‘7 ผู้สมัครอิสระ’ ยันไม่สนใครมองเป็นไม้ประดับ ลั่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งฯ
เมื่อวันที่17 เม.ย. ที่ร้านอาหารอบอร่อย ถ.เกษตรนวมินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรัญชัย โชคชนะ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.หมายเลข 22 นำทีม ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อีก 6 คน ประกอบไปด้วย ดร.ประยูร ครองยศ หมายเลข 12, นายธเนตรวงษา หมายเลข 14, พล.อ.ต.ทูตปรีชา เลิศสันทัดวาที หมายเลข 15, ดร.ภูมิพัฒน์ อัศวภูภินทร์ หมายเลข 27, นายกฤตชัย พยอมแย้ม หมายเลข 29 และนายวิทยา จังกอบพัฒนา หมายเลข 31 แถลงขอพื้นที่สื่อให้ผู้สมัครอิสระ พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนให้ความสนใจผู้สมัครฯผู้ว่ากทม. ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักให้มากขึ้น
นายวรัญชัย กล่าวว่า ในวันนี้ตนพร้อมผู้สมัครอิสระและสังกัดพรรคการเมือง รวม 7 คน ได้รวมตัวกันเพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เนื่องจากที่ผ่านมา สื่อมวลชนสนใจผู้สมัครหลักทำให้ ไม่มีพื้นที่ข่าวให้กับผู้สมัครอิสระ ซึ่งจากการหารือในขั้นต้นทั้ง 7 คน จะวางแนวทางการหาเสียงในช่วง 35 วันที่เหลือนับจากนี้ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 22 พ.ค.2565 ที่จะหาเสียงแบบกลุ่มรวมตัวลงพื้นที่หาเสียงร่วมกัน และไม่สนหากใครจะมองว่าเป็นไม้ประดับ พร้อมยกในอดีตพล.ต.จำลอง ศรีเมือง เคยชนะการเลือกตั้งมาแล้ว พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด อีกทั้งขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนเปิดพื้นที่สื่อในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้ ด้วยความเสมอภาคเท่าเทียม
ขณะมี่นายภูมิพัฒน์ กล่าวว่า ในขั้นต้นเสนอ กกต.จัดเวทีปราศรัยให้ผู้สมัครทุกคน หรือ 30 คน ได้หาเสียงกันอย่างเท่าเทียม ผู้สมัครบางคนยอมรับอาจจะไม่ได้ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ต้องการความเท่าเทียมในพื้นที่สื่อ แต่บางคนยังไม่ยอมแพ้ยืนยันหาเสียงสู้ศึกเลือกตั้งอย่างเต็มที่
ขณะที่ดร.ประยูร ในฐานะอดีตข้าราชการลูกหม้อ กทม. ได้แสดงความพร้อมเป็นผู้ว่าฯ กทม. ย้ำนโยบายหาเสียงเพื่อประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ก่อนจะชี้คุณสมบัติผู้ว่าฯ ที่เข้าไปบริหารงาน ต้องเป็นคนดีไม่ทุจริตคอร์รัปชัน มีความสามารถ บริหารงานสุจริตโปร่งใส ไม่ลุแก่อำนาจ มีความจริงใจ พร้อมชูนโยบายวันแบงค์คอกเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร 24 ชั่วโมงเข้าใจคนทำงานชาวบ้านเข้าถึงและเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกสาขาอาชีพ ประชาชนคือนาย ซึ่งตนนั้นในอดีตผ่านการเป็นข้าราชการประจำมาย่อมรู้และเข้าใจถึงปัญหาของชาวกรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ในส่วนผู้สมัครอิสระรายอื่นๆ เช่น นายธเนตร วงษา หมายเลข 14 กล่าวว่า อยากให้คนกรุงเทพมีรอยยิ้มแห่งความสุข ส่งต่อความสำเร็จให้กับคนกรุงเทพพร้อมชูสโลแกนคนพูดจริงทำจริงรักษาเครดิต และโน คอรัปชั่น เช่นเดียวกับนายกฤตชัย พยอมแย้ม หมายเลข 29 กล่าวว่า สำหรับตนเน้น สโลแกรน “ใกล้ใหม่ใหญ่”ใกล้ปัญหา,สร้างความสุข ใหม่ความคิด และใหญ่เศรษฐกิจ พร้อมต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ปราศจากคอรัปชั่น
ขณะที่พล.อ.ต.ทูตปรีชา เลิศสันทัดวาที หมายเลข 15 กล่าวว่าในอดีตตนนั้นเคยเสนอในเรื่องของการจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครจนเป็นที่ยอมรับและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเลือกตั้งผู้ว่าในครั้งนี้ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายของการแถลงข่าวนายวรัญชัย ได้กล่าวว่า เหลือระยะเวลาเพียง 35 วัน ที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครและมีเวทีสาธารณะให้ผู้สมัครแสดงความคิดเห็นวิสัยทัศน์โดยในวันที่ 3 พฤษภาคมที่หอศิลป์กรุงเทพมหานครและวันที่ 11 พฤษภาคมที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต กลุ่มผู้สมัครอิสระจะไปร่วมงานเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครได้รับฟัง.
