โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บทพิสูจน์พลังการเอาคืนของรายย่อยกับ GameStop

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. 2564 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2564 เวลา 00.46 น.

คอลัมน์ คุยฟุ้งเรื่องการเงิน พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่) www.actuarialbiz.com

ในช่วงต้นปี 2021 นี้ มีเรื่องที่น่าจารึกในประวัติศาสตร์ที่คงต้องถูกกล่าวขานในตำราเทคนิคการเล่นหุ้นไปอีกนาน เพราะเรื่องราวครั้งนี้ถูกผลักดันด้วยกระแสรายย่อยผนวกกับความ new normal ของกระแสโซเชียลที่รายย่อยทุกคนรวมพลังกันใช้ความรู้ไหวพริบในโลกโซเชียลและเอาชนะกองทุนรายใหญ่ได้อย่างขาดลอย

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า ในโลกของการลงทุนนั้น มีสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนทำได้ที่เรียกว่า “ขายชอร์ต (short sale)” อยู่ ซึ่งเราจะเรียกย่อ ๆ ว่า short และวิธีการของมันก็คือ การทำตรงกันข้ามกับการซื้อหุ้น นั่นก็คือการไปขอเงินสดที่อ้างอิงกับราคาหุ้นตอนนี้ (เหมือนยืมหุ้นจากคนอื่นเพื่อมาขายเอาเงินสดมาตอนนี้ก่อน) และสัญญาว่าจะไปซื้อหุ้นตัวนั้นมาคืนทีหลัง ซึ่งคนที่จะทำแบบนี้ก็ต้องหวังว่าจะ “ได้ซื้อหุ้นคืนที่ราคาต่ำกว่าราคาอ้างอิงในตอนต้น” นั่นเอง

แปลว่าในตลาดหุ้นนั้น ไม่จำเป็นต้องลุ้นให้ราคาหุ้นขึ้นเสมอไป เพราะยังมีนักลงทุนอีกฝั่งที่หวังให้ราคาหุ้นลงจากการทำ short นั่นเอง บางครั้งเราเรียกว่า “กลยุทธ์การยืมหุ้นมาขายก่อน” และนั่นคือที่มาของการชิงไหวชิงพริบระหว่างรายย่อยกับกองทุนสถาบันรายใหญ่

กองทุนสถาบันรายใหญ่หลายแห่งจะอาศัยเทคนิคการทำ short แบบนี้อยู่บ่อย ๆ โดยอาศัยการไปวิเคราะห์บริษัทในตลาดหุ้นที่คิดว่าราคาของบริษัทหุ้นสูงเกินไป และถ้าเชื่อว่าราคาสูงเกินไปจริง ๆ ก็จะใช้เทคนิคการทำ short และหลังจากนั้นก็จะไปตรวจสอบเพื่อจับผิดว่าบริษัทนั้นมีความผิดพลาดอะไรบ้าง เพื่อออกข่าวร้าย ๆ ออกมาเพื่อกดราคาหุ้นให้ลงมาก ๆ และถ้าราคาหุ้นลงมา การทำ short นั้นก็จะได้กำไรมหาศาลในที่สุด

ปรากฏว่านักลงทุนรายย่อยที่เล่นเว็บบอร์ดคุยหุ้นบน Reddit (เหมือนกับเว็บไซต์ Pantip ห้องสินธรบ้านเรา) ได้ตั้งข้อสังเกตว่าหุ้นบริษัท GameStop นั้นถูกพวกกองทุนทำ short อย่างมหาศาล

อีกทั้งพวกกองทุนยังออกข่าวให้ว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะเจ๊งสูง ทำให้สมาชิกใน Reddit เกิดความไม่พอใจอย่างมากที่มาให้ร้ายบริษัทที่สร้างความทรงจำวัยเด็กของพวกเขา ทำให้เกิดการรวมตัวกันในหมู่รายย่อยเพื่อกว้านซื้อหุ้นบริษัท GameStop บนแอป Robinhood และส่งผลให้ราคาหุ้นขึ้นอย่างมหาศาลเพิ่มขึ้นไปถึง 350 เหรียญสหรัฐ (หลาย 10 เท่า)

ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์เหล่านี้ นักลงทุนรายย่อยได้กำไรไป แต่พวกกองทุนขา short นั้นก็เจ๊งกันระนาว และปิดกองทุนไปในที่สุด

