นและควบคุมจิตใจของตัวเองไม่ได้เหมือนตอนที่สอบเข้า ส่งผลให้เธอตัดสินใจวิ่งออกจากห้องแล้วก็สลบไป อึนบยอลตื่นมาเห็นพ่อซึ่งเข้ามาหาลูกสาวด้วยความเป็นห่วง แต่กลายเป็นว่าอึนบยอลรีบร้อนขอโทษเพราะคิดว่าพ่อจะเข้ามาตำหนิเหมือนที่แม่มักจะตำหนิเธอด้วยวาจาและอารมณ์ที่รุนแรง

“หนูขอโทษที่ไม่ได้เป็นทูตนะคะ แต่ไม่ต้องห่วงหนูจะได้ที่หนึ่งตอนสอบกลางภาคให้ได้และคว้าถ้วยรางวัลเทศกาลศิลปะชองอามาให้ได้ พ่อจะไม่เกลียดหนูใช่ไหม…”

ผู้เป็นพ่อเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกสาวของเขา จึงตัดสินใจพาอึนบยอลไปปรึกษาจิตแพทย์

“เธอดูเป็นคนมองโลกในแง่บวกร่าเริงแจ่มใส และเอาใจใส่คนรอบข้างค่อนข้างดี แต่ทั้งหมดมันเป็นของปลอม” จิตแพทย์กล่าว

จิตแพทย์วินิจฉัยว่าฮาอึนบยอลเป็นโรคคิดว่าตัวเองไม่เก่งหรือImposter Syndrome อาการทางจิตเวชที่สามารถพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้าได้โดยคนที่เป็น Imposter Syndromeมีความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่คู่ควรกับความสำเร็จ กลัวทำให้คนอื่นผิดหวังในความสามารถของตัวเอง กลัวว่าจะถูกมองว่าความสามารถนั้นเป็นของปลอมซึ่งมักเกิดขึ้นเพราะได้รับความคาดหวังที่สูงเกินไปจากคนรอบตัว หรืออาจเกิดขึ้นเมื่อกลัวความล้มเหลวมากๆดังนั้นการแสดงออกว่าเป็นเด็กดีของฮาอึนบยอลนับเป็นวิธีป้องกันตัวเองจากความสะเทือนใจที่เกิดขึ้นเวลาที่ล้มเหลว

Imposter Syndromeไม่ใช่แค่โรคที่มีแค่ในซีรีส์ แต่ปัจจุบันที่เด็กและวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่มีอาการซึมเศร้า และสาเหตุก็มาจากความสัมพันธ์ในครอบครัว ในงานThaihealthWatch :จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2564 ที่จัดขึ้นโดยสสส.และมีพญ.วิมลรัตน์วันเพ็ญจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นร่วมบรรยาย มีข้อมูลชุดหนึ่งที่น่าสนใจพบว่า ปัจจุบันวัยรุ่นไทยมีปัญหาซึมเศร้ามากกว่าในอดีต ซึ่งสาเหตุหลักนั้นน่าตกใจมากว่ามาจาก“ความสัมพันธ์” มากถึงร้อยละ 60 รองลงไปคือ เรื่องการเรียน ความรุนแรง ฯลฯ แต่ทุกอย่างไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว

ปัญหาทางด้านอารมณ์หรือว่าพฤติกรรมของเด็กประกอบด้วย 3 ปัจจัย อย่างแรกคือ ปัจจัยทางชีวภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ติดตัวตั้งแต่เกิด ต่อมาคือ จิตใจ ที่เป็นผลมาจากการเลี้ยงดู และสุดท้ายคือ สังคม รวมทั้ง สื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมของผู้ปกครองนอกจากนี้ พญ.วิมลรัตน์ ยังแนะนำเพิ่มเติมว่าถ้ารู้สึกดี เป็นห่วง รัก ให้ถ่ายทอดออกไปตรง ๆ ผู้ปกครองอยากให้เด็กทำอะไร ก็ให้พูดออกไปตรง ๆ การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ จะทำให้เด็กเข้าใจ แล้วพัฒนาความรู้สึกว่าบ้านคือเซฟโซนของเขา รวมทั้งในกรณีที่ผู้ปกครองกับลูกมีความเห็นขัดแย้งกัน การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาจะทำให้เด็กรู้ว่าแม้จะมีความขัดแย้งขึ้น แต่พ่อแม่ก็ยังเป็นห่วงและรักเขา สุดท้ายก็จะรับฟังซึ่งกันและกัน บรรยากาศในครอบครัวก็จะดีขึ้นตามมา

ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก เพราะฉันเป็น “แม่”

ปัญหาต่าง ๆ ถาโถมเข้ามาในชีวิตของฮาอึนบยอลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการเรียน เพื่อน ความรัก รวมไปถึงปัญหาครอบครัว อย่างการหย่ากันของพ่อและแม่เธอ การคบชู้ของแม่ การตายของคุณตา (พ่อของซอจิน ผอ. มูลนิธิชองอา) รวมไปถึงเรื่องการทุจริตในการสอบเข้า ทำให้อึนบยอลแทบจะไม่เหลือที่พึ่ง ไม่เหลือความภาคภูมิใจในตัวเอง และหมดศรัทธาในตัวแม่เธอตั้งใจหนีจากความจริงด้วยการพยายามฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

