“Huawei” ตั้งเป้าเลิกใช้ระบบปฏิบัติการ Android อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2569 เดินหน้า HarmonyOS
"Huawei" ตั้งเป้าเลิกใช้ระบบปฏิบัติการ Android อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2569 เดินหน้า HarmonyOS ล่าสุดเปิดตัว HarmonyOS Next ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Huawei Mate 70
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท Huawei Technologies กล่าวว่าตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตใหม่ของบริษัทจะทำงานบนระบบปฏิบัติการที่ถอดเทคโนโลยี Android โอเพ่นซอร์สของ Google ออกไป
Huawei Mate 70 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของบริษัทจะเปิดตัว HarmonyOS Next ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ โดยถอดเทคโนโลยี Android ออกและหันมาใช้เทคโนโลยีในประเทศทั้งหมดแทน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญของ Huawei ที่ต้องการนำสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมของจีนทวงคืนบัลลังก์จาก Apple Inc. และสร้างระบบนิเวศโดยไม่ต้องให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง
Mate 70 และรุ่น Pro จะวางจำหน่ายในวันที่ 4 ธันวาคม 2568 รุ่นดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ที่ผลิตในจีนทำให้ Huawei กลับมาเป็นที่สนใจของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนอีกครั้ง และแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการค้าของสหรัฐที่ออกแบบมาเพื่อตัดขาดจากผู้ผลิตชิปที่ล้ำหน้าที่สุด
Richard Yu ประธานกลุ่มธุรกิจผู้บริโภคของ Huawei กล่าวว่า HarmonyOS Next ยังคงต้องใช้เวลาอีก 2-3 เดือนเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ แต่แผนคือการนำไปใช้กับอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคต
พร้อมเสริมว่า รุ่น Mate 70 มีราคาเริ่มต้นที่ 5,499 หยวน หรือราว 760 ดอลลาร์ สำหรับรุ่น 6.7 นิ้ว จะมีประสิทธิภาพดีขึ้น 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ HarmonyOS Next
Charles Shum และ Sean Chen นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence คาดว่า Huawei จะใช้ชิป Kirin ที่ผลิตเองล่าสุดในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ แม้ว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอาจไม่เท่ากับผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ของ Qualcomm Inc. และ MediaTek Inc. ก็ตาม นั่นแสดงให้เห็นว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ของ Huawei อาจต้องดิ้นรนเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้ Android ที่ไม่ใช่ Huawei”
การเปิดตัวนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของความพยายามอย่างไม่ลดละของ Huawei ที่จะหลีกหนีจากการคว่ำบาตรของสหรัฐตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัทพบว่าไม่สามารถก้าวหน้าจากกระบวนการผลิตชิป 7 นาโนเมตรสำหรับสมาร์ทโฟนและชิปปัญญาประดิษฐ์ได้จนกว่าจะถึงอย่างน้อยปี 2569 ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาเดียวกับที่คู่แข่งอย่าง Apple กำลังจะเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี 2 นาโนเมตรสำหรับผลิตภัณฑ์หลัก
แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐจะขึ้นบัญชีดำและเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิค แต่ Huawei ก็ยังสามารถขยายยอดขายได้ในช่วง 7 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยได้รับหนุนจากธุรกิจสมาร์ทโฟนที่กำลังขยายตัว โดยข้อมูลของบริษัทวิจัย IDC ระบุว่ายอดจำหน่ายของ Huawei ในจีนเติบโตอย่างน้อยสองหลักติดต่อกัน 4 ไตรมาส ณ เดือนกันยายน 2567
อ้างอิง : bloomberg.com