โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมจับคู่ธุรกิจ! 30 ประเทศร่วมงาน SUBCON THAILAND 2019 “BOI” ดันเป็นศูนย์กลางซื้อขายชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอาเซียน เงินสะพัด 14,000 ลบ.

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 23 เม.ย. 2562 เวลา 05.40 น.

บีโอไอ จับมือสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และ UBM จัดงานซับคอนไทยแลนด์ (SUBCON THAILAND 2019) 8-11 พ.ค.2562 นี้ โชว์ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมสุดยิ่งใหญ่ กว่า 400 บริษัท 30 ประเทศเข้าร่วมงาน คาดจับคู่ธุรกิจถึง 8,000 คู่ เงินสะพัดกว่า 14,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมของภูมิภาคอาเซียน

นางสาวบงกช อนุโรจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าบีโอไอร่วมกับสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานซับคอนไทยแลนด์ (SUBCON THAILAND 2019) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 13 จัดคู่ขนานไปกับงานอินเตอร์แมค-เอ็มทีเอ (INTERMACH-MTA 2019) ครั้งที่ 36 เพื่อสนับสนุนการลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 พ.ค.2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา คาดจะมีคนเข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 45,000 ราย

โดยงานซับคอนไทยแลนด์ปีนี้ตั้งเป้าจับคู่ธุรกิจกว่า 8,000 คู่ และคาดว่าจะเกิดธุรกรรมทางธุรกิจมูลค่า ไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านบาท จากงานซับคอนไทยแลนด์ปีที่ผ่านมาจับคู่ธุรกิจได้ถึง 7,211 คู่ ก่อให้เกิดธุรกรรมกว่า 12,706 ล้านบาท

โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดผู้ซื้อจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าร่วมเพิ่มขึ้น อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินชั้นนำกว่า 40 ราย ยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติจากผลของการเชิญชวนนักลงทุนของบีโอไอทั้งในและต่างประเทศทั้ง 14 แห่ง

และปีนี้ประเทศไทยตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ซื้อจากกว่า 400 บริษัท 30 ประเทศเข้าร่วมงาน ทั้งยังมีการจัดแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ 15 ราย ทั้งจาก​สหรัฐ เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี ออสเตรีย สวีเดน เกาหลี เนเธอร์แลนด์ จีน อินเดีย

ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการชาวไทยและบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่จากทั้งในและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นงานจับคู่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน สนับสนุนให้เกิดการต่อยอดธุรกิจจากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตไทยที่มีอัตราการเติบโตทุกปีและมีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve) ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC)

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริหาร บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) กล่าวว่างานอินเตอร์แมค-เอ็มทีเอ 2019 เป็นงานแสดงนวัตกรรมเครื่องจักรกล หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เพื่ออุตสาหกรรมการผลิต รวบรวมเทคโนโลยีจาก 1,200 แบรนด์ 45 ประเทศ และมีประเทศผู้ผลิตนำผลงานมาจัดแสดงในรูปแบบพาวิลเลียน 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี ไต้หวัน และจีน

ขณะเดียวกัน ภายในงานจะมีการสาธิตระบบการผลิตอัจฉริยะและเทคโนโลยีการผลิตจากแบรนด์ชั้นนำ โดย บริษัท โรบอท ซีสเท็ม จำกัด (ROBOTSYSTEM) ผู้เชี่ยวชาญชาวไทยหรือเจ้าของฉายา ไอรอนแมน เมืองไทย สาธิตการวางระบบงานขัดอุปกรณ์เครื่องบินจากอุตสาหกรรมอากาศยาน ไลน์การชงกาแฟจากโรบอทอาร์ม ซอฟแวร์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการแพทย์และยานยนต์อนาคต

บริษัท เจอแรงการ์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ออกแบบระบบซอฟท์แวร์จากบริษัทข้ามชาติ นำระบบทดลองใช้งานโปรแกรมให้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับเครื่องควบคุมโดยอัตโนมัติ สร้างภาพการผลิตที่สามารถตรวจสอบการทำงานได้จริงแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในอุตสาหกรรมการผลิตทุกประเภทตั้งแต่อุตสาหกรรมขนาดย่อยไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้วย

นอกจากนี้ สมาคมเครื่องจักรกลระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย จะมีการนำเสนอการทำงานในไลน์การผลิตของระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ รวมทั้งอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องแพทย์และสุขภาพที่นำเสนอนวัตกรรมด้านอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ สอดรับกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการสร้างประเทศไทยให้เป็น ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ทำให้เกิดเชื่อมโยงหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรมการผลิต การรวมกลุ่มของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต การบินและอากาศยาน ระบบราง และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...