โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บิตคอยน์ นิวไฮรัว ๆ ทะลุ 3 ล้านบาท เตือนระวังเสี่ยง-จับตานโยบายทรัมป์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2567 เวลา 23.50 น.

บิตคอยน์ขาขึ้นรอบใหม่ทะลุ 3 ล้านบาท หลังเลือกตั้งสหรัฐทำนิวไฮแล้วเกือบ 20 ครั้ง พลิกตลาดคริปโตฯคึกคัก นักเทรดไทยคัมแบ็กตลาด แอ็กทีฟเพิ่ม 23.93% มูลค่าซื้อขายเพิ่ม 1 เท่า กูรูแนะระวังความผันผวนระยะสั้น จับตาโอกาสและความเสี่ยงระยะยาวจากการครอบงำตลาดของรัฐ-สถาบันการเงิน ทั่วโลกจับตาท่าทีนโยบายรัฐบาลทรัมป์และรัฐสภาที่รีพับลิกันคุม

ราคาบิตคอยน์ (BTC) ปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เวลา 19.00 น. ราคาบิตคอยน์พุ่งทำลายจุดสูงสุดเดิมที่ 73,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องเกือบ 20 ครั้ง นับถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน จุดสูงสุดใหม่อยู่ที่ 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.13 ล้านบาทไปแล้ว

เทรดเดอร์ไทยคัมแบ็ก

การปรับตัวสูงขึ้นของบิตคอยน์ได้ผลักดันมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล-คริปโตเคอร์เรนซีสกุลอื่น ๆ ให้โตตามไปด้วย โดยมูลค่าตลาดแตะ 2.95 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ใกล้เคียงกับ 3.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงขาขึ้นปี 2022

สาเหตุที่ผลักดันราคา BTC สูงขึ้นไปได้ขนาดนั้นมาจากผลการเลือกตั้งสหรัฐที่พรรครีพับลิกันซึ่งนำโดย “โดนัลด์ ทรัมป์” กวาดเสียงเกินครึ่งของรัฐสภา ซึ่งทรัมป์และรีพับลิกันมีแนวโน้มนโยบายสนับสนุนบิตคอยน์-คริปโตเคอร์เรนซี

ฝั่งตลาดคริปโตฯในไทยเองก็คึกคักไม่แพ้กัน จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า จำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นในเดือนตุลาคม 2024 ในช่วงที่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐกำลังเข้มข้น โดยคนไทยมีบัญชีซื้อขายรวมกัน 2.54 ล้านบัญชี มีแอ็กทีฟอยู่ 1.29 แสนบัญชี เพิ่มจากเดือนกันยายน 23.93% ส่วนมูลค่าการซื้อขายในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 3.95 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% หรือเกินกว่าเท่าตัวจากเดือนก่อน (ข้อมูล ณ 1 พ.ย. 2567) สะท้อนให้เห็นความคึกคักและการกลับมาสนใจตลาดอีกครั้งของเทรดเดอร์และนักลงทุน

หลังทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 6 พ.ย. มูลค่าซื้อขายในไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในรอบ 24 ชม. ช่วง BTC ทำจุดสูงสุด 3 ล้านบาท ปริมาณซื้อขายของกระดานเทรดรายใหญ่ในไทย นำโดย Bitkub อยู่ที่ 187 ล้านเหรียญสหรัฐ BinanceTH อยู่ที่ 103 ล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมูลจาก Coin market cap)

ระวังผันผวน-ความเสี่ยง

นายพิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบิตคอยน์กล่าวว่า ถ้ามองในแง่ปัจจัยพื้นฐานมีปัจจัยบวกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการที่เงินสถาบันไหลเข้า พื้นฐานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีการใช้งาน รองรับการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ ก็พัฒนาขึ้นมามากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้พื้นฐานแข็งแกร่งขึ้นเยอะมาก เมื่อเทียบกับตอนที่ราคาขึ้นไป 69,000 ดอลลาร์เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ตอนนี้มีบริษัทเข้ามามากขึ้น ประเทศต่าง ๆ ถือบิตคอยน์มากขึ้น อีกทั้งยังมีประธานาธิบดีที่สนับสนุนบิตคอยน์

“ในแง่ปัจจัยเสี่ยง ผมมองไปในระยะ 1-2 ปีข้างหน้ามากกว่า ด้วยการที่สถาบันการเงินเข้ามาแล้วถือบิตคอยน์จำนวนมาก อาจจะก่อให้เกิดความผันผวนมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากสถาบันถือเงินใหญ่ การจะซื้อหรือขายครั้งหนึ่งอาจทำให้เกิดการขยับของราคาค่อนข้างมาก แต่นับเป็นเปอร์เซ็นต์อาจจะไม่ได้หนักมาก”

