'วิษณุ' โต้เรียกรับสูทแพง ยันจ่ายเอง ลั่นเอาแหวน-นาฬิกา ยังสมเกียรติกว่า
'วิษณุ' โต้ปมฝ่ายค้านอภิปราย เรียกรับสูทผ้าไหมแพง ยันจ่ายเองตลอด ลั่นเอาแหวน-นาฬิกา ยังคุ้มกับชื่อเสียงเกียรติยศมากกว่า ปูดถูกอ้างชื่อไปใช้
เมื่อเวลา 16.03 น. วันที่ 16 ก.พ. 2566 ที่รัฐสภา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 5 คนรวด ว่า การแต่งตั้งตำแหน่งนี้ไม่เหมือนกับการแต่งตั้งบุคลากรอื่นของรัฐ เพราะจะต้องผ่านคณะกรรมการสรรหา และนำชื่อเข้า ครม. จากนั้นจะต้องผ่านวุฒิสภา เพื่อตรวจสอบประวัติ กรณีตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงใช้มาตรา 44 แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล โดยไม่ตั้งตามปกติ เป็นเพราะขณะนั้นกฎหมาย ปปง. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเพิ่งจะออกมาใหม่ จึงยังไม่กำหนดวิธีการสรรหาเอาไว้
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้ หัวหน้า คสช. จึงใช้อำนาจตาม มาตรา 44 แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยยะ เป็นเลขาธิการ ปปง. จึงถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ส่วนการแต่งตั้ง พล.ต.อ.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รอง เลขาธิการ ปปง. ให้ขึ้นมาเป็นเลขา ปปง. ก็ผ่านการตรวจสอบของวุฒิสภา
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีไปพัวพันนายตู้ห่าว หรือทุนจีนสีเทา ตามที่กล่าวหา ตอนนั้นยังไม่ปรากฏข้อมูล เมื่อตำแหน่งว่างลง ก็ได้เสนอให้นายเทพสุ บวรโชติดารา เป็นเลขาธิการ ปปง. ซึ่งวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนและกฎหมาย ส่วนที่จะมีการพัวพันความผิดอะไรนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
นายวิษณุ กล่าวชี้แจงประเด็นถูกกล่าวหามีพฤติกรรมเรียกรับประโยชน์โดยมิชอบ จากการไปเปิดงานสถาปนา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) แลกกับชุดไทยคอจีน หรือชุดไทยพระราชทาน ว่า ที่มีการพูดออกไปก็มีส่วนจริง และไม่จริงผสมกัน เมื่อประมาณเดือน ก.ย. 2565 ตนไปออสเตรเลีย และล้มป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล จากนั้นจึงกลับมาผ่าตัดที่ไทย และต้องใส่สายที่หน้าท้อง ทำต่อเนื่องมา 5 เดือนเศษ แพทย์จึงแนะนำว่า ไม่ควรใส่เสื้อนอก สูท หรือชุดที่ต้องรัดเข็มขัดทับสายที่หน้าท้อง จึงต้องใส่เสื้อที่ปล่อยชาย
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ตนจึงเลือกแต่งชุดพระราชทาน แทนชุดสีกากี ภรรยาตนจึงไปซื้อผ้าไหมไทยโอทอปเอาไว้หลายผืนเพื่อตัดชุดไทย ตนจึงนำผ้าเหล่านี้มามอบให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานตนหาร้านตัดชุดไทย ในที่สุดก็มีคนรับอาสานำไปตัดที่ร้านแห่งหนึ่ง ชื่อขึ้นต้นด้วย ท. โดยตนจ่ายค่าตัดทุกครั้ง ไม่เคยมีใครออกให้เลย โดยราคาอยู่ที่ 2,000-2,500 บาทต่อตัว
"ผมไม่เคยได้รับสูท หรือชุดไทยฟรี นอกจากการได้รับจากผ่านการประชุมครม. สัญจร ที่ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด จะตัดให้ ครม.ทั้งคณะ ถ้าจะเรียกจะรับผลประโยชน์อะไร คงไม่ใช่ชุดไทยพระราชทานหรอก จะเป็นแหวน นาฬิกา สร้อย ดูจะเข้าท่ากว่า และคุ้มกับชื่อเสียงเกียรติยศ"
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า เมื่อเช้านี้เจ้าหน้าที่ที่ร้านเล่าให้ฟังว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีชายไทย 2 คน เอาผ้าไปให้ที่ร้านตัด ราคา 2,500-3,000 บาท แต่ขอให้ออกใบเสร็จตัวละ 5,000 บาท เพื่อจะได้ส่วนต่างจากเจ้านาย และบอกที่ร้านว่า เจ้านายชื่อนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ดังนั้นต้องสืบเสาะกัน ส่วนตนจะดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป