โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชียงใหม่มีผู้เสียชีวิตจากโควิดอีก 2 ราย เป็นผู้สูงอายุ-มีโรคประจำตัว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 พ.ค. 2564 เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 13.34 น.

เชียงใหม่รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 หายแล้ว 90% เสียชีวิตอีก 2 ราย ผู้สูงอายุ-มีโรคประจำตัว

วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ระลอกเดือนเมษายนจังหวัดเชียงใหม่ประจำวัน

ดร.ทรงยศ กล่าวว่า วันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จำนวน 8 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 4,033 ราย รักษาหายแล้ว 3,619 ราย คิดเป็น 90% ของผู้ป่วยทั้งหมด ยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 396 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งรายล่าสุดได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 02.45 น. ของวันนี้ โดยเป็นตัวเลขที่จะรายงานในวันพรุ่งนี้ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมของจังหวัดเชียงใหม่จนถึงขณะนี้อยู่ที่ 19 ราย

ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 300 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 70 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 18 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก (สีแดง) 8 ราย

“สำหรับการตรวจกลุ่มเสี่ยงและผู้สัมผัสเมื่อวานนี้ (19 พ.ค. 64) ได้ทำการตรวจหาเชื้อไปทั้งหมด 1,321 ราย พบผู้มีผลบวกเพียง 0.91% และเมื่อแยกตามหน่วยตรวจแล้ว พบว่าโรงพยาบาลเอกชนมีการตรวจพบผู้มีผลบวกสูงสุด 8.13% ส่วนโรงพยาบาลของรัฐ พบผู้มีผลบวกรองลงมา 7.97% ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงหลักในระยะหลังพบว่าเป็นการสัมผัสในครอบครัวและในสถานที่ทำงาน ส่วนการคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง เมื่อวานนี้ได้ตรวจในบริษัทขนส่งนิ่มซี่เส็งที่มีการเกิดคลัสเตอร์ ซึ่งเป็นการสุ่มตรวจครั้งที่ 2 พบผู้มีผลบวก 2 ราย ส่วนทีมคัดกรองของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่คัดกรองในสถานพินิจเด็กและเยาวชนอำเภอแม่ริม และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 7 จำนวน 496 คน ซึ่งทั้งหมดไม่พบเชื้อ”

ดร.ทรงยศ กล่าวว่า วันนี้ไม่มีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้น แต่ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 2 คลัสเตอร์ คือคลัสเตอร์บริษัทขนส่ง พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 2 ราย จากการตรวจเชิงรุก เป็นพนักงานขับรถส่งของกรุงเทพ-เชียงใหม่ และเป็นแม่ค้าขายอาหาร ส่วนคลัสเตอร์ข่วงเปา จอมทอง ซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้ติดเชื้อรายเดิมที่ไปร่วมงานศพที่ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทองและมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จึงขอให้ประชาชนยังคงรักษามาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด และเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งหมด โดยยอดการจองวัคซีนของชาวเชียงใหม่ขณะนี้อยู่ที่ 128,835 ราย ซึ่งได้ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมและผ่านเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จึงขอเชิญชวนประชาชนลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในพื้นที่

ด้าน ผศ.นพ.นเรนทร์ กล่าวชี้แจง กรณีมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 2 รายว่า สำหรับ ผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นหญิงไทยอายุ 61 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิต ไขมันสูงและไตวายเรื้อรัง มีปัจจัยเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยในงานที่มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก วันที่ 9 พฤษภาคม มีอาการหายใจเหนื่อย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอมก๋อย แพทย์โรงพยาบาลอมก๋อยได้ใส่ท่อช่วยหายใจ จากนั้นถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจอมทอง ตรวจหาเชื้อโควิด-19 พบผลเป็นบวก จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และจากภาพถ่ายทางรังสีพบว่ามีปอดอักเสบทั้งสองข้าง มีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำมากเพียง 60% แพทย์จึงให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสชนิดฉีด ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและยาระงับการอักเสบของปอดในทันที วันที่ 14 พฤษภาคม ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงไม่สามารถประคับประคองการหายใจได้ ทำให้หัวใจไม่สามารถทำงานได้ปกติ นอกจากนี้ยังพบว่ามีภาวะสมองบวมอย่างรุนแรงจากการขาดอากาศ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองได้ตรวจสอบการทำงานของสมองพบว่าผู้ป่วยมีภาวะสมองตาย กระทั่งเสียชีวิตลงในวันที่ 19 พฤษภาคม

ส่วน ผู้เสียชีวิตรายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 76 ปี มีโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูงและไตวายเรื้อรัง มีปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 28 เมษายน มีอาการถ่ายเหลว วันที่ 1 พฤษภาคม มีอาการหายใจหอบเหนื่อย และได้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มีไข้สูง หายใจหอบมาก ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง แพทย์จึงได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจ ภาพถ่ายทางรังสีพบว่ามีภาวะปอดอักเสบทั้งสองข้าง และผลการตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นบวก จึงเริ่มยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน ระหว่างเข้ารับการรักษาผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรียในปอด มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากเชื้อไวรัสและหัวใจเต้นผิดจังหวะ นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบการติดเชื้อราในปอด ผู้ป่วยมีอาการทรุดลง และพบว่าภาวะปอดอักเสบรุนแรงมากขึ้น กระทั่งมีภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตลงในเวลา 02.45 น. ของวันนี้ (20 พ.ค. 64) ซึ่งถือเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 19 ของจังหวัดเชียงใหม่

นายกนก กล่าวถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ว่า จังหวัดเชียงใหม่มีกลุ่มเป้าหมายการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 1,612,394 คน โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มคือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขส่วนหน้า จำนวน 47,892 คน กลุ่มเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่มีโอกาสสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ จำนวน 44,284 คน กลุ่มอาชีพเสี่ยง จำนวน 209,062 คน กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 โรค จำนวน 559,304 คน และกลุ่มประชาชนทั่วไป จำนวน 751,852 คน ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการเตรียมสถานที่ฉีดวัคซีนไว้แล้วจำนวน 46 แห่ง เพื่อรองรับการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนจำนวน 1,585,501 คน

“คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่องการกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกลุ่มพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ/ขนส่งสินค้า เนื่องจากยังคงพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มดังกล่าว โดยกำหนดให้พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ/ขนส่งสินค้า ผู้ขับรถส่งสินค้าทางการเกษตรและผู้ขับรถขนส่งสินค้าประเภทอาหารทะเลหรือผลไม้ ที่มีการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทุก 7 วัน ที่โรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชน จุดตรวจเฉพาะกิจของกระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์วัณโรคเขต 10 เชียงใหม่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และขอให้กลุ่มดังกล่าว ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด และแสดงผลการตรวจต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าตรวจสอบในที่ทำงาน หรือสำนักงาน” นายกนก กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...