โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รถไฟมาเลเซียให้บริการอีกครั้งหลังชนกัน เจ็บกว่า 200 คน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 พ.ค. 2564 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 02.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กัวลาลัมเปอร์ 25 พ.ค.- รถไฟสายเคลานาจายาในมาเลเซียเปิดให้บริการอีกครั้งในเช้าวันนี้ โดยใช้เพียงรางเดียว และให้บริการรถรับส่งฟรี หลังเกิดเหตุรถไฟ 2 ขบวนชนกันในอุโมงค์เมื่อค่ำวานนี้ มีผู้บาดเจ็บ 213 คน ในจำนวนนี้สาหัส 47 คน

เว็บไซต์มาเลย์เมลรายงานว่า บริษัทปราซารานาที่ดูแลบริการขนส่งสาธารณะในมาเลเซียแจ้งว่า รถไฟสายเคอลานาเปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง แต่จะใช้เพียงรางเดียว ทำให้เที่ยวรถลดลงครึ่งหนึ่ง ประชาชนต้องรอรถนานขึ้น โดยจะปรับความถี่ของเที่ยวรถตามความเหมาะสม ด้วยการให้บริการทุก 10 นาทีในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน และทุก 30 นาทีในช่วงอื่น จัดรถโดยสาร 2 ชั้นรับส่งฟรีระหว่าง 2 สถานีที่เกิดเหตุทุก 15-20 นาทีในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คาดว่า บริการจะกลับมาเป็นปกติภายใน 3 วัน หลังจากเสร็จสิ้นการซ่อมแซมและทำความสะอาด รวมทั้งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ด้วย

รถไฟ 2 ขบวนของสายเคอลานาชนประสานงากันในอุโมงค์ที่เชื่อมระหว่างสถานีเคแอลซีซี (KLCC) กับสถานีกัมปุงบารู เมื่อเวลา 20:45 น.วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้โดยสารบาดเจ็บ 213 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 47 คน นายวี กา เซียง รัฐมนตรีคมนาคมเผยว่า เป็นอุบัติเหตุครั้งแรกนับตั้งแต่รถไฟสายนี้เปิดให้บริการเมื่อ 23 ปีก่อน กระทรวงจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษหาสาเหตุ ขณะนี้ทราบเพียงว่า เป็นการชนประสานงาระหว่างรถไฟที่มีผู้โดยสารกับรถไฟไร้ผู้โดยสารที่อยู่ระหว่างทดสอบวิ่ง ขบวนหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกขบวนแล่นด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...