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามกับทาง พ.ต.อ.เสฎฐวุฒิ รอดจันทร์ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับการเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวมีรถประสบอุบัติเหตุเกิดขึ้น 2 คัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่ายๆ ละ 1รายได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งก็ตรวจไม่พบเช่นกันว่าทั้งคู่มีการดื่มแอลกอฮอล์ส่วนทรัพย์สินทางราชการมีเสาไฟได้รับความเสียหาย 1 ต้น ขณะที่การดำเนินคดีตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งได้มีการส่งรถที่ประสบอุบัติเหตุทั้ง 2คันไปให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบ แต่เรื่องนี้ เท่าที่ตรวจดูก็พบว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทร่วม เนื่องจากรถกระบะที่มาทางตรงคึกคะนองใช้ความเร็วมากเกินไป ขณะที่รถเก๋งอีกฝ่ายก็เลี้ยวข้ามถนนเข้าซอยโดยไม่ระมัดระวังให้ดี จึงมองว่าเป็นความประมาทร่วมกันทั้ง2 ฝ่าย
พ.ต.อ.เสฎฐวุฒิยังได้กล่าวมุ่งไปถึงผู้ที่แชร์คลิปด้วยว่า ขอให้ระมัดระวังการแชร์คลิปอะไรต่างๆด้วย เพราะมันอาจจะเกิดเป็นความผิดได้ พร้อมกับวกมาที่คดีนี้ต่อว่ารถที่ประสบอุบัติเหตุตามคลิปทั้ง 2 คัน มีประกันด้วยกันทั้งคู่แต่ไม่ใช่ประกันชั้น 1 และตอนนี้ก็ ตัวคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่างไปติดธุระอยู่กันต่างจังหวัด เลยทำให้การสอบปากคำในตอนนี้ยังไม่ครบสมบูรณ์จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ และก็อยากฝากไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนอยากดูมองคลิปนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ การขับรถไม่ควรคึกคะนอง ให้ระมัดระวัง และในทางที่อยู่ในเขตชุมชนก็ไม่ควรใช้ความเร็วด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงคำว่า“กูไม่เบรกนะ ไม่เบรกนะ” จะมีผลต่อรูปคดีหรือไม่ พ.ต.อ.เสฎฐวุฒิ ระบุว่าเรื่องคำพูดพวกนี้ ก็จะเป็นการยืนยันการทำผิดของตนเอง ซึ่งจะเป็นการตั้งใจหรือประมาทนั้นตอนนี้ กำลังรวบรวมอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ในเบื้องต้น ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างปฏิเสธกันอยู่
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามกับทางฝ่ายประกัน ทราบว่า ทางฝ่ายรถกระบะได้ทำประกันภัยชั้น1 เอาไว้ ส่วนฝ่ายเก๋งทำประกันแบบ 3 บวก ซึ่งคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ทางตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแต่หากมีการใช้คลิปดังกล่าว แจ้งความผิดกับทางฝ่ายรถกระบะ ว่ามีเจตนาในการพุ่งชนแม้จะเป็นประกันภัยชั้น 1 ทางประกันก็จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่ทรัพย์สินทางราชการอย่างเสาไฟที่ได้รับความเสียหายก็อยู่ที่ทั้งคู่ตกลงกัน.