โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชื่นชมบทบาทของ “เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิเศษ” –เส้นทางสี จิ้นผิง(133)

China Media Group

อัพเดต 29 พ.ย. 2567 เวลา 01.01 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 01.01 น.
นายจาน อี๋เซิง เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิเศษกำลังสอนเทคโนโลยีการตัดแต่งกิ่งต้นจุยลี่ในหมู่บ้านหลิวถุน ตำบลฉาผิง อำเภอซงซี มณฑลฝูเจี้ยน

ชื่นชมบทบาทของ“เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิเศษ” --เส้นทางสี จิ้นผิง(133)

ขณะเดียวกัน เมืองหนานผิงได้ดำเนินมาตรการสร้างหลักประกันในด้านต่างๆเพื่อคลายความกังวลของเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ส่งไปประจำการในพื้นที่ชนบท ซึ่งรวมถึงโควต้าเจ้าหน้าที่รัฐ ตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือน การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี การปฏิรูปองค์กร กระทั่งการเลื่อนตำแหน่ง

ในบทความนี้ นายสี จิ้นผิงได้ยืนยันอย่างเต็มที่ถึงบทบาทของบรรดาเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิเศษว่า “เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวนมากแบกรับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ ไปทำงานประจำอยู่ในพื้นที่ชนบทเป็นเวลานานสอนเกษตรกรให้เรียนรู้เทคนิคการเกษตรทีละขั้นตอน ช่วยแก้ปัญหาทางเทคนิคในการผลิต ไม่เพียงแต่ได้เผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ยกระดับคุณภาพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเกษตรกร และฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคนิคในท้องถิ่นจำนวนมากเท่านั้นหากยังได้ชี้แนะและรณรงค์ให้เกษตรกรใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ในการปรับเปลี่ยนและต่อยอดเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมซึ่งได้เพิ่มประสิทธิผลการผลิตทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย”

บนพื้นฐานของ “เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิเศษ” เมืองหนานผิงยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำหมู่บ้านและผู้ช่วยฝ่ายการหมุนเวียนเพื่อไปช่วยแก้ไขปัญหา "องค์กรพรรคฯระดับรากหญ้าอ่อนแอ" และ "การขายผลผลิตทางการเกษตรยาก"

ในหมู่บ้านอู๋ถุน ตำบลหวาเฉียวอำเภอกวงเจ๋อ ด้วยความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากเลขาธิการพรรคฯประจำหมู่บ้านนายเหยียน จินโย่ว เกษตรกรรายใหญ่ที่ในอดีตมีท่าที "หากเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอง ก็แขวนไว้ให้สูง" ได้เปลี่ยนท่าทีโดยหันมาก่อตั้งโรงเรียนสอนความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคค่ำ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันและใกล้เคียงในการบุกเบิกพัฒนาภูเขาและปลูกหญ้าเลี้ยงวัวสู่ความร่ำรวย

ในตำบลหยางตุน อำเภอซุ่นชาง มีการก่อตั้งสมาคมอุตสาหกรรมส้มที่ประกอบด้วยผู้ประกอบการค้าและผู้ประกอบการเพาะปลูกรายใหญ่ในตำบลโดยมีผู้ช่วยฝ่ายการหมุนเวียนและเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นแกนหลัก พวกเขานำโมเดล "สมาคม + บริษัท +ครัวเรือชาวนา" มาใช้ สร้าง “กองเรือผสม” ทางการตลาดส้มด้วยความสำเร็จ สามารถจำหน่ายส้ม 186 ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าซึ่งมีน้ำหนัก 8 ล้านกิโลกรัม โดยมีการส่งออกไปไกลถึงรัสเซีย

ระหว่างการตรวจเยี่ยม นายสี จิ้นผิงยังได้พบบางประเด็นเช่น “เลขาธิการพรรคฯประจำหมู่บ้านบางคนได้นำเงินออมของครอบครัวออกมาใช้เพื่อช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาการขาดเงินทุนในการผลิต ยังมีเลขาธิการพรรคฯประจำหมู่บ้านอีกคนได้จำนองใบรับรองกรรมสิทธิ์บ้านที่ใช้อยู่อาศัยในเมืองของตัวเองให้กับธนาคารเพื่อกู้ยืมเงินมาใช้เป็นทุนแก่เกษตรกรสำหรับขยายการผลิต”