“เราก็จะเห็นว่าราคาขยับครั้งหนึ่งเมื่อก่อน 1,000-2,000 เหรียญสหรัฐ ก็เรียกว่าใหญ่แล้ว ผมคิดว่าช่วงนี้เคลื่อนไหวประมาณ 5,000-6,000 แม้กระทั่ง 10,000 เหรียญต่อวันก็สามารถเป็นไปได้ ทั้งขาขึ้นและขาลง อีกส่วนคือการที่กองทุนใหญ่เข้ามาอาจจะนำมาสู่การพยายามแบบแทรกแซง ปรับเปลี่ยนแปลงระบบ ซึ่งทำให้บิตคอยน์สูญเสียคุณสมบัติการเป็น ‘เงินที่มั่นคง’ ของมันไป ซึ่งนั่นเป็นเรื่องระยะยาว”

นายพิริยะกล่าวอีกว่า หลังจากที่เงินสถาบันไหลเข้ากองทุนเข้ามาถือสินทรัพย์ต่าง ๆ แล้ว จะเปลี่ยนผู้ถือรายใหญ่ จากเดิมที่หมายถึงคนทั่วไปที่ถือบิตคอยน์จำนวนมากไปเป็นบริษัท รัฐบาล และกองทุน เมื่อกลุ่มเหล่านี้เข้ามาถือจำนวนมากแล้วนักลงทุนต้องไปดูวิธีการถือของกลุ่มเหล่านี้ ซึ่งตอนนี้ใช้วิธีถือรวมที่เจ้าเดียวคืออยู่ที่วอลเลตของคอยน์เบส (Coinbase)

เพราะฉะนั้นคอยน์เบสจึงมีอำนาจในการควบคุมเงิน และสำหรับวอลเลตที่ต้องรับเงินจำนวนมากเช่นนี้ จะทำให้คอยน์เบสมีสิทธิในการกำหนดกฎเกณฑ์ในการรับเงิน แม้เงินนั้นจะไม่ใช่ของคอยน์เบสก็ตาม เนื่องด้วยกลไกของบิตคอยน์ วอลเลตที่รับเงินมากจะมีสิทธิในการเลือกเวอร์ชั่นโหนดสำหรับรองรับธุรกรรม ซึ่งการเลือกดังกล่าวจะส่งผลต่อการครอบงำระบบ แล้วถ้าเป็นกรณีที่รัฐบาลถือครองบิตคอยน์ไว้มากเกินไป ก็อาจจะเข้าแทรกแซงกลไก พยายามเซ็นเซอร์ หรือควบคุมกลไกบิตคอยน์

“อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูว่าในที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าตามหลักทฤษฎีเกมของบิตคอยน์มีการป้องกันตรงนี้เอาไว้แล้ว บิตคอยน์อีกกว่า 70% ยังอยู่ในมือรายย่อย และเชื่อว่าหลังจากนี้กองทุนหรือรัฐบาลจะเริ่มเห็นว่าการรวมเงินในที่เดียวมีความเสี่ยง และจะกระจายเงินที่อยู่ในบิตคอยน์ออกไป”

“ดังนั้นความเสี่ยงในระยะสั้นนี้คือ ความผันผวน ต้องทำใจยอมรับว่าตกรถแล้ว บิตคอยน์อยู่นิ่ง ๆ มา 2 ปี พอราคาขึ้นแล้วถ้าจะเข้าซื้อตอนนี้ ราคาอาจจะขึ้นต่อได้ แต่ต้องยอมรับว่า มันจะผันผวนมากในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้พอร์ตคุณระเบิดได้” พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบิตคอยน์เตือน

สหรัฐเปลี่ยนท่าที โลกขยับตาม

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า การเลือกตั้งสหรัฐในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สกุลเงินดิจิทัลได้รับความสนใจจนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นถกเถียงเชิงนโยบาย และด้วยสหรัฐเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก จึงมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดกฎระเบียบข้อบังคับสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสากล

เศรษฐศาสตร์การเมืองของสหรัฐมักส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อตลาดคริปโตฯทั่วโลก รวมถึงยังมีอิทธิพลเหนือความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการตัดสินใจด้านกฎเกณฑ์ในหลายประเทศ ยกตัวอย่างเช่น การอนุมัติ Spot ETFs โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐ เป็นตัวเร่งให้เกิดการยอมรับและเสริมสร้างความชอบธรรมของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

“คำถามที่สำคัญจริง ๆ อาจไม่ใช่ว่า ‘สหรัฐจะเข้ามาควบคุมคริปโตฯหรือไม่’ แต่แท้จริงแล้วคือ ‘สหรัฐจะดำเนินนโยบายเกี่ยวกับคริปโตฯอย่างไร’ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของโลก”

