โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NTT บริษัทเทคญี่ปุ่น ประกาศลงทุนไทย ทุ่ม 3,000 ล้านบาท สร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ชลบุรี

TODAY

อัพเดต 22 มี.ค. 2566 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2566 เวลา 10.07 น. • workpointTODAY

เอ็นทีที (NTT Ltd.) บริษัทผู้ให้บริการและติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีชั้นนำจากญี่ปุ่น ประกาศการลงทุนมูลค่า 3 พันล้านบาท (ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านเอ็นทีที โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ส คอร์ปอเรชัน (NTT Global Data Centers Corporation) เพื่อพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยของ NTT

โดยศูนย์ข้อมูล “Bangkok 3 Data Center” หรือ BKK3 แห่งใหม่จะพร้อมเปิดบริการครึ่งปีหลังของ พ.ศ. 2567 ด้วยขนาด 12 เมกะวัตต์ บนพื้นที่รวม 4,000 ตร.ม.

ทั้งนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่จะตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก รองรับความหนาแน่นสูงถึง 30kW ต่อแร็ค

นายทาเคชิ คิมูระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นทีที โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ส โฮลดิ้ง เอเชีย จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมทางเศรษฐกิจบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีอยู่ในเอเชียใต้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลคุณภาพสูงมารองรับความต้องการทางด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขององค์กร

หลังจากการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่จาการ์ตา Jakarta 3 Data Center (JKT3) ในอินโดนีเซียแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2565 รวมถึงศูนย์ข้อมูลไซเบอร์จายา Cyberjaya 6 Data Center (CBJ6) ในมาเลเซีย ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2566 เรายินดีที่จะประกาศแผนให้บริการ BKK3 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 บนพื้นที่ติดกับศูนย์ข้อมูล Bangkok 2 Data Center (BKK2)

โดยวางแผนจะขยายเพิ่มเติมในพื้นที่ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งจะสามารถช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลประเทศไทย รวมถึงรองรับการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และการใช้ข้อมูล”

นายสุทัศน์ คงดำรงเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นทีที (ประเทศไทย) จำกัด ผู้รับผิดชอบการดำเนินธุรกิจในกัมพูชา เมียนมาร์ ลาว และไทย กล่าวว่า "เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตที่สำคัญสำหรับ NTT

และในขณะที่ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อจัดการการรับส่งข้อมูลในปริมาณมากแบบเรียลไทม์จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงยินดีที่จะริเริ่มการก่อสร้าง BKK3 และการขึ้นเป็นผู้นำที่มีบทบาทหลักต่อการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทย”

“ความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลและบริการโฮสติ้งที่มีระบบจัดการ (data storage and managed hosting services) คาดว่าจะเติบโตอย่างมากทั่วประเทศไทย ศูนย์ข้อมูล BKK3 จะรองรับความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะผู้ให้บริการคลาวด์และอุตสาหกรรมการเงิน ซึ่งต้องการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลที่ออกแบบอย่างยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ”

นายสุทธิพัฒน์ ลือประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นทีที โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “การริเริ่ม BKK3 ที่จะควบคู่ไปกับ BKK2 ที่มีอยู่ เพื่อต่อยอดการดำเนินงาน การวางแผน และการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ต่ำถึง 1.4 เท่า พร้อมยังคงนำพลังงานสีเขียวมาใช้ในศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลของ NTT และยึดเอาความยั่งยืนมาเป็นแกนหลักในการวางนโยบายของบริษัท โดย NTT Ltd. จะมุ่งเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการให้บริการข้อมูลความเร็วสูง เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย”

ปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่กำลังสร้างขึ้นตามวิสัยทัศน์ของกลุ่มบริษัท NTT Group ในด้านนวัตกรรมสีเขียวที่วางแผนระยะยาวไว้ถึงปี 2040 (พ.ศ. 2583) กรอบวิสัยทัศน์ดังกล่าวจะช่วยให้ NTT บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ทั่วทั้งกลุ่มบริษัทภายใน พ.ศ. 2573 และทั่วทั้งห่วงโซ่ value chain ภายใน พ.ศ. 2583 สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ภายใน พ.ศ. 2593

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...