นายสี จิ้นผิง ซาบซึ้งใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังระหว่างการตรวจเยี่ยมพิเศษครั้งนี้ โดยได้กล่าวชื่นชมทีมนี้เช่นเดียวกันว่า “เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการเหล่านี้ซึ่งถูกส่งไปทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรคฯประจำหมู่บ้านต่างๆ ได้เข้าไปในบ้านของเกษตรกรและท้องทุ่งในทันทีที่เดินทางถึงชนบท พวกเขาเข้าใจถึงความยากลำบากของชาวบ้านพยายามแก้ปัญหาที่เป็นข้อกังวลของชาวบ้าน ทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ให้กับหมู่บ้านอย่างเป็นรูปธรรมพวกเขานำแนวทาง หลักนโยบาย และเจตนารมณ์อันยอดเยี่ยมของพรรคฯสู่เกษตรกร ได้ส่งมอบความเอาใจใส่ของพรรคฯและรัฐบาลให้กับเกษตรกร พวกเขาดำเนินการตามสภาพท้องถิ่นที่แตกต่างกันชักนำเกษตรกรให้ปรับโครงสร้างการเกษตรอย่างแข็งขัน ก่อตั้งวิสาหกิจชั้นนำ กระตุ้นการไหลเวียนของตลาด ได้ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในชนบทและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร”

นายสี จิ้นผิงให้ความสนใจมากขนาดนี้ต่อการสร้างสรรค์ระบบในระดับท้องถิ่นแห่งหนึ่ง กระทั่งดำเนินการวิจัยเป็นกรณีพิเศษด้วย เห็นได้ชัดว่า เขามีความคิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

หลังไปทำงานในคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและมณฑลฝูเจี้ยนนายสีจิ้นผิงได้เดินทางไปสำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยเกี่ยวกับปัญหา “3 เกษตร” ในเมืองเกษตรกรรมที่สำคัญหลายแห่งหลายครั้งซึ่งรวมถึงเมืองหลงเหยียน จางโจว และหนานผิง ได้เสนอแนวคิดใหม่ ๆ เช่น การพัฒนาการเกษตรให้ทันสมัยและการพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่เป็นต้น และได้อรรถาธิบายถึงความสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชนบทหลายครั้ง

"การก้าวสู่หนทางสู่ความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองสำหรับพื้นที่ชนบทนั้นการพึ่งพาการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบในชนบทถือเป็นหนึ่งในทางออก การที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบได้นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเทคโนโลยี"

“การที่เกษตรกรของเราจำนวนมากไม่สามารถพัฒนาได้นั้น ที่สำคัญก็เป็นเพราะขาดความสามารถทางเทคนิค พวกเขาบางคนมีขนาดธุรกิจเพียงเล็กๆเท่านั้น บางคนแม้เติบโตจนมีขนาดพอใช้ได้แต่ตามไม่ทันเทคโนโลยี จึงนำมาซึ่ง 'ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง 'ในชั่วพริบตา กลายเป็นเรื่องขึ้นๆ ลงๆ อย่างแรง"

"เกษตรกรรมสมัยใหม่เป็นเกษตรกรรมเชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่จำเป็นต้องมีการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร"

“ต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของขั้นตอนใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรและชนบท ดำเนินกลยุทธ์การเกษตรที่มีประสิทธิภาพอย่างครอบคลุม มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มรายได้การเกษตรและเพิ่มรายได้ของเกษตรกร พึ่งพาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพิ่มการปรับโครงสร้าง ยกระดับขีดความสามารถการผลิตทางการเกษตรโดยรวม และยกระดับความทันสมัยทางการเกษตร”

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทยศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

https://www.jeenthainews.com/china-news/124761_20241125

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...