โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : NKT ชูจุดแข็งรักษาโรคซับซ้อน ขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Medical Tourism เร่งเปิดนครธน 2 –ดึง AI เสริมศักยภาพ

Share2Trade

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 06.06 น. • Share2Trade

บมจ.โรงพยาบาลนครธน (NKT) มีสัญญาณเติบโตต่อเนื่อง เดินหน้ากลยุทธ์การขยายบริการและการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาเสริมประสิทธิภาพ ล่าสุดเร่งพัฒนาโครงการ “นครธน 2” รองรับความต้องการ พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Medical Tourism ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองหาการรักษาพยาบาลคุณภาพสูงในไทย

NKT_รายงานพิเศษ S2T (เว็ล) copy_0.jpg

NKT เติบโตรับกระแสสุขภาพ

โรงพยาบาลนครธน ภายใต้การบริหารงานของ 2 แม่ทัพใหญ่ คือ รองศาสตราจารย์ ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท และ แพทย์หญิง ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลในไทย จากปัจจัยสนับสนุนด้านการขยายตัวของตลาดสุขภาพ โดยเฉพาะกรณีที่โรงพยาบาลและการแพทย์ของประเทศไทยมีศักยภาพสูง ราคาถูก สามารถแข่งขันกับประเทศชั้นนำของโลกได้

ที่สำคัญ โรงพยาบาลนครธน มีมาตรฐานและความปลอดภัย มีบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง มีความทันสมัยของเทคโนโลยีทางการแพทย์ และมีความสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มองหาการรักษาพยาบาลคุณภาพสูงในไทย (Medical Tourism)

เน้นให้บริการรักษาโรคซับซ้อน

แพทย์หญิง ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ กล่าวว่า โรงพยาบาลนครธน มีจุดเด่นด้านการให้บริการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน (โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ) โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง 20 ศูนย์ เช่น ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์หัวใจ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ศูนย์กระดูกสันหลัง ศูนย์มะเร็ง และศูนย์ทันตกรรม เป็นต้น และมีแผนกการรักษาผู้ป่วย 1 แผนก ได้แก่ แผนกไตเทียม รวมถึงมีความพร้อมด้านทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์เฉพาะทางและสาขาเฉพาะทางอื่น ๆ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการรักษาเพื่อตอบสนองการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการรักษา (Medical) แบบองค์รวม

ใช้ AI เสริมศักยภาพทางการแพทย์

โรงพยาบาลนครธน ได้นำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการให้บริการอยู่ตลอดเวลา และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น “ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้” ที่เปิดให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ นับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากในอนาคต

เร่งเปิด “นครธน 2” ปลายปีนี้

รองศาสตราจารย์ ญาณเดช ทองสิมา เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/2568 โรงพยาบาลนครธน เดินหน้าแผนขยายการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลนครธน 2 บนถนนเอกชัย จำนวน 151 เตียง คาดว่าจะเปิดให้บริการและเริ่มรับรู้รายได้ประมาณในช่วงปลายไตรมาส 4/2568, 2.โครงการนครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลนครธน เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2569 และ 3.โครงการขยายจำนวนเตียงให้บริการของโรงพยาบาลนครธนอีก 95 เตียง จากปัจจุบัน 150 เตียง จะทยอยเปิดให้บริการในปี 2568-2570

ยกระดับการดูแลสุขภาพผู้สูงวัย

สำหรับการก่อสร้างโรงพยาบาลนครธน 2 และ นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม ขณะที่การขยายจำนวนเตียงผู้ป่วยใน (IPD) รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการสุขภาพ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์มุ่งเน้นการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน เพิ่มศักยภาพการให้บริการและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกับคาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโต 8-10% ตามเป้าหมายที่วางไว้

โค้งแรกปีนี้มีรายได้กว่า 500 ลบ.

ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2568) NKT มีรายได้รวมจำนวน 500.53 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 56.07 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ 11.20% ทั้งนี้ รายได้หลักสัดส่วน 98.78% เป็นรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลนครธน จำนวน 494.44 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) และรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) ซึ่งเติบโตกว่างวดเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย

บล.ทิสโก้ แนะนำ “ซื้อ” เคาะเป้า 10.20 บ.

ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” NKT ประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 10.20 บาท โดยระบุว่า รายได้ผู้ป่วยใน (IPD) เติบโต 8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เร็วกว่าการเติบโตของผู้ป่วยนอก (OPD) ที่ 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขับเคลื่อนโดยการเพิ่มขึ้นของการผ่าตัดหัวใจในไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2567 ซึ่งช่วยเพิ่มการเรียกเก็บเงินเฉลี่ยของผู้ป่วยใน อย่างไรก็ตาม ปริมาณโดยรวมทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในยังคงอ่อนแอเนื่องจากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและความกังวลของผู้ป่วยเกี่ยวกับการร่วมจ่าย

ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2568 ที่ 8-10% ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากการขยายกำลังการผลิตทั้งในผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน พร้อมกับความเข้มข้นของรายได้ที่ดีขึ้น รายได้ในไตรมาส 2/2568 คาดว่าจะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขับเคลื่อนโดยการเรียกเก็บเงินเฉลี่ยที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันสังเกตว่าการระบาดของไข้หวัดตามฤดูกาลและ COVID มีผลกระทบต่อรายได้โรงพยาบาลน้อยมากจนถึงตอนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...