ทำให้แอปอย่าง Robinhood ที่ให้บริการซื้อขายหุ้นของรายย่อยต้องหยุดให้บริการในการซื้อหุ้น GameStop ไปหนึ่งวัน นักลงทุนรายย่อยเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่เหล่า Redditors ก็ให้กำลังใจกันและยืนยันที่จะทำการซื้อหุ้นต่อ เมื่อแอป Robinhood กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้วราคาหุ้น GameStop ก็ยังพุ่งกลับมาทะยานต่อ

โดยปัจจุบันมีสมาชิกในกลุ่มกระทู้ของ Reddit กว่า 5 ล้านคนแล้ว จากตอนแรกเพียงประมาณ 3 ล้านคน และด้วยความอัดอั้นต่อเหล่านักลงทุนรายใหญ่ เหล่า Redditors ได้ตั้งเป้าหมายที่จะไปดันราคาหุ้นที่มีการถูกทำ short เยอะ ๆ จากพวกกองทุน

อย่างบริษัท Blackberry หรือ Nokia เป็นต้น ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นไม่เป็นไปตามปัจจัยพื้นฐานของบริษัท และเรียกว่ากลายเป็นขบวนการกอบกู้คนถูก short และเป็นการเอาคืนสถาบันรายใหญ่

จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ทัวร์ลงแบบนี้ได้กลายเป็น new normal ในตลาดหุ้นทั่วโลกไปแล้ว และจะไม่ได้จบเพียงในตลาดหุ้นเท่านั้น ตอนนี้เริ่มมีคนประกาศว่าจะทำการเข้าไปดันราคาในตลาดเงิน (silver) ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่มีผลต่อการตรึงราคาดอกเบี้ยและเงินเฟ้ออีกด้วย โดยล่าสุดราคาโลหะเงินในตลาดขยับพุ่งสูงขึ้น

หลังจากที่กลุ่มนักลงทุนรายย่อยใน Wall Street ได้หันเข้าปั่นราคาโลหะเงินแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี เพื่อกดดันให้เหล่ากองทุนให้เข้าซื้อคืนสัญญาเพื่อตัดขาดทุน หลังจากที่ได้ขายชอร์ตก่อนหน้านี้ แต่กระนั้นก็คาดว่าราคาโลหะเงินมีแนวโน้มในช่วงขาลงต่อไป เนื่องจากตลาดโลหะเงินนั้นมีขนาดใหญ่มากจึงเป็นเรื่องยากที่นักลงทุนรายย่อยจะสามารถเข้ามาปั่นราคา เมื่อเทียบกับการปั่นราคาหุ้นเพียงตัวเดียวในตลาด

นอกจากนี้ การปรับลงของราคาหุ้น GameStop เป็นสัญญาณว่ากองทุนได้ปิดสถานะ Short หุ้นดังกล่าวหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความบ้าคลั่งนี้ยังไม่ได้จบลงแต่อย่างใด เมื่อเร็ว ๆ นี้ กลุ่มรายย่อยได้ขยายวงกว้างเข้ามาในตลาดทุนอย่าง มาเลเซีย และออสเตรเลีย ที่ประกาศเอาคืนเหล่าสถาบันรายใหญ่ที่คอยทำ short อีกด้วย จนกระทบต่อเนื่องเข้ามายังตลาดหุ้นไทยที่นักลงทุนต่างประเทศเทขายหุ้นไทยเพื่อนำเงินไปปิดรูรั่วจากเหตุการณ์ GameStop ทำให้ดัชนี SET index หลุด 1,500 จุด ช่วงวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา คงได้แต่ภาวนาว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ส่งผลให้เกิดฟองสบู่ลูกใหญ่ต่อระบบการเงินโลก และต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า บทพิสูจน์พลังการเอาคืนของรายย่อยนี้จะเป็นอย่างไร

ป.ล. บริษัท GameStop เป็นบริษัทขายแผ่นวิดีโอเกม เครื่องเล่นเกม ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ระยะหลังยอดขายแย่ลงทุกปี และหุ้นตกลงอย่างต่อเนื่องเหลือ 4 เหรียญสหรัฐ ทำให้กองทุน Hedge Fund อย่าง Citron Research เข้ามาทำการ short sell อย่างท่วมท้น จนติดอันดับ short สูงที่สุดในโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...