นายนิรันดร์กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจึงเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญยิ่งต่อบิตคอยน์และตลาดคริปโตฯทั้งหมด จะส่งผลให้มีการออกกฎใหม่ ๆ ที่เอื้อตลาด คาดการณ์ได้ว่าบิตคอยน์จะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นและกลายเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่เป็นกระแสหลักในที่สุด เช่นเดียวกับทองคำหรือเงิน และในขณะนี้เริ่มเห็นสถาบันต่าง ๆ รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญของรัฐในสหรัฐเข้ามาลงทุนในบิตคอยน์แล้วเช่นกัน

“ตลาดคริปโตฯโดยทั่วไปมีแนวโน้มที่จะผันผวนตามการเคลื่อนไหวของบิตคอยน์ (BTC) และเราน่าจะได้เห็นสินทรัพย์ คริปโตฯตัวอื่น ๆ กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นตามแนวทางของอีเธอเรียม (Ethereum หรือ ETH)”

“ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตฯจะมาจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายที่ส่งเสริมด้านคริปโตฯและการไหลกลับของเงินทุนสู่สหรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น แอปพลิเคชั่นและกรณีการศึกษาที่สามารถขับเคลื่อนให้คริปโตฯกลายเป็นสินทรัพย์กระแสหลักในอนาคต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กัลฟ์ ไบแนนซ์ กล่าว

นโยบายคริปโตฯในมือรีพับลิกัน

ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด วิเคราะห์ว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่น เห็นได้จากราคาบิตคอยน์ที่ทำจุดสูงสุดตอดกาล ล่าสุดเหนือกว่าตอนที่มีการอนุมัติ Bitcoin spot ETF เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะผลการเลือกตั้งที่ออกมานั้นพรรครีพับลิกันกวาดชัยทั้งสองสภา ซึ่งจะสามารถออกกฎสนับสนุนนโยบายของทรัมป์ได้สะดวก

ทั้งนี้ ไม่เพียงแค่การที่ทรัมป์ชนะเลือกตั้งเท่านั้นที่ส่งผลต่อตลาด แต่ยังพบว่าผลการเลือกตั้งวุฒิสภาในรัฐโอไฮโอก็มีความสำคัญเช่นกัน โดย เบอร์นี โมเรโน (Bernie Moreno) นักธุรกิจผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชน สามารถเอาชนะ เชอร์รอด บราวน์ (Sherrod Brown) ได้สำเร็จ ซึ่งบราวน์นั้นถูกมองว่าไม่สนับสนุนคริปโตฯมาก่อนหน้านี้ เพราะเคยสนับสนุนการตรวจสอบและควบคุมคริปโตฯ และโหวตคัดค้านกฎหมายที่ส่งเสริมคริปโตฯ รวมถึงเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น

ออร์บิกซ์ อินเวสต์ (Orbix INVEST) เชื่อว่าการชนะการเลือกตั้งของทรัมป์และรีพับลิกันจะส่งผลบวกต่อบิตคอยน์ในหลายประการ จากนโยบายหาเสียงของทรัมป์ที่เคยประกาศไว้ก่อนการเลือกตั้งว่า จะทำให้ สหรัฐอเมริกาเป็น “ศูนย์กลางของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล” อีกครั้ง หลังจากที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ย้ายไปสร้างธุรกิจในประเทศอื่นเนื่องจากกฎหมายในสหรัฐที่ไม่เอื้ออำนวย

ทั้งนี้ ยกตัวอย่างนโยบายที่ทรัมป์ประกาศไว้ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตลาดคริปโตฯ มีดังนี้ 1. การนำบิตคอยน์มาเป็นทุนสำรองของสหรัฐ โดยการซื้อบิตคอยน์จำนวน 1 ล้านบิตคอยน์ภายในระยะเวลา 5 ปี 2. นโยบายสนับสนุนการขุดบิตคอยน์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานในประเทศ ซึ่งแตกต่างจากนโยบายการเก็บภาษี 30% ของรัฐบาลไบเดน 3. การไม่ขายบิตคอยน์ที่รัฐบาลยึดมา (รวม 208,190 BTC) จะช่วยลดแรงกดดันในการขายและสนับสนุนราคาบิตคอยน์

และ 4. การเปลี่ยนประธาน SEC คนใหม่ เนื่องด้วย แกรี่ เจนสเลอร์ (Gary Gensler) ประธานคนปัจจุบันมีท่าทีต่อต้านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน ซึ่งทรัมป์ได้ให้คำมั่นว่า จะปลดเขาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิตคอยน์ นิวไฮรัว ๆ ทะลุ 3 ล้านบาท เตือนระวังเสี่ยง-จับตานโยบายทรัมป์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...