หลังเหตุการณ์การฆ่าตัวตายของลูกสาว ชอนซอจินพยายาม “เอาใจใส่” ลูกสาวให้โดยการจ้าง ครูจิน(รับบทโดยอันยอนฮง) พี่เลี้ยงส่วนตัวมาดูแลอย่างใกล้ชิด เข้านอนกับลูก ตื่นพร้อมกับลูก คอยดูให้แน่ใจว่าไม่ป่วยเข้าห้องน้ำเป็นประจำและประจำเดือนมาเป็นปกติ ให้คอยตามดูทุกฝีก้าวตั้งแต่เรื่องอาหารไปจนตารางเรียนสุขภาพน้ำหนักอัตราการนอนหลับ แต่กลายเป็นว่าวิธีการนี้ยิ่งทำให้ระยะห่างระหว่างแม่กับลูกยิ่งถ่างออกจากกันมากขึ้น

จากซ้าย : แบโรนา (รับบทโดย คิมฮยอนซู), ฮาอึนบยอล หลังขึ้นร้องเพลงในเทศกาลศิลปะชองอา

“หนูเกลียดแม่ คนเห็นแก่ตัว ไร้หัวใจ”

ในที่สุด งานเทศกาลศิลปะชองอาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ผู้ที่ชนะการประกวดในงานนี้จะได้รับโควตาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยดนตรีโซลได้ทันที และแน่นอนว่าทุกคนต่างตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเป็นที่หนึ่งในงานนี้ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น แบโรนาถูกทำร้ายและอาวุธก็คือถ้วยรางวัลที่ตั้งโชว์อยู่ ส่วนผู้ต้องสงสัยหลักในเหตุการณ์นี้ก็คือฮาอึนบยอลที่หายตัวไปจากงานก่อนการประกาศรางวัล

อึนบยอลกลับบ้านมาพร้อมกับชุดที่เปื้อนเลือด เธอเห็นภาพแบโรนาในวันที่ถูกทำร้ายตามหลอกหลอน และได้ยินเสียงหัวเราะเยาะกับความพ่ายแพ้ของเธอตลอดเวลา ชอนซอจินไม่อาจทนเห็นภาพนั้นได้ เธอจึงตัดสินใจพาอึนบยอลไปรับการบำบัดคลื่นสมองเพื่อลบความทรงจำ การบำบัดนั้นได้ผลดีเยี่ยม เพราะอึนบยอลตื่นมาแล้วจำอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นไม่ได้อีกเลย

แต่เรื่องราวไม่ได้ราบรื่นดังที่ผู้เป็นแม่คาดการณ์ไว้ ช่วงเวลานี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตของเธอ เธอร้องเพลงไม่ได้เพราะข่าวฉาว สูญเสียความชอบธรรมในการบริหารโรงเรียนและมูลนิธิ รวมทั้งยังถูกบังคับให้แต่งงานกับจูดันแท (รับบทโดย ออมกีจุน) เจ้าของเพนต์เฮาส์ในเฮราพาเลซ และอดีตชู้ของเธอเอง

ชอนซอจิน ถูกบังคับให้แต่งงานกับจูดันแท (รับบทโดย ออมกีจุน)

อึนบยอลคัดค้านงานแต่งครั้งนี้หัวชนฝา แต่ชอนซอจินก็ไม่สามารถยกเลิกการแต่งงานในครั้งนี้ได้แล้ว เพราะจูดันแทนำหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอึนบยอลเคยอยู่ในที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมแบโรนามาข่มขู่และบีบให้เธอเซ็นยินยอมการควบรวมธุรกิจของเธอเรียกว่าในตอนนี้ ชอนซอจินสูญเสียทุกอย่างในชีวิตทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และศักดิ์ศรี

ชอนซอจินยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องอึนบยอล แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งเดียวที่ฮาอึนบยอลต้องการมาตลอดคือคำว่าครอบครัว ขอเพียงแค่มีแม่อยู่ด้วย อึนบยอลก็ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับแม่

อีกหนึ่งสิ่งที่ชอนซอจินไม่เคยรู้เลยนั่นก็คือวันที่เธอเลือกหันหลังให้ลูกของตัวเอง เพื่อให้ลูกของเธอปลอดภัยนั่นอาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้พบฮาอึนบยอล ลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ เพราะตอนนี้ ฮาอึนบยอลได้ขอร้องให้ครูจินพาตัวเองไปในที่ที่ไกลแสนไกลเรียบร้อยแล้ว

“แม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนูบ้างไหม… นอกจากเกรด คะแนน ทำโทษ แม่ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนูเลย”

Fact File

  • ติดตามซีรีส์เรื่อง The Penthouse ซีซัน1 และ 2 ทาง VIU, WeTV และ iQIYI
  • ซีซัน3 ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564

ภาพ : www.facebook.com/sbsdrama.official

อ้างอิง

The post เลี้ยงลูกฉบับ The Penthouse เมื่อความรักของแม่กำลังพังทลายลูก appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...